Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สถานการณ์โลกถึงชายแดนใต้ จับตา 10 วันสุดท้ายเดือนรอมฎอนของชาวมุสลิมที่มักเป็นช่วงที่มีเหตุรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ถี่กว่าช่วงอื่นๆ เปิด 3 หมุดหมายทางประวัติศาสตร์ในเดือนมีนาคม สนธิสัญญาแองโกล-สยาม 1909, ทนายสมชายถูกอุ้มหาย และวันสถาปนาบีอาร์เอ็น กับ 7 ข้อกังวลของเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ไม่ได้ความกังวลเรื่องเดียว แต่ต้องอยู่อย่างระแวงเป็นความเคยชิน ถามรัฐธรรมนูญมีปัญหาอะไร ทำไมถึงต้องรีบแก้

 

10 มี.ค. 2569 เข้าสู่ช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 เดือนถือศีลอดของชาวมุสลิมที่มักเป็นช่วงที่มีเหตุรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ถี่กว่าช่วงอื่นๆ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงมักจะเตือนและเฝ้าระวังอย่างเข้ม แต่บางปีก็ไม่วายเกิดเหตุขึ้นมาจนได้ ทั้งการก่อเหตุเพื่อมุ่งเป้าหมายบุคคล และเพื่อแสดงในชิงสัญลักษณ์

ดังนั้น เมื่อถึงช่วงนี้ จึงสร้างความกังวลให้ประชาชนคนในพื้นที่พอสมควร โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ชาวไทยพุทธในพื้นที่ หรือแม้แต่ชาวมุสลิมที่กลัวเหตุรุนแรงแล้วยังเกรงถึงผลกระทบหลังจากปฏิบัติการของฝ่ายรัฐ

นี่จึงเป็นที่มาของข้อเรียกร้อง “รอมฏอนสันติ” จากฝ่ายต่างๆ ตั้งแต่ปีแรกๆ ที่เริ่มมีกระบวนการพูดคุยสันติภาพ (ปี 2556) มาแล้ว แต่มาตรการของรอมฏอนสันติหลายๆ ปีที่ผ่านมา มักไม่ค่อยเห็นผลมากนัก โดยเฉพาะจากโต๊ะพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข ซึ่งรอมฎอนปีนี้แทบไม่เห็นความเลื่อนไหวเรื่องนี้เลย

หมุดหมายทางประวัติศาสตร์

ยิ่ง 10 วันสุดท้ายของรอมฎอนปีนี้ ค่อนพิเศษหน่อย เพราะตรงกับช่วงครึ่งเดือนแรกของมีนาคมซึ่งมีหมุดหมายสำคัญๆ ทางประวัติศาสตร์หลายอย่างที่อาจส่งผลสะท้อนมายังสถานการณ์ในพื้นที่

เริ่มจากวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2452 (ค.ศ. 1909) มีการลงนามใน สนธิสัญญาแองโกล-สยาม 1909 (Anglo-Siamese Treaty of 1909) หรือสัญญากรุงเทพฯ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เป็นการปักปันเขตแดนที่สยามกับอังกฤษเพื่อแลกกับการยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขตและการกู้เงินสร้างทางรถไฟสายใต้

วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2547 หรือเมื่อ 22 ปีที่แล้ว เป็นวันที่สมชาย นีละไพจิตร นักกฎหมายมุสลิมและทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ถูกอุ้มหายกลางกรุงเทพฯ ระหว่างเป็นทนายความให้ผู้ต้องหาคดี ‘ปล้นปืน’ ที่ค่ายปิเหล็ง จ.นราธิวาส ซึ่งการหายตัวไปของเขายังเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้

วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2503 วันที่ขบวนการ BRN (แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี - Barisan Revolusi Nasional) ก่อนตั้งขึ้น จึงมีการกำหนดให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสถาปนาขบวนการ BRN ฝ่ายความมั่นคงมักจะมีการเฝ้าระวังเหตุความไม่สงบเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงนี้เป็นพิเศษ

ชาวพุทธไม่ได้ความกังวลเรื่องเดียว

แม้สถานการณ์ในพื้นที่น่ากังวลอยู่พอสมควร แต่ในมุมมองของคนพุทธอย่าง กันตพัฒน์ ทวีผลทรัพย์ ประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ (B4P) บอกว่า ช่วงนี้ไม่ได้มีเรื่องเดียวที่น่ากังวล เพราะมีทั้งสถานการณ์ในประเทศและสถานการณ์โลกที่จะส่งผลกระทบมาถึงเรา

กันตพัฒน์ ทวีผลทรัพย์ ประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ

ต่อไปนี้ เป็น 7 เรื่องพี่คนพุทธในพื้นที่กังวล (และสงสัย) จึงขอฝากให้รัฐบาลใหม่รีบๆ แก้ปัญหาให้ได้

เรื่องแรก สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่มักวนเวียนเป็นวงจร ทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาลก็มักเกิดเหตุรุนแรง หรือมีใครอยากสร้างกระแสแรงขึ้นมา เช่น มีนายทหารไปพูดท้าทายขบวนการบีอาร์เอ็น แบบนี้จะทำให้มีเหตุรุนแรงตามมาได้ หรือเป็นเรื่องปกติของคนที่มารับตำแหน่งใหม่ต้องการให้เป็นข่าวดังขึ้นมา หรือต้องการแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เข้มแข็ง

เรื่องที่สอง ช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วว่าต้องมีเหตุรุนแรง แต่ที่กังวลคือการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ที่มีคนเสียชีวิต เช่น ถ้ามีการวิสามัญฆาตกรรมจากนั้นมีการแห่ศพตามมา ทำให้เรารู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าออกจากบ้านแต่บางครั้งก็จำเป็นต้องออก ก็ต้องระวังมากขึ้น ทำให้เกิดความหวาดระแวง ซึ่งสถานการณ์แบบนี้พี่น้องชาวพุทธบางพื้นที่ ถึงกับบอกว่า “เราต้องอยู่อย่างระแวงเป็นความเคยชิน” ให้ได้ ดิฉันเข้าใจความขัดแย้งแบบนี้ของทั้งสองฝ่าย ว่าแต่ทำไมถึงขั้นต้องเอาชีวิตกันด้วย”

เรื่องที่สาม หลังเดือนรอมฎอนจะมีกิจกรรมหนึ่งของกลุ่มคนหนุ่มสาวมุสลิมที่ตอนแรกคนพุทธรู้สึกตกใจ คือ การแต่งชุดมลายูและการชุมนุมมลายูรายอ เราตกใจเพราะเขารวมกลุ่มบีบแตรรถมอเตอร์ไซค์ ไปเป็นขบวน ต้องการแสดงพลัง มีการกล่าวปฏิญาณตนด้วย ซึ่งเราไม่เข้าใจ “แต่หลังๆ ก็คลายความระแวงลงไปมาก จนรู้สึกว่าเป็นงานที่ไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ก็ไม่แน่อาจจะมีอะไรขึ้นมาก็ได้”

ความไม่เข้าใจของเราคนพุทธหลักๆ ก็มาจากการที่เราไม่เข้าใจภาษามลายู ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรกัน แต่การที่คนพุทธกับมุสลิมได้มีกิจกรรมร่วมกันมากขึ้นทำให้เข้าใจกันมากขึ้น บางกลุ่มบางองค์กรก็ให้เกียรติคนพุทธมากขึ้นด้วย เช่น เมื่อมีการพูดคุยบรรยายเป็นภาษามลายูก็จะจัดน้อง ๆ มาช่วยแปลให้ฟังด้วย น่ารักมาก

เรื่องที่สี่ กระบวนการพูดคุยสันติภาพ เราทำงานเคลื่อนไหวเรื่องสันติภาพมานานก็เห็นว่า การพูดคุยนั้นจำเป็นต้องมี แต่ก็ยังไม่เชื่อว่าการพูดคุยในตอนนี้จะนำไปสู่สันติภาพได้จริง ซึ่งมีหลายคนบอกว่าการพูดคุยที่ไม่คืบหน้า เพราะฝ่ายรัฐไม่ยอมลงนาม ซึ่งเราคิดว่าบางเรื่องยังไม่จำเป็น

“เราเห็นแล้วว่า มีคณะพูดคุยดีกว่าไม่มี เพราะปีสองปีที่ผ่านมาเกิดเหตุแรงมากในช่วงที่ไม่มีคณะพูดคุย ดังนั้นมีคณะพูดคุยดีกว่า เพราะจะได้หาทางออกร่วมกันได้ เพราะฉะนั้น จึงอยากให้รัฐบาลรีบตั้งคณะพูดคุยโดยเร็ว เพื่อให้ดำเนินกระบวนการพูดคุยต่อเนื่องได้” ประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ กล่าว

สิ่งที่กังวลคือ กว่าจะตั้งรัฐบาลได้ก็ช้า ได้รัฐบาลแล้วก็ไม่รีบตั้งคณะพูดคุย จะตั้งใครบ้างเป็นคณะพูดคุย จะเป็นทหารไหม จะเป็นใครก็แล้วแต่ แต่ไม่อย่าช้า

เรื่องที่ห้า สงครามในตะวันออกกลาง กังวลว่าจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะราคาน้ำมัน และกังวลว่าสงครามจะขยายตัวมาถึงบ้านเรา กลัวว่าสหรัฐอเมริกาจะมาตั้งฐานทัพที่บ้านเราหรือไม่ หรืออาจจะเป็นประเทศจีนที่มาตังฐานทัพเอง แต่คิดว่าไม่น่าจะมา เพราะจะโดนบอมบ์เละแน่นนอน

“ดังนั้น ประเทศเราจะดำรงความเป็นกลางได้นานแค่ไหน แต่ก็เชื่อว่าประเทศไทยอยู่รอดได้ เพราะเรามีสิ่งดีๆ คอยปกป้องประเทศเราได้” ประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพกล่าว

เรื่องที่หก ปัญหาเศรษฐกิจ สินค้าขึ้นราคา ค่าครองชีพสูงจนรัฐบาลคุมไม่ได้ เรื่องนี้รัฐบาลจะตั้งรับหรือแก้ปัญหายังไง เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะแก้ปัญหาได้ โดยเชิญคนที่มีความสามารถจริงๆ มาแก้ปัญหา อย่างที่เราเห็นรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเชิญคนนอกที่มีความสามารถมาแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและการต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา

สุดท้าย เรื่องที่เจ็ด รัฐธรรมนูญใหม่ ตามผลการลงประชามติ ซึ่งบอกตรงๆว่า คนพุทธส่วนใหญ่ที่นี่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับเดิมดีอยู่แล้ว

คนที่อยากได้มีรัฐธรรมนูญใหม่เพราะเสียผลประโยชน์หรือเปล่า ติดแบล็กลิสต์ทางการเมืองหรือไม่ หรือติดคดี 112 ถ้าแบบนี้ก็ค่อยไม่โอเค คนพุทธส่วนใหญ่มองการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องไกลตัว ยังไม่เห็นผลกระทบจากรัฐธรรมนูญปัจจุบันต่อชาวบ้าน แล้วจะแก้เรื่องอะไร รัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้

“คนพุทธคิดว่า ตอนนี้ประเทศไทยมีปัญหาหลายอย่าง ทั้งความไม่สงบ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเมืองการปกครอง ก็ต้องแก้หลายๆ เรื่อง แล้วทำไมต้องรีบแก้รัฐธรรมนูญ ดิฉันก็คนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ” ประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพกล่าว

สรุปสิ่งที่รัฐบาลจะต้องรีบทำอันดับแรกๆ สำหรับพื้นที่ชายแดนใต้ ก็คือ จัดตั้งคณะพูดคุยสันติสุขให้เร็วที่สุดหลังจากตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว เอาคนที่มีความสามารถจริงๆ มา นายกรัฐมนตรีไม่ต้องจัดการเอง เชื่อว่าทำได้ 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง