ตีกลับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ให้ กมธ.แก้รอบ 2 หลังเจอ ‘เพื่อไทย-ปชน.’ ประสานเสียงค้าน เหตุตัดมาตรา 3 ซึ่งเป็นหลักการสำคัญ ทำลูกจ้างภาครัฐ-เหมาบริการภาครัฐหลุดคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน ด้าน กมธ.เสียงข้างมาก ยืนยันตัดออก เพราะว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงาน ดูได้แค่ลูกจ้างภาคเอกชน
19 ก.พ. 2568 TP Channel ถ่ายทอดสดออนไลน์ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ครั้งที่ 16 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) โดยหนึ่งในวาระวันนี้ที่จะมีการอภิปราย รายงานร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ …) พ.ศ. ... ในวาระที่ 2 ในชั้นกรรมาธิการ โดยคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เสนอตัด "มาตรา 3 เพิ่มเติมความในมาตรา 4/1" ออกไปโดยเป็นสาระสำคัญที่จะบังคับให้กฎหมายหรือระเบียบหรื่ออื่นใดที่เกี่ยวกับสิทธิแรงงานของหน่วยงานต่างๆ ต้องมีมาตรฐานทางสิทธิไม่ต่ำไปกว่าข้อกำหนดในกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงกรณีลูกจ้างสัญญาเหมาบริการตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจ้ดจ้างภาครัฐ และได้ไปทำเป็นข้อสังเกตแนบท้ายแทน
วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย และในฐานะประธานกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ …) พ.ศ. … ให้เหตุผลในการตัดร่างมาตรา 3 เพิ่มเติมความในมาตรา 4 เนื่องจากหน่วยงานของรัฐที่จ้างบุคคลธรรมดา เป็นการจ้างทำของตามสัญญาจ้างเหมาบริการ อยู่ภายใต้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ใน พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. 2560 จึงสมควรดำเนินการแก้ไขปัญหาตามหลักเกณฑ์กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ และได้ปรับแก้ไขข้อสังเกตของ กมธ.วิสามัญให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ฝั่งเสียงข้างน้อยขอสงวนความเห็น 'ต้องแก้มาตรา 4'
โดยเบื้องต้น สหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน และในฐานะกรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างน้อย มีข้อสงวนความเห็น มาตรา 4/1 ดังนี้
"มาตรา 4/1 ในกรณีที่หน่วยงานราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือกฎหมายอื่นใดได้ให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติงาน พนักงานราชการ พนักงานกระทรวง พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานประกันสังคม ลูกจ้างไม่ต่ำกว่าพระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับอยู่แล้วให้ใช้กฎหมายนั้น แต่หากมีบทบัญญัติใดกำหนดสิทธิประโยชน์ต่ำกว่าที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ให้แก้ไขกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศเหล่านั้น โดยยึดเอาสิทธิประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ"
เหตุที่สงวนเช่นนี้ เนื่องจากสหัสวัต มองว่า มาตรา 3 เพิ่มความในมาตรา 4/1 ที่ตัดออกไปนั้นไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง
สหัสวัต คุ้มคง
สหัสวัต มองว่า การแก้ไขปัญหาคุ้มครองแรงงานลูกจ้างรัฐ และเหมาบริการของภาครัฐ อยู่ที่การแก้ไขมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่กำหนดว่าไม่ให้บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ว่าการเพิ่มเติมมาตรา 4/1 โดยไม่แก้ไขมาตรา 4 เท่ากับว่าทำให้กฎหมายขัดในตัวมันเอง ไม่สามารถบังคับใช้ได้ และเมื่อเขาเสนอให้แก้ไขมาตรา 4 กลายเป็นว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ และพอจะขอแปรญัตติเพื่อแก้ไขมาตรา 4 กลายเป็นว่าทำไม่ได้ด้วย ซึ่งทำให้เขาสงสัย เพราะว่าสภาฯ ได้รับหลักการของร่างกฎหมายของวรรณวิภา ไม้สน ที่ให้แก้ไขมาตรา 4 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน แต่กลายเป็นว่าเราไม่สามารถแปรญัตติแก้ไขมาตรา 4 ไม่ได้ กลายเป็นว่าตอนนี้ทำได้แค่ตั้งข้อสังเกต
"พอแก้ไขมาตรา 4 ไม่ได้ การพิจารณาขึ้นมาหลายเดือนก็ไม่ได้อะไรเลย พนักงานราชการ อัตราจ้างจ้างเหมาราชการที่ทำงานในหน่วยงานราชการก็ยังคงไร้ความคุ้มครอง ไม่มีสิทธิประโยชน์อะไรเลย แบบนี้เราประชุมหลายเดือนตั้งแต่ร่างกฎหมายเข้าที่ประชุมกรรมาธิการ เปลืองเงินภาษี เปลืองเวลาสภาแห่งนี้ไปมากขนาดไหน แต่ปรากฏว่า ณ วันนี้ไม่ได้อะไรขึ้น เราทำได้แค่ตั้งข้อสังเกต เรายืนยันว่าต้องแก้ไขมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน" สหัสวัต กล่าว
‘สุรัจชัย’ ขอแปรญัตติ กลับมาคุ้มครองจ้างเหมาบริการ
นอกจาก สส.สหัสวัต ที่ขอสงวนความเห็นให้แก้ไขมาตรา 4 แล้ว สุรัจชัย พันธุมาศ สส.จังหวัดกรุงเทพฯ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นขอแปรญัตติ โดยชี้ว่าการตัดมาตรา 3 และเพิ่มเติมความในมาตรา 4/1 ออกไปทั้งหมดนั้น ถือเป็นความสูญเปล่าทางนิติบัญญัติ เพราะว่าเราใช้เวลา 7-9 เดือนในการแก้ไขกฎหมายช่วยเหลือลูกจ้างเหมาบริการภาครัฐ แต่ปรากฏว่าทำอะไรไม่ได้เลย
สุรัจชัย ชี้ว่าลูกจ้างเหมาบริการภาครัฐ กำลังประสบปัญหาไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน ไม่มีวันลาหยุด ลาป่วย ไม่มีสิทธิรักษาพยาบาล และอื่นๆ พ้นตำแหน่งก็ไม่มีหลักประกันอะไร ซึ่งลูกจ้างกลุ่มนี้มีสูงเกือบ 1 ล้านคน
สุรัจชัย พันธุมาศ
"ลูกจ้างที่จ้างเหมางานเกือบล้านคนก็คือมนุษย์ มนุษย์ทุกคนในประเทศนี้ทำไมการจ้างเหมางานไม่เท่ากัน ลูกจ้างเอกชนมีสวัสดิการ มีสิทธิลาป่วย มีเกษียณ มีเงินประกันต่างๆ ลูกจ้างเหมางานไม่มี" สุรัจชัย กล่าว
สุรัจชัย กล่าวว่า มีการให้เหตุผลของการตัดมาตรา 3 ออกไปว่าต้องให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ไปแก้ไขใน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างพัสดุ พ.ศ. 2560 โดยแก้ไขรูปแบบสัญญาจ้างให้เป็นธรรม แต่วานนี้ตอนประชุมวิปฝ่ายค้าน เขาถามทางกฤษฎีกาว่าจะไปแก้ระเบียบหรือมาตราอะไร อย่างไรให้คุ้มครองลูกจ้างเหมาบริการ กฤษฎีกาไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ โยนให้กรมบัญชีกลางจัดการ
เพื่อคุ้มครองลูกจ้างภาครัฐ หรือลูกจ้างเหมาบริการ สส.พรรคประชาชน ขอเสนอคำแปรญัตติ มาตรา 3 เพิ่มเติมความในมาตรา 4/1 ดังนี้
ในกรณีที่ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ องค์การมหาชน องค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ งานธุรการของศาล งานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หน่วยงานสังกัดรัฐสภา หรือในกำกับของรัฐสภา หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานของรัฐตามที่กฎหมายกำหนด ได้ทำการจ้างบุคคลธรรมดา ในลักษณะจ้างเหมาบริการ หรือในลักษณะเดียวกัน โดยจ่ายค่าตอบแทนทำงานสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติ เป็นรายวัน รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น และหน่วยราชการดังกล่าวเป็นผู้ควบคุม กำกับ และดูแลการทำงานของบุคคลที่มาทำงาน ให้หน่วยงานที่จ้างดำเนินการ ให้บุคคลดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนการทำงาน มีวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี วันลาป่วย วันลาคลอด วันและเวลาการทำงาน และเวลาพัก ได้ไม่น้อยกว่าตามสิทธิที่กำหนดไว้ในว่าด้วยกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
วรรค 2 ให้นำหลักเกณฑ์ตามวรรค 1 มาใช้บังคับกรณีนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในลักษณะการจ้างเหมาบริการ หรือลักษณะเดียวกัน ที่รับจ้างหน่วยงาน ตามวรรค 1 ด้วย
วรรค 3 บรรดาคดีที่เกิดจากข้อพิพาทระหว่างหน่วยงาน หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน ผู้ว่าจ้าง หรือบุคคล หรือนิติบุคคล ผู้รับจ้างอันเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามวรรค 1 หรือบรรดาวรรค 2 แล้วแต่กรณี ให้อยู่เขตอำนาจของศาลแรงงาน
สุรัจชัย กล่าวต่อว่า ผลของการแปรญัตตินี้จะส่งผลในแง่ดีต่อการคุ้มครองแรงงานจ้างเหมาบริการ กรมบัญชีกลางต้องไปแก้ไขระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ ให้สวัสดิการแก่ลูกจ้างเหมาบริการ ไม่ต่ำกว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงาน มีวันลาหยุด ลาป่วย ลาคลอด และกรณีอื่นๆ
ส่วนกรณีของมาตรา 4 ที่ถูกห้ามแก้ไข สุรัจชัย ยกเหตุผลลักษณะเดียวกับ สส.สหัสวัต คือสภาฯ ได้รับหลักการร่างแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ฉบับวรรณวิภา ไม้สน ที่ให้แก้ไขมาตรา 4 แล้ว ดังนั้น ก็ควรตัดมาตรา 4 ออกไป เพื่อให้มาตรา 4/1 ที่แก้ไขใช้บังคับได้
'สุรัจชัย' เสนอ กมธ.พิจารณาใหม่อีกครั้ง
สุรัจชัย กล่าวต่อว่า การตัดมาตรา 3 ถือเป็นการตัดหลักการที่สภาฯ แห่งนี้เคยรับหลักการในวาระที่ 1 ออกไปด้วย ข้อบังคับที่ 119 ของข้อบังคับการประชุมสภาฯ ให้กรรมาธิการพิจารณาตามหลักการที่รับมา แต่ท่านไปตัดหลักการออกด้วย และตัดตัวบทออกด้วย เท่ากับท่านทำลายกฎหมายทั้งฉบับ และเสียเปล่าทางนิติบัญญัตติ ซึ่งเขาอยากตั้งคำถามว่า กรรมาธิการเสียงข้างมากต้องการปฏิเสธไม่คุ้มครองลูกจ้างเหมาบริการใช่หรือไม่
สส.พรรคประชาชน มีข้อเสนอ 2 กรณี โดยหนึ่ง ให้ กมธ.เอากลับไปแก้ไขใหม่อีกครั้งโดยใช้ร่างของวรศิษฎ์ หรือจะใช้ร่างการแปรญัตติของเขาก็ได้ หลักการที่ใส่ไว้ของวรศิษฎ์ มาตรา 1 คงไว้ไม่ต้องเอาออก และแก้ไขมาตรา 4 ตามหลักการของร่างฉบับวรรณวิภา ไม้สน ก็ได้ เพราะว่าสภารับหลักการร่างทั้ง 2 ฉบับ
หากกรณีที่มีการลงมติ สุรัจชัย เสนอว่าขอให้ที่ประชุมสภาฯ ลงมติไม่รับรองมติเสียงข้างมาก และให้รับรองคำแปรญัตติของเขา ให้เป็นร่างของเขาเข้ามา แต่ถ้า กมธ.รับกลับไปปรับปรุงใหม่ ก็อยากให้เชิญเขาไปร่วมพิจารณา เพื่อให้เขาชี้แจงในที่ประชุมอย่างรอบคอบอย่างละเอียด แต่นี่ไม่รอบคอบ และเสียประโยชน์ต่อลูกจ้างเหมาบริการเกือบล้านคน
'ชลน่าน' มอง กมธ.ยกเลิกหลักการที่สภาฯ รับไว้ไม่ได้
ชลน่าน ศรีแก้ว สส.จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งกรรมาธิการวิสามัญเสียงส่วนใหญ่ได้ไปแก้ไข เนื่องจากยกเลิกหลักการที่ตัดมาตรา 3 เพิ่มความในมาตรา 4/1 ออกไป ซึ่งเป็นการยกเลิกหลักการที่รับไปจากสภาฯ ในชั้นรับหลักการ
ชลน่าน ศรีแก้ว
ชลน่าน มองด้วยว่า เขาเคยรับเรื่องร้องเรียนจากลูกจ้างชั่วคราวของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากจะมีการยกเลิกการจ้างลูกจ้างชั่วคราวรายปี และปรับไปเป็นจ้างเหมาบริการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ พนักงานร้องไห้กันระงมเพราะอัตราเงินเดือนก็ไม่ได้ ประกันสังคมก็หาย สวัสดิการต่างๆ หายหมด ดังนั้น หากตัดมาตรา 3 ออกไป ก็เสมือนยกเลิกหลักการของกฎหมาย ทำให้ลูกจ้างเหมาบริการพัสดุไม่ได้รับการคุ้มครองขั้นต่ำเลย ทั้งที่แรงงานควรได้รับการคุ้มครอง
ชลน่าน เสนอว่า ทุกคนที่เป็นแรงงานควรได้รับการคุ้มครอง โดยให้กฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นแม่บท กรมบัญชีกลางต้องแก้ไข พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ และระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ให้แรงงานรับจ้างเหมาบริการมีสิทธิและสวัสดิการไม่ต่ำกว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงาน
"ผมเองไม่เห็นด้วยแม้ท่านจะเขียนในข้อสังเกตว่าจะขออนุญาตสภาฯ แห่งนี้ให้เห็นชอบหลักการที่แก้ไขใหม่ (เรา) เห็นชอบไม่ได้จริงๆ เพราะว่าหนึ่งเจตนารมณ์มันบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนไป ถ้าท่านเองลองพิจารณาว่าจะกลับไปทำใหม่ไหม หรือให้สภาฯ แห่งนี้โหวต ท่านประธานจะถามว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ พวกผมอาจจะบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ก็คือกลับร่างเดิม 4/1 เดิมที่เขียนในร่างรับหลักการไป" ชลน่าน กล่าวทิ้งท้าย
การอภิปรายยังดำเนินต่อไปจนกระทั่งประธานที่ประชุมสภาฯ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ประธานที่ประชุมสภาฯ ได้สั่งพักการประชุม 30 นาที
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ดูได้แค่ลูกจ้างภาคเอกชน (?)
หลังจากพักประชุม ณัฏฐา มหัทธนา เลขานุการคณะกรรมาธิการ กล่าวตอบสภาฯ ที่มีข้อสงสัยว่า กมธ.เสียงข้างมาก เสนอตัดมาตรา 3 เพราะมีเจตนาไม่ต้องการคุ้มครองแรงงานเหมาช่วงบริการหรือไม่นั้น ถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง และเธออยากยืนยันว่า กมธ.เสียงข้างมากไม่ได้มีเจตนาที่จะปฏิเสธคุ้มครองลูกจ้างเหมาบริการภาครัฐ แต่เป็นเพราะว่า พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน คุ้มครองแค่แรงงานภาคเอกชนเท่านั้น ไม่ได้คุ้มครองแรงงานภาครัฐ ซึ่งแรงงานจ้างเหมาบริการจะอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ดูแลโดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง
"เราเลยพยายามภายใต้เส้นที่มากที่สุดที่ กมธ.จะทำได้ คือใส่เข้าไปในข้อสังเกตว่า เรามีแรงงานกลุ่มนี้อยู่นะ และมีอยู่จำนวนมากด้วย และปัญหาเกิดจากการจัดการของภาครัฐที่ไปลดอัตรากำลังพล และต้องมาใช้คนผิดประเภท เลยต้องไปแก้ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระเบียบการใช้งานคน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องบูรณาการกันหลายๆ หน่วยงาน" ณัฏฐา กล่าว
ณัฏฐา มหัทธนา
สหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน และ กมธ.เสียงข้างน้อย ระบุว่า แม้ว่า พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองแรงงานภาคเอกชน แต่กฎหมายคุ้มครองแรงงานควรปรับให้เท่าทันการจ้างงานแบบใหม่ ให้เท่าทันโลกมากขึ้น
สหัสวัต มองว่า การแก้ไขมาตรา 4 ตามหลักการของร่างคุ้มครองแรงงานฉบับวรรณวิภา ไม้สน จะเป็นการคุ้มครองแรงงานทั้งหมดอย่างครอบคลุม ไม่ว่าเอกชนหรือภาครัฐได้เข้ามาอยู่ใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับเดียวกัน เพื่อให้เกิดการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้ประเทศไทยมีมาตรฐานการจ้างงานขั้นต่ำที่สุด คือถ้าองค์กรไหนจ้างงานดีกว่ามาตรฐานของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ก็ทำกันไป ถ้าอันไหนยังไม่ถึงมาตรฐานที่ควรจะเป็น ก็ให้เอาสิทธิของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่สุด
วรศิษฎ์ เผยถึงการตัดมาตรา 3 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ไม่ใช่เรื่องของการอยากไม่อยากดูแลแรงงาน แต่มันเป็นเรื่องข้อกฎหมายเท่านั้น
วรศิษฎ์ กล่าวขอบคุณชลน่าน ศรีแก้ว สส.พรรคเพื่อไทย ที่ทักท้วงเรื่องยกเลิกหลักการร่างกฎหมายที่สภาฯ รับไว้ ซึ่งเขายอมรับไม่อยากไปแตะต้องมันเลย แต่ติดขัดด้วยปัญหาข้อกฎหมาย และเขาเองอยากทำให้ร่างกฎหมายออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
วรศิษฎ์ กล่าวว่า เขายินดีนำร่างกฎหมายกลับไปพิจารณาปรับปรุงอีกครั้ง เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เรียบร้อย ดูแลคนได้มากที่สุด และในเวลาเดียวกันเป็นไปตามครรลองการออกกฎหมายให้มากที่สุด
ด้านอดิศร เพียงเกษ สส.พรรคเพื่อไทย เสนอว่า ให้ดำเนินร่างกฎหมายลงมติไม่รับในวาระที่ 3 และอยากให้กลับไปพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ แล้วเสนอกฎหมายที่สมบูรณ์แบบเข้ามาใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมการดูแลคนงานภาครัฐ ถ้ายืนหยัดตามนี้ต่อ อย่าเอาสีข้างเข้าถูเลย เดี๋ยวมันจะไหม้ พิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ไม่อยากให้ชักเข้า-ชักออก เรามีกฎหมายที่รอพิจารณาอีกมากมาย ไม่ใช่มาฟังกฎหมายฉบับนี้ฉบับเดียวหลายสัปดาห์
วรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า เขาในฐานะประธาน กมธ. วันนี้ถ้ากฎหมายนี้โดนถอดออกไปหรือยกเลิกออกไป เขาไม่ใช่คนที่เดือดร้อน แต่คนที่เดือดร้อนคือคนที่รอกฎหมายนี้ออกไป เพราะฉะนั้นจะให้เขามาเริ่มกระบวนการใหม่ เขาไม่ติด เขาทำได้หมด แต่ประชาชนพร้อมรอหรือเปล่า สิ่งที่สำคัญที่สุดเขาแค่อยากให้กฎหมายฉบับนี้ออกไปช่วยประชาชนให้เร็วที่สุด ชักเข้าชักออก ใช้สีข้างถู เขาไม่สนใจ เพราะว่าเขายึดประชาชนเป็นหลักไม่ใช่ตัวเอง
หลังจากนั้น พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้ประกาศให้ที่ประชุมสภาฯ มีมติยินยอมให้นำรายงานร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ออกจากระเบียบวาระการประชุม และกลับไปปรับปรุงในชั้น กมธ.อีกครั้ง
