Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สว.โหวตตก "สิริพรรณ" อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ และ "ชาตรี" อดีตทูตเนเธอร์แลนด์ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แม้คณะกรรมการสรรหาจะเคยลงมติเอกฉันท์เลือกให้เป็น ทำให้ต้องกลับไปเริ่มสรรหาใหม่ทั้ง 2 ตำแหน่ง 

18 มี.ค.2568 ที่ประชุมของวุฒิสภา วันนี้มีการพิจารณาและลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวนสองคน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ชาตรี อรรจนานันท์ อดีตอธิบดีกรมการกงสุล และอดีตเอกอัครราชทูตประจำกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์

การสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ 2 ตำแหน่ง คือ

  1. ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ ที่สิริพรรณถูกสรรหาเข้ามาแทนตำแหน่งของนครินทร์ เมฆไตรรัตน์  
  2. ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิที่รับหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีโดยชาตรีถูกสรรหาเข้ามาแทนปัญญา อุดชาชน

สำหรับการประชุมของ สว.ครั้งนี้ ขณะที่ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาทำหน้าที่แทนประธานแจ้งเริ่มพิจารณาญัตติ นันทนา นันทวโรภาศ สว. ลุกขอยื่นญัตติด่วนเสนอให้เลื่อนญัตติลงมติให้ความเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนี้ออกไปโดยให้เหตุผลว่าควรรอจนกว่าผลทางคดีฮั้วเลือก สว.มีความชัดเจนก่อน ไม่เช่นนั้นการลงมติวันนี้อาจเป็นโมฆะในอนาคตหากพบว่าผู้ลงมติขาดคุณสมบัติไป

อย่างไรก็ตาม ประธานที่ประชุมไม่รับญัตติเนื่องจากเป็นญัตติที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ วุฒิสภามีอำนาจเต็มที่จำปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่นันทนาก็แย้งว่า มีผู้รับรองญัตติถูกต้องหากมี สว.เห็นแย้งต้องให้มีการลงมติ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

หลังการโต้แย้งของนันทนา ทำให้มี สว.หลายคนลุกขึ้นประท้วงและยืนยันให้มีการลงมติให้ความเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ เพราะยังไม่มีคำสั่งศาลสั่งให้ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวย้ำว่าได้วินนิจํยไม่รับญัตติของนันทนาแล้วจึงจะไม่มีการลงมติ จากนั้นจึงให้ตัวแทนคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแถลงญัตติ

พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ ประธานคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติฯ แถลงญัตติดังกล่าวว่าได้ตรวจสอบและสรุปเป็นรายงานตามข้อบังคับการประชุม สว. ตามข้อ 110 วรรค 2  โดยก่อนจะนำเสนอรายงานซึ่งเป็นเอกสารลับต่อที่ประชุม สว. ขอให้มีการประชุม สว.เป็นการลับตามข้อบังคับการประชุม สว. พ.ศ.2562 ข้อ 112 วรรค 2

หลังจากนั้น พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาทำหน้าที่แทนประธาน ได้เปิดให้สมาชิกร่วมอภิปรายแบบเปิดเผยก่อนให้มีการพิจารณาลับตามข้อเสนอที่ของ กมธ.สามัญ โดยมี สว.บางส่วนอภิปรายกล่าวถึงประวัติของทั้งสองคน ทั้งนี้มี สว.ที่เปิดประเด็นเรื่องที่ก่อนการลงมติไม่กี่วันมีสื่อเปิดประเด็นว่าสิริพรรณเคยร่วมลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 เมื่อปี 2555 

สว.ที่อภิปรายเรื่องนี้ เช่น ปริญญา วงศ์เชิดขวัญ แต่เขาก็บอกว่าคณะกรรมการสรรหาคงพิจารณากันดีแล้วดังนั้นอย่าตัดสินด้วยความเป็น สว.ขอให้เลือกคนที่ดีมาเพื่อประเทศชาติ หรือ เทวฤทธิ์ มณีฉาย ก็อภิปรายว่าที่ผ่านนครินทร์ที่เป็นตุลาการเองก็ยังเคยวิจารณ์ว่ากฎหมายมาตรานี้มีปัญหาเรื่องบทลงโทษที่รุนแรงสมควรมีการแก้ไขมาก่อนเหมือนกันตั้งแต่ปี 2554 อีกทั้งคณะกรรมการสรรหายังลงมติให้อย่างเป็นเอกฉันท์ด้วยทั้ง 8 เสียง

หลังการอภิปรายพล.อ.เกรียงไกรได้แจ้งให้เข้าสู่การประชุมลับ

จากนั้นเวลาประมาณ 13.50 น. ที่ประชุม สว.ได้กลับมาเปิดประชุมตามปกติ ก่อนเริ่มลงมติมงคล สุะสัจจะ ประธานวุฒิสภาได้แจ้งให้ สว.แสดงตัว มีผู้แสดงตัวร่วมประชุม 189 คน ครบองค์ประชุม จากนั้นมงคลได้ให้ สว.ลงมติทีละคน ผลมีดังนี้

  1. ศาสตราจารย์ ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มี สว.ออกเสียงเห็นด้วย 43 คน ไม่เห็นด้วย 136 คน  งดออกเสียง 7 คน ไม่ลงคะแนน 1 คน
  2. ชาตรี อรรจนานันท์ อดีตอธิบดีกรมการกงสุล และอดีตเอกอัครราชทูตประจำกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ มี สว.ออกเสียงเห็นด้วย 47 คน ไม่เห็นด้วย 115 คน  งดออกเสียง 22 คน ไม่ลงคะแนน 3 คน 

เมื่อที่ประชุม สว.มีมติไม่เห็นชอบทั้งสองคนทำให้ต้องกลับไปเริ่มกระบวนการสรรหาโดยคณะกรรมสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้าน ประธานศาลปกครองสูงสุด และตัวแทน 1 คน จากองค์กรอิสระอื่นๆ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้การสรรหาของคณะกรรมการสรรหาครั้งที่ผ่านมาได้ลงมติให้ทั้งสองคนด้วยเสียงเอกฉันท์ 8 เสียง 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง