Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เจาะลึกชีวิต “นักศึกษาพม่า” ในไทยหลังถูกตัดทุนการศึกษา เมื่อทรัมป์หวนคืนตำแหน่งประธานาธิบดี ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมถูกลดระดับความสำคัญลงไปจากนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ นักศึกษาพม่าพลัดถิ่นจากสงครามภายในประเทศที่ย้ายมาเรียนต่อในไทยหลายคนโดยพึ่งพิงทุนจากองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมต่างระส่ำระสาย คาดเดาอนาคตการศึกษาของตัวเองในไทยต่อไปไม่ได้

 

หลังจากที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" หวนคืนตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 ม.ค. 2025 ต่อมาเพียงไม่กี่วันในวันที่ 24 ม.ค. 2568 รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศระงับความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศชั่วคราว ส่งผลให้งบประมาณสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ถูกตัดไป สถาบันการศึกษานานาชาติ (Institute of International Education หรือ IIE) ที่สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจาก USAID ก็ต้องถูกตัดงบตาม นักศึกษาจำนวนมากต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงนักศึกษาพม่าที่เข้ามาเรียนต่อในไทยหลังการรัฐประหารพม่า เพราะได้รับทุนจาก IIE

รัฐประหารพม่าเมื่อปี 2564 และประกาศบังคับเกณฑ์ทหารเมื่อต้นปี 2567 ที่พยายามดึงเอาคนหนุ่มสาวทั้งผู้หญิงและผู้ชายเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งขอสงครามภายในประเทศ (เพศชายอายุ 18-35 ปี เพศหญิงอายุ 18-27 ปี) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนพม่ารุ่นใหม่เลือกออกนอกประเทศ มหาวิทยาลัยในไทยกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในฐานะประเทศที่มีชายแดนติดกัน คนพม่าหลายคนเลือกข้ามฝั่งมาแสวงหาทุนการศึกษาเพื่อเรียนในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งค่าครองชีพที่นี่ก็ไม่สูงมากจนพวกเขาเอื้อมไม่ถึง ถ้าเทียบกับการเรียนต่อที่ญี่ปุ่น สิงคโปร์   จีน   หรือเกาหลีใต้  ประเทศในแถบเอเชียที่คนพม่านิยมไปเรียนต่อรองจากไทย

การศึกษาของนักศึกษาพม่าในไทยหลายคนถูกสะกัดกั้นลงด้วยการระงับทุน USAID โดยประธานาธิบดีทรัมป์ นักศึกษาพม่าที่อยู่ภายใต้โครงการของสนับสนุนทุนการศึกษาของ IIE ต้องประสบปัญหาไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียนในหลักสูตรนานาชาติ ที่มีค่าเทอมสูงกว่าหลักสูตรภาษาไทย ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่หายไปจากการถูกตัดทุนอีก แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากแต่นักศึกษาพม่าหลายคนก็ไม่สามารถกลับประเทศของตนเองได้อยู่ดี เพราะมีสิ่งที่จะทำให้ชีวิตพวกเขาลำบากมากนั้นรออยู่

ทัน นัวร์ : ต้องเริ่มเรียนปริญญาตรีใหม่อีกกี่ครั้ง

“หลังจาก 90 วันที่ทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดี เขายกเลิกทุนทั้งหมด ฉันตกใจมาก สำหรับฉันทุนคือทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะตั้งแต่ปี 2559 ที่ฉันเริ่มเรียนมหาวิทยาลัย ใช้เวลาผ่านมาแล้วราว 9 ปี พ่อแม่ของฉันไม่สามารถสนับสนุนค่าเล่าเรียนฉันได้ ค่าครองชีพก็สูง ดังนั้นไม่มีทางไปเรียนต่อได้เลยหากไม่มีทุน ตอนนั้นฉันเลยหงุดหงิดมาก แต่ถือว่ายังโชคดีที่ตอนนั้นมีทุน 2 แหล่งเปิดรับสมัคร ฉันจึงได้สมัครทุนนี้ อย่างไรก็ตามฉันยังคงไม่มั่นใจว่าจะได้รับทุนหรือเปล่า” ทัน นัวร์ กล่าว

ทัน นัวร์ (นามสมมติ) เริ่มเรียนปริญญาตรีในปี 2559 สาขาการเงิน ก่อนที่จะขอทุนเพื่อเข้ามาศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สายสังคม หลักสูตรนานาชาติ ในมหาวิทยาลัยชื่อดังในภาคเหนือของไทยเมื่อปี 2567 ปัจจุบันเขาอายุ 25 ปี ทัน นัวร์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เขากำลังศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ที่พม่า และเหลือเพียงหนึ่งภาคเรียนเท่านั้นเขาก็จะเรียนจบ แต่ทั้งหมดกลับถูกทำลายลงด้วยสถานการณ์โควิด 19 และสถานการณ์การเมืองในพม่า ทำให้ไม่สามารถศึกษาต่อได้ แม้จะเหลือเพียงหนึ่งภาคเรียนเท่านั้น ทำให้ทัน นัวร์ เริ่มวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ

ทัน นัวร์ (นามสมมติ)

เหตุผลที่ทัน นัวร์ เลือกมาเรียนต่อที่ไทยเป็นเพราะไทยมีทุนสนับสนุนสำหรับนักศึกษาพม่าเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในสายสังคม อีกทั้งค่าครองชีพก็ไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศจีน ยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งทางครอบครัวของเขาไม่สามารถจ่ายไหว อีกเหตุผลหนึ่งคือในไทยมีคนพม่าอยู่จำนวนมาก และไทยก็อยู่ใกล้พม่าทำให้สามารถติดต่อกับเพื่อนและคนที่บ้านได้สะดวก

ทัน นัวร์ เป็นนักศึกษาเพียงคนเดียวในรุ่นที่ได้ทุนสนับสนุนจาก IIE เต็มจำนวน ตลอดหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี แต่เมื่อทุนถูกตัดทั้งหมดทำให้ ทัน นัวร์ ต้องหาแหล่งทุนใหม่ ถือว่าโชคยังเข้าข้างที่เมื่อต่อมาเขาได้รับทุนสนับสนุนจาก Child’s Dream 

เต เต : ชีวิตโดดเดี่ยวกับอนาคตที่ไม่แน่นอน

เต เต (นามสมมติ) นักศึกษาพม่าระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยชื่อดังภาคเหนือที่เหลือเพียงอีก 1 ปีการศึกษาก็จะเรียนจบเปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ยินข่าวว่าตัวเองถูกระงับทุนการศึกษาเมื่อวันที่ 28 ม.ค.2568 หลังทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เต เต และเพื่อนที่ได้รับทุนจาก IIE ต่างรู้สึกหดหู่และเครียดมาก สำหรับเธอแล้วครอบครัวของเธอไม่สามารถสนับสนุนค่าเล่าเรียนที่ประเทศไทยต่อไปได้เลย เนื่องจากการศึกษาระดับปริญญาโทหลักสูตรนานาชาติของเธอมีค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งปีการศึกษาประมาณ 300,000 บาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นับว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ไม่น้อยสำหรับครอบครัวเธอ

ไม่มีข่าวคราวจากทางมหาวิทยาลัยว่าจะมีมาตราการช่วยเหลือด้วยการยกเว้นค่าเล่าเรียนหรือไม่ เต เต จึงไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรอคอยความช่วยเหลือ บางสัปดาห์ทำได้เพียงแค่เอนตัวลงบนเตียง โดยที่ไม่ทำอะไรเลยกระทั่งการออกไปข้างนอก

“ฉันคงไปเรียนปี 2 ไม่ได้แล้ว ฉันคิดว่าฉันน่าจะต้องพักการเรียน ซึ่งแผนของฉันคือสมัครขอทุนจากองค์กรใหม่ หรือไม่ก็ต้องกลับบ้าน” เต เต กล่าว

แม้ เต เต ได้พยายามอย่างมากในการสมัครทุนการศึกษาจากองค์กรอื่นๆ เพื่อให้ได้ศึกษาต่อ แต่บางทุนการศึกษาเป็นทุนตลอดหลักสูตรซึ่งเป็นระยะเวลา 2 ปี ไม่ใช่การให้ทุนกลางคัน 1 ปีเช่นนี้ หรือบางทุนก็บอกว่าพวกเขาได้รับผลกระทบจากการตัดงบของสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง แต่ยังคงไม่มีการติดต่อกลับมา

การใช้ชีวิตลำพังที่ไทยไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ เต เต ตอนที่มาถึงไทย เธอต้องเดินหาหอพักด้วยตนเอง เพราะไม่มีรถ ไม่มีรู้คนรู้จัก ในเวลานั้น เต เต ทำได้เพียงโทรไปร้องไห้กับครอบครัว และบอกว่าอยากกลับบ้าน

“ช่วงนี้ฉันกำลังออกกำลังกายเพราะกลัวป่วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะไม่มีใครรู้อะไรเกี่ยวกับฉันเลย ฉันก็คงตายอยู่คนเดียวที่หอพัก” เต เต กล่าว

ไคน์ : เรียนก็ไม่ได้ จะกลับก็ไม่ง่าย 

ไคน์ (นามสมมติ) นักศึกษาปริญญาโทที่เหลือเวลาเรียนอีก 1 ปีก็จะเรียนจบเช่นกัน เล่าว่า 1 ปีที่เหลือนี้ หากไม่มีเงินทุนสนับสนุนต้องกลับไปที่พม่าเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และทำวิทยานิพนธ์ของตัวเองที่พม่า แต่การกลับไปพักที่บ้านที่พม่าอาจจะไม่ปลอดภัย ต้องหาที่อยู่ที่ปลอดภัยเพื่อให้สามารถทำวิจัยของตัวเองให้เสร็จ บ้านของไคน์อยู่ภาคกลางของพม่า ที่นั่นเพิ่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ผ่านมา

พ่อแม่ของไคน์อยู่ในเขตสงคราม ทำให้เขาไม่สามารถติดต่อพ่อแม่ได้ เนื่องจากอินเตอร์เน็ตถูกปิด ตั้งแต่มีรัฐประหาร ทหารได้ตัดขาดการติดต่อสื่อสารทั้งหมดในเมือง รวมถึงโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตด้วย หากต้องการติดต่อกันก็ต้องติดต่อผ่านเพื่อนๆ หรือคนรู้จัก สถานการณ์เช่นนี้การกลับบ้านจึงเป็นเรื่องที่

ไม่ปลอดภัย และการอยู่ที่ไทยก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินใดๆ

“คุณรู้ไหม การเป็นนักศึกษาในไทยเนี่ยเป็นเรื่องที่ยาก ถ้าจะทำงานก็ผิดกฎหมาย เพราะประเทศไทยไม่อนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติทำงาน แม้ว่าฉันจะพอมีเวลาให้ทำงานก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายและยากมากสำหรับฉัน” ไคน์ กล่าว

ตามกฎหมายไทย นักศึกษาต่างชาติที่ถือวีซ่านักศึกษาไม่สามารถทำงานได้ นักศึกษาพม่าอย่างเขาจึงทำได้เพียงพึ่งพาเงินทุนการศึกษาเท่านั้น เมื่อทุนถูกตัดจึงเป็นสิ่งท้าทายในการดิ้นรนเอาตัวรอดในต่างแดน

“ฉันเชื่อว่าการสนับสนุนคนรุ่นใหม่พม่าในด้านการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาระดับสูงซึ่งจะเป็นผลเชิงบวกที่ยั่งยืนต่ออนาคตของพม่า และฉันเชื่อว่าคนรุ่นใหม่มีทั้งความคิดและความสามารถในการทำงานเพื่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้น ฉันคิดว่าการสนับสนุนคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องในด้านการศึกษาเป็นการสนับสนุนที่ดีที่สุดสำหรับอเมริกาในการมีส่วนร่วมกับพม่า แม้ในอนาคตการรัฐประหารยังจะคงมีอยู่ ฉันหวังว่าทรัมป์จะพิจารณาแนวทางที่มีต่อพม่า พร้อมทั้งสนับสนุนการเคลื่อนไหวและการศึกษาของพวกเรา” ไคน์ กล่าว

ย้อนมองไทม์ไลน์ 'ทรัมป์' แบนนักศึกษาต่างชาติ

31 ม.ค. 2568 เดอะโมเมนตัมรายงานว่า ทันทีที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่หน้าเก่า ออกคำสั่งระงับการช่วยเหลือระหว่างประเทศระยะเวลา 90 วัน ทำให้หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (The United States Agency for International Development - USAID) และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เป็นอันต้องถูก ‘ทิ้งไว้กลางทาง’

15 เม.ย. 2568 รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ ตัดงบช่วยเหลือมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) มูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1 แสนล้านบาท) หลังมหาวิทยาลัยปฏิเสธคำสั่งรัฐบาล โดยไม่ยอมให้คนภายนอกเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของมหาวิทยาลัย

ก่อนที่กระทรวงความมั่นคงภายในสหรัฐอเมริกา (United States Department of Homeland Security) ยื่นคำขาดต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดว่าจะรับ ‘นักศึกษาต่างชาติ’ เข้าเรียนไม่ได้อีกต่อไป หากไม่แบ่งปันข้อมูลวีซ่าของนักศึกษาให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ

17 เม.ย.2568 กรมสรรพากรร้องให้มหาวิทยาลัยจ่ายภาษี ถือเป็นมาตรการลงโทษขั้นรุนแรง หลังตัดเงินทุน 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.06 แสนล้านบาท) 

22 พ.ค.2568 มิติชนรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำทรัมป์ สั่งเพิกถอนสิทธิ์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติ ขณะที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสั่งบังคับให้นักศึกษาที่เรียนอยู่ ต้องทำการโอนย้ายไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยใหม่ ไม่เช่นนั้นเสี่ยงที่จะถูกถอนวีซ่าทันที โดยคำสั่งดังกล่าวส่งผลกระทบกับนักศึกษาต่างชาติหลายพันคน

30 พ.ค. 2568 บีบีซีเผยว่า นักเรียนทั่วโลกต่างรู้สึกวิตกกังวลและตกอยู่ในภาวะไม่แน่นอน จากแผนของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เตรียมระงับการนัดหมายขอวีซ่านักเรียนในสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว เจ้าหน้าที่เตรียมเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบทางโซเชียลมีเดียของผู้ยื่นขอวีซ่านักเรียนและวีซ่าแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ

4 มิ.ย. 2568 มติชนรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามในประกาศโดยสั่งและจำกัดการเข้าประเทศของพลเมืองจาก 12 ประเทศในการเดินทางเข้าสหรัฐฯ  ได้แก่ อัฟกานิสถาน เมียนมา ชาด คองโก อิเควทอเรียลกินี เอริเทรีย เฮติ อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

11 มิ.ย. 2568 ทรัมป์ประกาศปิดดีลภาษีกับจีนสำเร็จ จีนจะจัดส่งแร่หายากที่จำเป็นให้สหรัฐฯ ในขณะที่สหรัฐฯ จะอนุญาตให้นักศึกษาชาวจีนเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ได้

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง