Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

“ทักษิณ' ลงชายแดนใต้ในรอบ 20 ปี ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน ย้ำจุดยืนยึดแนวทางพูดคุยสันติสุขดับไฟใต้ พร้อมกล่าว “ขออภัย” ต่อกรณีตากใบ เผยอินโดนีเซียจะมาร่วมช่วยแก้ปัญหาชายแดนใต้ คำสั่ง 66/23 เล็งใช้กับคนที่สำนึกผิดให้กลับมาประเทศไทย หวังภายในปีนี้สันติสุขจะเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ ด้านนักกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์ โพสต์ภาพกระดาษ #ว่างเปล่า และ #ตากใบยังหายใจ

 

24 ก.พ. 2568 การเดินทางลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปีของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วานนี้ (23 ก.พ. 2568) ได้รับการักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นหลังเกิดเหตุระเบิดที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อคืนก่อนหน้านั้นจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายและชาวบ้านเสียชีวิต 1 คน และยังเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณสนามบินเมื่อช่วงเช้าก่อนที่เครื่องบินทักษิณจะมาลงจอด แต่ไม่กระทบการเดินทาง

ทักษิณให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า การแสดงเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น “บางคนอาจทำให้ผมตกใจ แต่ผมเป็นคนใจแข็ง ถูกลอบฆ่ามา 4 ครั้ง ก็ยังเฉยๆ ใครจะต้อนรับวิธีไหน ผมรับได้หมด” ทักษิณกล่าว

จุดแรกที่ทักษิณเดินทางไปคือที่วัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส จากนั้นเดินทางไปที่โรงเรียนสัมพันธ์วิทยา อ.เจาะไอ้ร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งมีชื่อเสียงจากการพบเอกสารแผนปฏิวัติ 7 ขั้นตอน หรือทที่รู้จักว่าบันได 7 ขั้นการปฏิวัติของขบวนการบีอาร์เอ็น

จากนั้นได้เดินทางไปที่โรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เยี่ยมชมกิจกรรมภายใน TK Park จ.ยะลา และไปประชุมหารือการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่บ้านศรียะลาก่อนจะเดินทางกลับ กทม.

 

 

มาในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน

ทักษิณกล่าวว่า การเดินทางลงมาในพื้นที่ครั้งนี้มาในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้ความสำคัญกับสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนจึงตั้งใจมาดูสถานการณ์ในปัจจุบัน และมารับฟังด้วยตัวเองว่าเป็นสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไร และมาสานงานที่ทำไว้เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรี (เมื่อ 20 ปีก่อน)

“ก็อยากจะเห็นว่าเมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นและการดูแลแก้ไขปัญหาใช้เวลานานมากก็ยังไม่ยุติเสียที มันก็ควรจะยุติได้ในสมัยที่รัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งเป็นรัฐบาลเพื่อไทยและลูกสาวผมเป็นนายกรัฐมนตรี” ทักษิณ กล่าว

ทักษิณกล่าวอีกว่า อยากเห็นการทำงานร่วมกัน เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายอยากเห็นการแก้ปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ตอนสมัยตนเป็นนายกรัฐมนตรีจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริในหลวงรัชกาล 9 เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ตนคิดว่ายังเป็นหลักการที่สำคัญ

ยึดแนวทางการพูดคุย แก้ปัญหาไฟใต้

ทักษิณย้ำว่า เชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา ตนเชื่อว่าปัญหามีทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้เห็นต่างและฝ่ายข้าราชการ ดีที่สุดคือการพูดคุย ตนได้เริ่มต้นการพูดคุยด้วยการที่ตนเองไปที่มาเลเซียในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้พบกับผู้ที่เห็นต่างทั้งหลายที่อยู่ในมาเลเซีย ได้มีการพูดคุยกัน พวกเขาบอกอยากกลับบ้าน แล้วเมื่อไหร่จะได้กลับ แสดงเห็นว่าทุกฝ่ายพร้อมจะหันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน เริ่มต้นชีวิตใหม่

"หลายคนในวันนั้นที่ได้ส่งตัวแทนมามาคุยกับผมที่ต่างประเทศก็ได้มาคุยกัน คิดว่าวันนี้แนวทางในการพูดคุย ยังเป็นแนวทางที่ถูกต้องอยู่ เราต้องพูดคุยในระดับระดับท้องถิ่นระดับชาวบ้าน จนถึงระดับข้าราชการที่ต้องพูดคุยกัน นักการเมืองท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มเห็นต่าง นี่คือสิ่งที่ผมว่าเป็นแนวทางที่อยากเห็น" ทักษิณ กล่าว

นอกจากนี้ ทักษิณยังย้ำว่า ที่ผ่านมาความล้มเหลวของการบริหารก็คือเศรษฐกิจที่แย่ เมื่อเศรษฐกิจที่แย่สิ่งที่ทำมาคือยาเสพติด ทั้งชาวพุทธและมุสลิมก็อยากจะให้แก้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระสำคัญ ก็อยากฝากให้ทุกท่านแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดด้วย

 

ขออภัยต่อกรณีตากใบ

ทักษิณยังได้ขออภัยต่อความผิดพลาดในการสลายการชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อปี 2547 ซึ่งคดีได้หมดอายุความไปแล้วโดยไม่มีใครถูกลงโทษ โดยทักษิณกล่าวว่า

“ตอนผมเป็นนายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจและห่วงใยประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การทำงานก็ไม่ผิดพลาดได้บ้าง ถ้ามีอะไรผิดพลาด ที่ไม่พอใจก็ขออภัยด้วย ให้ช่วยกันเผื่อแก้ปัญหาช่วยกัน ซึ่งคนมุสลิมจะมีสิ่งที่สำคัญมาก คือรักสันติสุข รู้จักให้อภัย ผมก็ขออภัยด้วย” ทักษิณ กล่าว

อินโดนีเซียจะมาร่วมแก้ปัญหาชายแดนใต้

ทักษิณกล่าวว่า หลังจากนี้ความร่วมมือระหว่างประเทศจะมีมากขึ้นในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะมีความก้าวหน้าในการพูดคุยสันติสุข ซึ่งขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศโดยเฉพาะอินโดนีเซียเองก็อาสาที่มาช่วยพูดคุยด้วย รวมถึงตัวเองก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่เพื่อให้การพูดคุยเดินหน้าต่อไปได้โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้

 

คำสั่ง 66/23 เล็งใช้กับคนที่สำนึกผิดให้กลับมาประเทศไทย

ทักษิณกล่าวว่า ส่วนข้อเสนอในการนำคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี 66/2523 ที่มีเนื้อหาสำคัญในการนิรโทษกรรม (ซึ่งใช้กับการแก้ปัญหาคอมมิวนิสต์ไทย) กลับมาใช้เห็นว่า ทุกอย่างสามารถปรับได้หมด ก็ต้องดูว่าจะทำยังไงถึงจะให้คนที่ผิดไปแล้วสำนึกผิดให้กลับมาในประเทศไทย ก็ต้องพูดคุยกัน ยังมีอีกหลายขั้นตอน ต้องคุยกันในหลายฝ่าย

โดยการลงพื้นที่ในวันนี้เห็นว่าความรู้สึกของผู้คนแตกต่างไปจากเดิมมาก ทัศนคติก็เปลี่ยนไป สมัยที่ยังเป็นนายกรัฐมนตรีเดินทางมาเยี่ยม รร.เอกชน ก็ยังเห็นแววตาจ้องเขม่ง แต่ตอนนี้มีสัญญาณที่ดี มีการต้อนรับที่ดีทำให้เห็นแสงสว่างในปลายอุโมงค์ ในการแก้ปัญหา

หวังว่าภายในปีนี้สันติสุขของภาคใต้จะเกิดขึ้น

ส่วนที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park จ.ยะลา หลังจากทักษิณเข้าเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ได้พบปะกับประชาชนที่มาพบและกล่าวตอนหนึ่งหลังจากชื่นชมการดำเนินงานของ TK Park ว่า "ผมมีความหวังว่า ภายในปีนี้แสงสว่างแห่งสันติสุขของภาคใต้จะเกิดขึ้น และปีหน้าน่าจะเป็นปีที่สมบูรณ์ที่สุด"

“3 จังหวัดภาคใต้จะเกิดสันติสุข จะเกิดการพัฒนาการ จะเกิดความร่วมไม้ร่วมมือระหว่างพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทั้งพี่น้องที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะผมเองได้พูดคุยกับผู้นำมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ท่านสุลต่านบรูไน รวมทั้งอดีตรองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ยูซุฟ คัลลา ซึ่งไปช่วยทำเรื่องสันติภาพอาเจะห์ ก็อย่าเข้ามามีส่วนทำให้ประเทศเรามีสันติภาพมีสันติสุขและมีการพัฒนา” ทักษิณ กล่าว

จากนั้นทักษิณได้ไปเยือนบ้านศรียะลาของวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ใช้เวลาพบปะพูดคุยจนถึงเวลา 19.30 น. จึงได้เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

นักกิจกรรมร่วมแสดงสัญลักษณ์ โพสต์ภาพกระดาษ #ว่างเปล่า และ #ตากใบยังหายใจ

ในวันเดียวกันนี้ ปรากฏความเคลื่อนไหวของนักกิจกรรมภาคประชาสังคมในพื้นที่หลายคนพร้อมใจกันโพสต์ภาพถ่ายถือกระดาษเปล่าสีขาวในสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “20 ปี ความยุติธรรมกรณีตากใบ จำเลยยังคงลอยนวล ร่วมโพสต์ภาพ ถือกระดาษเปล่า พร้อมกับใส่ แฮชแทคคำว่า #ว่างเปล่า และ #ตากใบยังหายใจ” ซึ่งมีขึ้นหลังจากทักษิณแสดงความเป็นและกล่าวคำว่าขออภัยต่อกรณีตากใบ โดยมองว่าเป็นเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

 

 

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง