Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐี กับโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ เผยท่าทีว่าจะ 'สั่งปิด' หน่วยงาน USAID ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สหรัฐฯ ใช้ประสานความร่วมมือกับนานาชาติและสร้าง 'ซอฟต์พาวเวอร์' ให้ตัวเอง พักงานเจ้าหน้าที่หลายราย หวั่นกระทบงานด้านมนุษยธรรมเป็นลูกโซ่

 

ช่วงที่ผ่านมา สถานการณ์ของ USAID ดูจะตึงเครียดขึ้น หลังอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐี และซีอีโอ ‘เทสลา มอเตอร์’ เปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เห็นด้วยกับเขาในเรื่องสั่งปิดหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐฯ (USAID) หลังจากมีการเซ็นระงับคำสั่งระงับเงินทุนของหน่วยงานนี้เป็นระยะเวลา 90 วันระหว่างพิจารณาและทบทวนนโยบาย และมีการสั่งพักเจ้าหน้าที่รายงาน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เป็นคนที่ออกมาวิจารณ์การใช้งบประมาณช่วยเหลือต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพราะเขามองว่าไม่คุ้มค่าภาษีของประชาชนชาวอเมริกัน

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา มัสก์ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย ‘เอ็กซ์’ (X) ที่เขาเป็นเจ้าของ ระบุว่า "ในส่วนของเรื่อง USAID นั้น ผมได้คุยกับ [ประธานาธิบดี] อย่างละเอียดแล้ว และเขาก็เห็นด้วยว่าเราควรยุติเรื่องนี้"

"ในเรื่องเกี่ยวกับ USAID นั้น ผมได้ไปปรึกษาเรื่องนี้ในเชิงรายละเอียด (กับประธานาธิบดี) แล้วเขาก็เห็นด้วยว่าพวกเราควรจะปิดมันลง" มัสก์ กล่าวเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

มัสก์ ผู้ที่เป็นเจ้าของโซเชียลมีเดีย X และซีอีโอ เทสลา มอเตอร์ ได้รับแต่งตั้งโดยทรัมป์ ให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล หรือ DOGE ซึ่งเป็นกระทรวงที่ไม่เคยมีมาก่อนในรัฐบาลสหรัฐฯ แต่งตั้งขึ้นมาเองโดยทรัมป์ และยังไม่ถูกนับเป็นหน่วยงานของรัฐอย่างเป็นทางการ เพราะยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากสภา

ขณะที่ทั้งมักส์ และทรัมป์ ต่างก็กล่าวหา USAID ไปต่างๆ นานา เช่น มัสก์ที่ใช้คำด่าว่าเป็น "กองหนอน" เป็น "องค์กรอาชญากรรม" รวมถึงข้อกล่าวหาว่า "ต่อต้านความเป็นอเมริกัน" หรือทรัมป์ ที่กล่าวหาว่าเป็นองค์กรที่ "ดำเนินงานโดยพวกเพี้ยนสุดโต่ง"

ทั้งนี้ USAID ถูกสร้างขึ้นมาจากสภาคองเกรสให้เป็นองค์กรอิสระ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2504 โดยได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี มีเป้าหมายในการให้ความช่วยเหลือนานาชาติด้านการบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติต่างๆ ช่วยเหลือบรรเทาความยากจน สร้างความร่วมมือทางเทคโนโลยี เพื่อแก้ไขปัญหาโลกรวมถึงปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ช่วยให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคม รวมถึงส่งเสริมผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในแบบที่ให้ได้ประโยชน์กับฝ่ายตรงข้ามไปพร้อมๆ กัน ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือจากตรงนี้ด้วย

การระงับเงินช่วยเหลือต่อ USAID มีข้อกังวลด้วยว่าจะทำให้กลุ่มผู้เปราะบางทั้งหลายที่ควรจะได้รับความช่วยเหลือ เช่น กลุ่มเด็กๆ 6.5 ล้านคนที่เป็นเด็กกำพร้าหรือผู้เปราะบางอื่นๆ ใน 23 ประเทศ เด็กเหล่านี้เสี่ยงที่จะไม่ได้รับการช่วยเหลืออีกต่อไป

"ซอฟต์พาวเวอร์" ของอเมริกันจะถูกทำลาย และกลายเป็นการฝ่าฝืนหลักการแยกใช้อำนาจ

USAID ยังเป็นประโยชน์กับสหรัฐฯ เองในฐานะ "ซอฟต์พาวเวอร์" ที่ใช้สร้างความร่วมมือทางการทูตกับชุมชนต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางส่งเสริมความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่เรียกว่า "สาม D" คือ การป้องกันประเทศ การทูต และการพัฒนา

คริส คูนส์ สว.พรรคเดโมแครต จากรัฐเดลาแวร์ กล่าวว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ ได้ใช้เวลาไปกับการคุกคาม รังแก และขับไล่ เจ้าหน้าที่ USAID แล้วตอนนี้ทีมประธานาธิบดีทรัมป์ ก็จะพยายามทำลาย USAID โดยสิ้นเชิง

"ผู้คนเหล่านี้คือชาวอเมริกันรักชาติ ผู้ที่ส่งเสริมความเป็นผู้นำของพวกเราในที่ต่างๆ ทั่วโลก พวกเขาทำให้พวกเราปลอดภัยมากขึ้น ทรัมป์ทำให้พวกเราปลอดภัยน้อยลง" คูนส์ กล่าว

เจเรมี โคนินดิก ผู้ที่เคยเป็นผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ด้านภัยพิบัติของ USAID กล่าวว่า การสั่งยุบ USAID โดยไม่ได้ผ่านสภาคองเกรส ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายและฝ่าฝืนหลักการแยกใช้อำนาจที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ

สั่งพักงานเจ้าหน้าที่ เพราะไม่ยอมให้คนของมัสก์ เข้าถึงข้อมูลลับของรัฐบาล

การระงับและประกาศจะยุบ USAID นี้ยังเกิดพร้อมกับการสั่งพักงานเจ้าหน้าที่หลายคน มีเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 รายที่ถูกสั่งพักงาน หลังจากปฏิเสธ ไม่ยอมให้ตัวแทนคณะทำงานของมัสก์  เข้าถึงข้อมูลทางการเงินของสำนักงานใหญ่ของ USAID

เจ้าหน้าที่ดังกล่าวคือ คือ จอห์น วอร์ฮีส์ ผู้อำนวยการแผนกความปลอดภัยของ USAID กับ ไบรอัน แมคกิลล์ รองผู้อำนวยการแผนกความปลอดภัย พวกเขาถูกสั่งพักงานหลังปฏิเสธไม่ให้เจ้าหน้าที่หน่วยงาน DOGE เข้าถึงข้อมูลได้ เพราะพวกเขาไม่มีใบอนุญาตในการเข้าถึง

มีสื่อหลายสำนักรายงานว่า หลังจากที่ตัวแทนของมัสก์ เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่เหล่านี้แล้ว ในที่สุดเจ้าหน้าที่ DOGE ซึ่งยังคงไม่ใช่หน่วยงานที่เป็นทางการในสหรัฐฯ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลลับของรัฐบาลได้

เรื่องนี้มีรายงานข่าวตามหน้าสื่อต่างๆ อย่าง PBS และ CNN แต่ สตีเวน จาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาว ปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ของ DOGE เข้าถึงข้อมูลลับของรัฐบาล อ้างว่าสื่อรายงาน "ข่าวปลอม" และ "ไม่ใช่เรื่องจริงเลยแม้แต่น้อย"

อย่างไรก็ดี รายงานของสตีเวน จาง ขัดกับคำให้การของเจ้าหน้าที่ DOGE รายหนึ่ง คือเคที มิลเลอร์ ที่ยอมรับว่ามีคณะทำงานของ DOGE พยายามเข้าถึงข้อมูลปิดลับของรัฐบาล และระบุว่า "ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเอกสารลับได้โดยไม่มีใบอนุญาตด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม"

นอกจากข่าวเรื่องพักงานเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 รายนี้แล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่อาวุโสของ USAID อีกประมาณ 60 ราย ที่ถูกสังพักงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขาถูกกล่าวหาว่าพยายามหาช่องโหว่ที่จะไม่ทำตามคำสั่งพิเศษให้ระงับเงินทุนช่วยเหลือแก่ประชาคมโลกเป็นเวลา 90 วัน มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกรายหนึ่งที่ถูกสั่งพักงานเช่นกันหลังจากที่พยายามยกเลิกคำสั่งพิเศษนี้เนื่องจากไม่พบว่าหน่วยงาน USAID มีความผิดอะไรถึงต้องถูกสั่งระงับ


เรียบเรียงจาก

USAID officials put on leave as Elon Musk says time for agency to ‘die’, Aljazeera, 03-02-2025

Elon Musk said Donald Trump agreed USAID needs to be ‘shut down’, CNN, 03-02-2025

Trump's freeze on US aid rings alarm bells from Thailand to Ukraine, MSN, 29-01-2025

https://en.wikipedia.org/wiki/United_States_Agency_for_International_Development

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง