Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ท่านขาว' หรือ พระครูโฆษิตาสุตาภรณ์ เจ้าอาวาส วัดบูรพาราม อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี มองเหตุยิงสามเณรเป็นสัญญาณแรงที่สุดเรื่องโต๊ะเจรจาสันติภาพ ขอชาวพุทธตั้งสติไม่ตอบโต้


“ท่านขาว” หรือ พระครูโฆษิตาสุตาภรณ์ เจ้าอาวาส วัดบูรพาราม อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

“ท่านขาว” หรือ พระครูโฆษิตาสุตาภรณ์ เจ้าอาวาส วัดบูรพาราม อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เป็นพระภิกษุที่เข้าร่วมวงพูดคุยสันติสุขและทำกิจกรรมสันติภาพร่วมกับชุมชนและชาวพุทธในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เดินทางมาร่วมงานทอดผ่าป่าที่วัดกุหร่า (ร้าง) หรือวัดเกาะอภินิหาร ที่ ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา หลังเกิด มรณภาพ 1 รูป เมือ 25 เมษายน 2568 พร้อมกับพี่น้องชาวพุทธจากหลายจังหวัดที่อยากมีส่วนร่วมทำให้วัดร้างเป็นวัดปกติ

ชี้เป็นสัญญาณแรงที่สุดเรื่องโต๊ะเจรจาสันติภาพ

ท่านขาวให้สัมภาษณ์กรณีเหตุยิงสามเณรวัดกุหร่า(ร้าง)มรณภาพว่า จากที่ฟังเสียงหลายกลุ่ม เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นการส่งสัญญาณที่แรงที่สุดเรื่องโต๊ะเจรจา เพราะฝ่ายตรงข้ามพยายามจะให้มีโต๊ะเจรจาสันติภาพมาโดยตลอด 
ทั้งนี้ เพราะตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน มาจนถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยังชะลออยู่ ยังไม่ชัดเจนในเรื่องโต๊ะเจรจา ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นว่า ตัวตนเขาไม่มี จึงนำความรุนแรงกลับมาใช้

เหตุผลคือ หลังการเจรจาครั้งแรกในปี 2556 สมัยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สถิตการก่อเหตุลดลงจริงๆ แม้ยังตกลงอะไรไม่ได้มากนัก แต่มีช่องทางที่จะสื่อสารกับอีกฝ่าย เมื่อไม่มีโต๊ะเจรจามาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ จนมาถึงรัฐบาลใหม่ขึ้นมา ก็ทำให้เหตุรุนแรงขึ้น

“อาตมาไม่รู้วิธีคิดของรัฐบาลใหม่คิดยังไง เท่าที่ฟังคุณภูมิธรรม เวชยชัย (รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง) บอกว่าอยากคุยต่อ แต่จะไม่คุยแบบเดิม ไม่รู้แบบไหน ซึ่งความจริงแกน่าจะมาคุยเองด้วยซ้ำไป จะได้รู้”

เมื่อไม่มีโต๊ะพูดคุย ความรุนแรงก็กลับมา

ท่านขาว บอกว่า ตอนนี้ขั้นตอนการพูดคุยอยู่ในช่วงการสร้างความไว้วางใจ แต่ละฝ่ายก็ส่งผู้แทนมาคุยไม่รู้ว่าใครจริงหรือปลอม ซึ่งขั้นนี้มันอาจจะอยู่ไปอีกร้อยปีก็ได้ แต่ก็ให้มีโต๊ะพูดคุย เรื่องนี้อาตมาเคยพูดกับทหารในค่ายอิงคยุทธบริหารว่า เป็นสัญญาณว่า เขาเริ่มจะก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่มากขึ้น แต่กับผู้บริสุทธิ์ เขาหลีกเลี่ยง

“แต่เงื่อนไขถ้าคุณไม่ตอบสนองโต๊ะเจรจา เขาอาจจะก่อเหตุรุนแรงขึ้น เช่น ลงมือกับผู้บริสุทธิ์มากขึ้น อาจเกิดกับชาวพุทธหรือมุสลิม คุณยังเงียบอีก แล้วมาถึงพระจนได้ ท่านขาวพูดมนานแล้วเรื่องนี้ แล้วก็จริงที่มาถึงขั้นนี้”

เชื่อไม่ถึงขั้นขัดแย้งทางศาสนา โต๊ะพูดคุยวัดใจรัฐบาล

ท่านขาวบอกว่า บางคนบอกเงื่อนไขหนึ่งคือการทำร้ายอุสตาส แล้วเอาคืน ท่านขาวเห็นว่าอาจเป็นประเด็นเสริมที่อยากให้ขัดแย้งทางศาสนา แต่เราเชื่อว่าไม่ไปไกลขนาดนั้น โดยเฉพาะชาวพุทธเราไม่ไปทางนั้นอยู่แล้ว

ครั้งนี้เป็นการวัดใจว่ารัฐบาลจะคิดแบบไหน จะรีบตั้งโต๊ะเจรจาหรือเปล่า อยากบอกรัฐบาลหรือคุณภูมิธรรมว่า อย่าคิดอะไรเยอะ ก็รู้อยู่ว่าการตั้งโต๊ะเจรจาจะทำให้ปัญหาจบเร็วห้าวันสิบวันหรือห้าปีข้างหน้า แต่เพื่อลดความรุนแรง หรือความกดดันจากสถานการณ์ได้ ซึ่งรัฐบาลก็น่าจะตัดสินใจได้เลย

เท่าที่ฟังสัญญาณในวันสองวันนี้แกยังดู ยังไม่ค่อยยอม อยากให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นในมุมนั้นอยู่ ที่นี้คนที่ได้รับผลกระทบ คือใคร

“ถ้าเราอยากเข้าใจอีกฝ่ายที่ไม่ใช่รัฐก็คิดได้ว่า ถ้าฉันอยากจะคุย แต่ไม่มีโต๊ะ จะให้ฉันใช้ความรุนแรงต่อไปใช่ไหม คุยกันประเด็นมันอาจจะวนวนมา ยังตกลงอะไรไม่ได้ แต่อยากคุย ทำไมทำไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ยากเลย"

เราแค่ขอโอกาสมีชีวิตในบ้านเกิดอย่างสันติสุข

พระและชาวพุทธไม่มีข้อต่อรองอะไรกับใคร เราแค่ขอโอกาสมีชีวิตในบ้านเกิดเราอย่างสันติสุข ได้ทำมาหากินอย่างปลอดภัย ได้อยู่ร่วมกับคนอื่น เหมือนคนไทยทุกคน อยากปฏิบัติศาสนกิจให้ได้ ถ้าอีกฝ่ายจะใช้ความรุนแรงก็ขอให้หลีกเลี่ยงผู้บริสุทธิ์ หลีกเลี่ยงพระ เพราะกระเทือนจริง ๆ

ท่านขาวกล่าวว่า เหตุยิงสามเณรส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในพื้นที่อย่างสามเณรที่วัดบูรพารามเอง ที่ผู้ปกครองมาบอกขอย้ายวัด และไม่ออกบิณฑบาตได้ไหม ท่านขาวก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น พระต้องออกบิณฑบาต บางคนอยากให้บิณฑบาตในวัดก็ฟังดูแปลก บางคนไม่เห็นด้วย และบางคนอยากให้สึกเลย ก็สึกได้ แต่กระทบโครงการเพราะถ้าสึกคนเดียวก็ต้องสึกทั้งหมด

“แสดงว่าสะเทือนกับโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ซึ่งไม่ได้ทำปีนี้ปีแรกและไม่ใช่ที่นี่ที่เดี่ยว แต่ทำกันทั้งประเทศ อาจจะกระทบโครงการในปีหน้าด้วย สามเณรอาจไม่กล้าบวช แม้แต่การบิณฑบาตตอนเช้าจะกระทบ หลายวัดก็ยังทำไม่ได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ก็กระทบแน่”

ชาวพุทธต้องตั้งสติ ไม่ตอบโต้

ท่านขาว เปิดเผยด้วยว่า ชาวพุทธในพื้นที่มี 3 ประเภท คือ กลุ่มที่มีความคิดรุนแรงมาก มีความคิดจะเอาคืน ก็ต้องห้ามกัน อีกกลุ่มกลัวเลยคิดว่าต้องรีบหนีออกพื้นที่เลย อีกกลุ่มกลางๆ ตั้งสติกันหน่อย ไม่อยากให้เกิดการตอบโต้

“อย่างกลุ่มรุนแรงถึงขั้นพูดกันว่า "เราไปยิงกราดคืนได้ไหม ความเจ็บปวดมันได้รู้สึก เราเจ็บยังไงให้เจ็บอย่างนั้น ความคิดนี้มีอยู่ ก็ต้องห้ามๆ กัน"

มีหลายกลุ่มของชาวพุทธที่ตั้งขึ้นมา คือถ้าไม่โดนทำร้าย ชาวพุทธก็จะเงียบๆ ไม่มีข้อเสนอใดๆ ยังมองปัญหาแบบหยาบๆ อยู่ แต่เมื่อเกิดเหตุก็มาพ่นไฟใส่กัน มาใช้อารมณ์กันก็แก้ปัญหายาก

สำหรับรัฐเราไปเสนอแนะอะไรเขาก็ไม่ค่อยเชื่อ อย่างคณะสงฆ์จะไม่ค่อยมีบทบาทเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนเกินกว่าที่พระจะไปรับรู้ในทุกเรื่อง เพียงแต่ว่าครั้งนี้รู้สึกว่าจะออกแถลงการณ์ไวเหมือนกัน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน

สนับสนุนการพูดคุย ใช้สันติวิธีแก้ปัญหา

ท่านขาว ย้ำว่า ถ้าเราจะบอกว่าจะแก้ปัญหานี้ ต้องสันติวิธี จึงต้องขอให้มีโต๊ะเจรจา ท่านขาวเคยเสนอขอให้มีพระและอิหม่ามไปร่วมคุยในโต๊ะเจรจาด้วยได้ไหม ไม่ได้ขออะไรมาก แค่ไปนั่งฟังเขาคุยกัน เขาโกหกเราไหม เขาหลอกเราหรือเปล่า ทั้งสองฝ่ายเอาจริงไหม

ส่วนประเด็นที่คุยขอให้จริงใจกันมันก็จะไว มาจากกระแสข้างนอกด้วยที่บอกว่าคุณคุยมากี่ปีแล้ว มันไปไม่ถึงไหน ล้มเหลวหรือเปล่า ไปคุยทำไม แต่การศึกษากันเรื่องความขัดแย้งทั่วโลกถือประเทศไทยดีกว่าที่ อื่นที่ใช้เวลาเป็นร้อยปีกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง บ้านเราเพิ่งคุยไม่กี่ปีเอง ก็ต้องหนุนให้มีการพูดคุยเกิดขึ้นและใช้สันติวิธีเป็นหลัก

ท่านขาวกล่าวว่า แม้จะมีความไม่เชื่อมั่นเพราะคุยมากี่ปีแล้ว ล้มเหลวหรือไม่ แต่เราต้องสนับสนุนให้พูดคุยเพื่อสันติภาพ โดยใช้สันติวิธีเป็นหลัก เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชนที่บริสุทธิ์ ซึ่งผู้ได้รับผลกระทบไม่ใช่ใครชาวพุทธ แต่โดนกันหมดจากความรุนแรง สุดท้ายก็มาถึงพระจนได้

ฟื้นความสัมพันธ์ของคนพุทธกับคนมุสลิม

ความสัมพันธ์ระหว่างคนพุทธกับคนมุสลิมในพื้นที่ที่ดีขึ้นมากในช่วงหลังจะเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในระดับบนได้หรือไม่ ท่านขาวบอกว่า ประเด็นนี้ยังไม่ชัดเจน ข้างบนคงคิดว่าไม่ใช่ปัจจัยสำคัญของการแก้ปัญหา เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจะทำให้เป็นความขัดแย้งทางศาสนา รัฐก็เลยไม่ให้น้ำหนักกับประเด็นนี้ เช่น เมื่อพูดคำว่าพหุวัฒนธรรมก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า พหุเป็นยังไงเพราะเหมือนสวนทางกับคำว่าหนึ่งเดียว แต่จริงๆ ก็ไม่ชัดสักเรื่อง

เรื่องความสัมพันธ์ของคนในพื้นที่ข้างบนอาจมองว่าไม่ใช่ปัญหาที่มาจากข้างบน แต่เป็นปัญหาของคนในพื้นที่เอง ซึ่งประเด็นนี้ท่านขาวเคยเสนอให้ผู้บริหารคณะสงฆ์กับอิหม่ามได้มานั่งคุยกัน แต่ยังทำไม่ได้เพราะเขามองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กลัวว่าอิหม่ามกับพระจะทะเลาะกันหรือเปล่า แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะดีขึ้นแต่ไม่มีคนกลางที่จะมาทำ

ที่ผ่านมาอาจารย์โคทม อารียา เคยทำมาแล้วแต่ภายใต้กรอบงบประมาณ ซึ่งทำได้ระดับหนึ่งและไม่ได้สานต่อ แต่ถ้าทหารจัดอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่มาอีก

กิจกรรมที่ทำร่วมกันระหว่างพุทธกับมุสลิมด้วยตัวผู้นำศาสนาเองก็น้อย เราต้องหากิจกรรมเล็กๆที่พอจะทำร่วมกันได้ ที่จริงท่านขาวเคยเสนอตัวเป็นตัวแทนของฝ่ายพุทธแล้ว เช่น กิจกรรมไปเยี่ยมผู้ป่วยร่วมกัน แต่ฝ่ายมุสลิมไม่มั่นใจว่าพระจะปลอดภัย จึงไม่ง่ายที่จะทำกิจกรรมแบบนี้

อย่างไรก็ตาม ท่านขาวมองว่า แม้ช่วงหลังๆ ความสัมพันธ์น่าจะดีขึ้น แต่การทำร้ายสามเณรก็ยังเป็นสัญญาณตอกย้ำบางอย่างอยู่ ต้องให้เรื่องนี้ค่อยๆหายไป แต่ตอนนี้ยากหน่อย เพราะฉะนั้นเราต้องสื่อสารโดยเฉพาะกับคนที่อยู่ไกลว่า เราคนพุทธกับมุสลิมเราไม่มีอะไรกัน เราคุยกันได้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง