Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายภาคประชาสังคมในชายแดนใต้จัดงานรำลึก 240 ปี "ปาตานีเสียกรุงให้สยาม" เปิดพื้นที่สร้างการเรียนรู้ สร้างความภูมิใจในทรัพยากรท้องถิ่น รอมฎอน ปันจอร์ สส. พรรคประชาชน ชี้ ต้องใจกว้างเปิดรับความทรงจำที่แตกต่าง จึงจะหาทางออกในทางการเมืองได้ "ผมเชื่อเรื่องการเปิดใจที่กว้าง และคุยกันในเรื่องที่ขัดแย้งกันมากๆ ให้ได้ ทางออกก็จะมาจากการคุยกัน เผยธงใหญ่พรรคประชาชน ยังเป็นเรื่องสันติภาพ – เปิดพื้นที่ฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย"

 

12 พ.ย. 2568 วานนี้ (11 พ.ย.68) เครือข่ายภาคประชาสังคมหลากหลายองค์กรในชายแดนใต้/ปาตานี ร่วมกันจัดกิจกรรมรำลึกถึงคุณปการอูลามา(นักปราชญ์ทางศาสนา) ท้องถิ่น 11-11-1785 ครบรอบ 240 ปี หรือ HAUL PATANI JATUH 2025 เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้คนรุ่นใหม่เกี่ยวกับการรำลึกประวัติศาสตร์การเสียกรุงของปาตานี (วันที่แพ้สงครามให้แก่สยามปี พ.ศ.2328) และผลกระทบต่อยุคปัจจุบัน ณ ลานสนามหญ้าหลังบ้านคลองบือเระ ต.ดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี  มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก

กิจกรรมเริ่มด้วยการละหมาดฮายัต การอ่านตะห์ลีล(เพื่ออุทิศผลบุญให้ผู้เสียชีวิต) ขบวนพาเหรด การแสดงศิลปะป้องกันตัว(Silat) เวทีเสวนาและปิดท้ายด้วยการแสดงละครเวทีในสนาม ซึ่งเป็นการแสดงในบทบาทของดาโต๊ะปังกาลัน ที่ปกครองปาตานีในช่วงปี พ.ศ.2334-2352 และบทบาทของโต๊ะบือแนดายอซึ่งเป็นผู้นำศาสนาในสมัยนั้น

 

สำหรับดาโต๊ะปังกาลัน ประวัติคร่าวๆ คือ เป็นกษัตริย์ที่สยามแต่งตั้งให้มาปกครองปาตานีหลังจากปาตานีแพ้สงครามให้สยามแล้ว ต่อมามีความขัดแย้งกับข้าราชการสยามบ่อยครั้ง จนในปี พ.ศ. 2351 ดาโต๊ะปังกาลัน ร่วมกับเจ้าเมืองในปาตานีและผู้นำในท้องถิ่นยกกำลังเข้าโจมตีข้าราชการสยามจนต้องหนีไปสงขลา ทางนครศรีธรรมราชและสงขลาจึงยกกองทัพไปโจมตีปาตานีแต่ไม่สามารถเอาชนะได้ ทางกองทัพจากกรุงเทพ นำโดยเจ้าพระยาพลเทพ (บุนนาคบ้านแม่ลา) มาช่วยจนเอาชนะปาตานีได้และดาโต๊ะปังกาลันเสียชีวิตระหว่างการสู้รบ

อับดุลวาดุ เบนอับดุลเลาะห์ ทีมงานผู้จัดงาน กล่าวว่า งานนี้เป็นการรำลึกการเสียกรุงของปาตานี เพื่อให้ประชาชนได้รำลึกถึง รวมถึงอยากให้คนนอกพื้นที่ได้เข้าใจประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นด้วย เราไม่อยากให้เรื่องราวเหล่านี้มันหายไปจากความกดดันต่าง ๆ อีกประการก็คืออยากให้เราได้ภาคภูมิใจในทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ ทั้งเรื่องราวในพื้นที่และทรัพยากรทางธรรมชาติที่เราจะต้องปกป้องรักษาให้คงอยู่ต่อไป

“ถามว่ากลัวหรือไม่ที่จัดงานนี้ คือคนที่รู้สึกกลัวเพราะคิดว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่เราอยากให้คิดอีกด้านว่า เรามีประวัติศาสตร์ของตัวเอง และเราก็ไม่ต้องการจะทำผิดอะไร แค่อยากให้คนรู้เท่านั้น ซึ่งเราพิจารณาแล้วว่าไม่ผิด เพราะในงานก็มีแค่การละหมาดฮายัต การอุทิศผลบุญให้คนตาย การอ่านประวัติศาสตร์ ซึ่งเหล่านี้เราทำปกติอยู่แล้ว” นายอับดุลวาดุ กล่าว

อับดุลวาดุ เบนอับดุลเลาะห์ ทีมงานผู้จัดงาน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สส.รอมฎอน ชี้ ต้องใจกว้างเปิดรับความทรงจำที่แตกต่าง จึงจะหาทางออกในทางการเมืองได้

รอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.ปัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งมาร่วมงานนี้ด้วย กล่าวถึงเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และความทรงจำในการจัดการความขัดแย้งว่า เราควรต้องใจกว้างที่จะเปิดรับการเรียนรู้ข้อมูลข่าวสาร เรื่องเล่า ความทรงจำที่แตกต่างไปจากเวอร์ชั่นที่คนคุ้นเคยในสังคมไทย แม้กระทั่งในสังคมมลายูปาตานีเองก็อาจจะไม่คุ้นเคย

“คนไม่น้อยที่ไม่ได้รู้ว่า รายละเอียดการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธเป็นอย่างไร เป็นความรู้ที่อย่างน้อยที่สุดเพื่อที่จะเข้าใจว่า ความขัดแย้งนี้มันทำงานยังไง ถ้าเราเข้าใจสิ่งนี้ เราจะหาจุดที่จะสามารถหาทางออกในทางการเมืองได้ ซึ่งมันอาจจะเป็นยาขม กินยากหน่อย เพราะไม่คุ้นเคย” รอมฎอน กล่าว

รอมฎอน กล่าวว่า ข้อมูลพวกนี้ ทั้งข้อมูลตัวบุคคล นักต่อสู้ ข้อมูลในเชิงสถิติ เรื่องราวในชีวิตของพวกเขาอาจจะเตือนให้เราเห็นว่า ยังมีคนที่อยู่ร่วมสังคม อยู่ร่วมโลกที่มีความคิดที่แตกต่างจากเราขนาดนี้ ถ้าเราเปิดใจกว้างให้มากที่สุดก็อาจจะหาทางเลือกให้กับการอยู่ร่วมกันในอนาคตได้มากขึ้น เป็นยาขมที่จำเป็นต้องกลืน

“แม้เป็นเรื่องที่หลายคนพยายามไม่จำ และมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่อยากจะจดจำ ก็ต้องอยู่ด้วยกันให้ได้แม้เป็นเรื่องที่ยากลำบาก ก็เรื่องยากๆ นั่นแหละที่จะยุติความขัดแย้งที่ยาวนานแบบนี้ได้” รอมฎอน กล่าว

รอมฎอน กล่าวต่อไปว่า ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง เราจำเป็นต้องเข้าใจความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไทย หรือ แม้กระทั่งฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลไทย ต้องเข้าใจว่าตัวเองขัดแย้งในความขัดแย้งอะไร ถ้าเราเข้าใจกันเราก็สามารถคุยกันได้

“ผมยังเชื่อเรื่องกระบวนการพูดคุย เรื่องการเจรจา และไม่เชื่อว่าเราจะใช้กำลังปราบกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลปราบฝ่ายกบฏ หรือฝ่ายกองกำลังต่อสู้กับกองกำลังฝ่ายรัฐบาล แล้วแลกกับทุกชีวิตที่จะเกิดขึ้น ผมคิดว่านั่นไม่ใช่ทางออกของทั้งสองฝ่าย”  รอมฎอน กล่าว

 

“ผมเชื่อเรื่องการเปิดใจที่กว้าง และคุยกันในเรื่องที่ขัดแย้งกันมากๆ ให้ได้ ทางออกก็จะมาจากการคุยกัน

“ผมเชื่อเรื่องการเปิดใจที่กว้าง และคุยกันในเรื่องที่ขัดแย้งกันมากๆ ให้ได้ และบรรดาทางออกมันก็จะมาจากการคุยกัน และการคุยที่มันจะชอบธรรมก็คือการคุยกับประชาชน เพราะกระบวนการแบบนี้ และร่วมทั้งการยอมรับความทรงจำที่แตกต่างจากความทรงจำกระแสหลักให้ได้ ก็เป็นหนทางที่ผมเชื่อว่าจะสามารถหาข้อยุติได้ ไม่ใช่ยืดเยื้อมาหลายทศวรรษ ข้ามรุ่น คนพวกนี้ตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นปู่ที่สู้กันมา ขัดแย้งกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว”

“ถ้าเรามีโอกาสสักนิดนึงที่จะสามารถคุยกันได้หาข้อตกลงกันได้ เพียงแต่ว่าต้องยอมรับตัวตนประวัติศาสตร์ความเป็นตัวของตัวเองของคนในประเทศนี้ ผมคิดว่าเรายังหาวิธีการที่จะอยู่ร่วมกันได้”

ธงใหญ่พรรคประชาชน ยังเป็นเรื่องสันติภาพ - เปิดพื้นที่ฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย

รอมฎอน กล่าวด้วยว่า สำหรับพรรคประชาชน ธงใหญ่ของเราก็จะเป็นเรื่องสันติภาพ การเปลี่ยนวิธีคิดของรัฐ มุมมองของรัฐจากการมองฝ่ายผู้ก่อการในฐานะที่เป็นกลุ่มอาชญากรเท่านั้น ที่ทำผิดคดีอาญาเท่านั้น แต่เราพยายามมองเห็นความขัดแย้งนี้ในฐานะที่เป็นความขัดแย้งทางการเมือง แล้วก็พลิกเปลี่ยนมุมมองและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา มาเน้นในเรื่องของการสร้างสันติภาพ ซึ่งจะแตกต่างจากแนวทางการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ

“แนวทางใหญ่ๆเหล่านั้นก็อาจจะรวมไปถึงการเปิดพื้นที่สำหรับการรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายด้วย” นายรอมฎอน กล่าวทิ้งท้าย

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง