พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ตอบสื่อส่งชาวอุยกูร์กลับ 40 คนตามที่ทางการจีนขอมาด้วยความจริงใจและจะรับรองความปลอดภัยพร้อมให้พบญาติ ตรวจร่างกาย รวมถึงให้ "ฉัตรชัย" ตามไปสังเกตการณ์ด้วย รับ "สีจิ้นผิง" ให้คำมั่นกับ "แพทองธาร" ตั้งแต่ตอนไปเยือนแล้ว สถานทูตจีนลงรูปคนถูกส่งกลับได้กินข้าวกับครอบครัว
27 ก.พ.2568 The Reporter ไลฟ์การแถลงของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ตอบคำถามนักข่าวถึงประเด็นการส่งตัวชาวอุยกูร์ 48 คน ที่ถูกกักขังอยู่ที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สวนพลู) มากว่า 11 ปี ซึ่งมีข่าวเมื่อคืนนี้ว่ารถขนผู้ต้องกักออกมาทั้ง 3 ชุด แต่ไม่ชัดเจนว่ารถที่ออกมานั้นนำตัวคนกลุ่มใดออกมา
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่าทางการจีนทำหนังสือมาขอกับไทย 40 คนเท่านั้น โดยได้แสดงถึงความจริงใจและเจตจำนงที่จะดูแลคนจีนอุยกูร์นี้และยืนยันเรื่องความปลอดภัยและที่อยู่ที่พักอาศัยและให้ญาติของชาวอุยกูร์ที่อยู่ในไทยได้ร่วมต้อนรับกลับที่ประเทศจีนด้วย
ผบ.ตร.ตอบถึงขั้นตอนส่งตัวออกจาก ตม.ด้วยว่า เมื่อทางรัฐบาลไทยได้รับหนังสือจึงได้พิจารณาตามหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน รัฐบาลจึงได้ประชุมให้ สมช.มีมติในเรื่องนี้ สตช.ส่งชาวอุยกูร์กลับ เมื่อ สตช.ได้รับมติมาแล้วจึงวางแผนปฏิบัติเพื่อให้รอบคอบและปลอดภัยกับทั้งชาวอุยกูร์และเจ้าหน้าที่
“เราอยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องพ.ร.บ.อุ้มหายและป้องกันทรมาน เราต้องการที่จะให้เกิดความเรียบร้อยไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบหรือบานปลาย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าว
ผบ.ตร.ตอบคำถามถึงวิธีการปฏิบัติในการส่งตัวชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คนที่มีการปิดรถและเส้นทางเมื่อคืนนี้ด้วยว่า เรื่องนี้ได้มอบให้พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง ดูแลและกำกับเรื่องนี้มาตลอดและได้เสนอรูปแบบการปฏิบัติให้ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพิจารณาและการพิจารณาก็ผ่าน สมช.ทุกอย่างเราจะไม่คิดเองแล้วทำเลย การนำตัวชาวอุยกูร์ออกจาก สตม.ก็ได้ทำความเข้าใจกับพวกเขาแล้วเมื่อเข้าใจและเดินทางออกไปก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรเลยแล้วก็ส่งให้ทางการจีนรับไปโดยไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น การปิดหรือเปิดอะไรก็เป็นเรื่องของการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนพวกเขาถูกกักมานานแล้วและความชอบธรรมต่างๆ ที่ปฏิบัติภายใต้กฎหมายและปฏิบัติตามหลักสากลครบถ้วนถูกต้อง
นอกจากนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวด้วยว่าทางการไทยจะส่งเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงไปอยู่ที่มณฑลซินเจียงด้วยคือพล.ต.อ.ไกรบุญ ตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศและฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. เพื่อคอยรอดูว่าเมื่อชาวอุยกูร์ไปถึงแล้วทางการจีนได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไม่ มีญาติของพวกเขามารับหรือไม่ และมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ ซึ่งเขาได้รับการยืนยันมาว่าเมื่อชาวอุยกูร์ไปถึงซินเจียงแล้วทางการจีนมีการตรวจสุขภาพทุกรายและให้ญาติมารับ ทุกอย่างเป็นไปตามที่ทางการจีนทำหนังสือมาถึงรัฐบาลไทย ทางตำรวจไทยได้ปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่างแล้ว
“จำได้มั้ยครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปประเทศจีนแล้วท่านประธานาธิบดี(สีจิ้นผิง) ให้การต้อนรับก็ได้มีการให้คำมั่นสัญญากัน ทำเป็นหนังสือและโดยวาจาว่าเมื่อส่งกลับมาตามกระบวนการขั้นตอนทุกอย่างทางการจีนก็จะปฏิบัติตามหนังสือที่ส่งมา” ผบ.ตร.ระบุ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่าทางการจีนยังสร้างที่พักอาศัยให้ด้วย แล้วพรุ่งนี้ภูมิธรรมก็จะแถลงข่าวถึงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการรอให้ทางภูมิธรรมเป็นคนให้รายละเอียด
ผบ.ตร.ตอบในส่วนอีก 8 คนว่าเป็นคนจีนไม่ใช่อุยกูร์เป็นกลุ่มที่กระทำความผิดกฎหมายอยู่ระหว่าง สตม.ดำเนินการตามกระบวนการ
นอกจากนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ตอบคำถามเรื่องที่การส่งกลับครั้งนี้อาจทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างในอดีตด้วยว่าการดำเนินการครั้งนี้เกิดจากการประชุมตรวจสอบร่วมกันและมีการประสานทางการทูต ตำรวจเป็นเพียงหน่วยงานปฏิบัติตามมติ สมช.ทั้งหมดในอดีตเราไม่เคยได้รับความมั่นใจอย่างในปัจจุบัน และเราได้นำบทเรียนในอดีตมาเป็นตัวตั้งโดยจะให้สันติบาล ฝ่ายความมั่นคงของตำรวจและรัฐบาลประชุมหารือ
“ในตอนนั้นเราส่งกลับไปทันทีเลย แต่ตอนนี้เรามีการวางแผนประชุมกันชาวต่างชิตอุยกูร์ก็ไม่ได้ขัดขวางขัดขืนอะไรเลยตั้งแต่ต้นทางยันขึ้นเครื่องบินไป แต่ในมิติความมั่นคงก็มีการวางมาตรการกันทั้ง สมช. สันติบาลและประชาคมข่าวที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน ผมเชื่อว่าท่านรองภูมิธรรมก็จะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อในการหาข่าวระแวดระวังป้องกันพื้นที่สำคัญแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ” ผบ.ตร.ระบุและขอความร่วมมือว่าให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นทางการจีนขอความร่วมมือมาแล้วก็ได้แสดงความจริงใจและตั้งใจในการดูแลความปลอดภัยความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับไป ซึ่งเป็นเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยของประเทศไทยเอง
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวตอบในประเด็นหลักสิทธิมนุษยชนด้วยว่าทางฝ่ายหน่วยงานความมั่นคงมีการประชุมเรื่องสิทธิมนุษยชนรวมถึงพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามซ้อมทรมานและบังคับสูญหายว่าปฏิบัติถูกต้องหรือไม่แล้วที่ผ่านมาเราจะเก็บไว้ 11 ปีและจะเก็บไว้ต่อไปเรื่อยๆ ในสถานที่ห้องต้องกักเช่นนั้นหรืออย่างไร ดังนั้นเราปฏิบัติตามหลักสากลอยู่แล้ว และที่ผ่านมาทาง สตช.ก็มีข้อเสนอต่อรัฐบาลมาต่อเนื่องอยู่แล้วแต่ยังไม่มีมติลงมาจนกระทั่งมีมติจาก สมช.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สถานทูตจีนลงรูปอุยกูร์กินข้าวพร้อมครอบครัว
เมื่อเวลา 16.39 น. แฟนเพจสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ลงภาพพร้อมข้อความระบุถึงกลุ่มชาวจีนทั้ง 40 คนที่ถูกส่งกลับจากทางการไทย โดยในชุดภาพปรากฎฉัตรชัย บางชวด เลขาฯ สมช.อยู่ในสถานที่รับตัวตัวด้วย

ฉัตรชัย บางชวด (ยืนอยู่ทางด้านขวาภาพ)
โดยข้อความประกอบโพสต์ดังกล่าวมีดังนี้
"ชาวจีนที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 40 รายถูกส่งตัวกลับจีนจากประเทศไทย
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ชาวจีนที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 40 รายถูกส่งตัวกลับซินเจียงของ ประเทศจีนจากประเทศไทย โดยเที่ยวบินเช่าเหมาลำของบริษัทการบินพลเรือนของจีน ซึ่งเป็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมระหว่างจีนและไทยที่ได้ร่วมมือจัดการกับอชญากรรมการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของพลเมืองจีน ตามกฎหมายของสองประเทศและแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ
ชาวจีนที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดหมายที่ถูกส่งกลับจีนในครั้งนี้ ถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 10 กว่าปี เนื่องจากปัจจัยระหว่างประเทศที่ซับซ้อน หน่วยงานความมั่นคงสาธารณะและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศจีน ได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อให้คนเหล่านี้กลับบ้านหลังจากปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดของการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ได้มาตรฐาน ยุติธรรมและมีอารยะ และช่วยให้พวกเขากลับไปใช้ชีวิตปกติ"

ภาพที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยในเพจ

ภาพที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยในเพจ
