วงเสวนาชี้ 'ไรเดอร์' คุณภาพชีวิตดิ่งสารพัดโรครุมเร้า หน้าร้อนเสี่ยงฮีทสโตรก ทำงานหนักขาดการคุ้มครองดูแล - ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ชงออกกฎหมายให้แพลตฟอร์ม ยอมรับสถานะลูกจ้างได้รับการคุ้มครอง เข้าถึงสิทธิ สวัสดิการช่วยเหลือ รักษา - อ.นิติ มช. ยืนยันไรเดอร์คือแรงงานที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควรได้รับสถานะลูกจ้างและการคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน - กลุ่มไรเดอร์เริ่มรณรงค์ผลักดันให้มี 'กองทุนเงินทดแทน' สำหรับไรเดอร์

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2568 ที่ห้องประชุม แมนดาริน B โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพ มีการจัดเสวนาหัวข้อ “ไรเดอร์ รวมกันเราอยู่ ร่วมกันเราเข้มแข็ง” ภายใต้โครงการวิจัย รูปแบบการสร้างอำานาจต่อรองเพื่อสุขภาวะของแรงงานแพลตฟอร์มส่งอาหารและแรงงานในกิจการขนส่ง สนับสนุนโดย สสส. โดยมีตัวแทนไรเดอร์กว่า 70 คนเข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย กลุ่มไรเดอร์ย่านฝั่งธนฯ ไรเดอร์ย่านนวมินทร์ ไรเดอร์ย่านบางจาก กรุงเทพฯ พร้อมกับจากจังหวัดต่างๆ อาทิ กลุ่มไรเดอร์สระบุรี กลุ่มไรเดอร์บ่อวิน ชลบุรี เป็นต้น โดยตัวแทนไรเดอร์ได้กล่าวถึงสภาพปัญหาที่ไรดอร์ประสบ นับตั้งแต่ ค่ารอบที่ลดลงเรื่อยๆ ปัญหาสุขภาพความปลอดภัยและอุบัติเหตุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลและแพลตฟอร์มยังขาดการคุ้มครองและช่วยเหลืออย่างเป็นมาตรฐาน จึงทำให้พวกเขาและเธอต้องรวมกลุ่มช่วยเหลือกันเอง
ประภาพร ผลอินทร์ ตัวแทนไรเดอร์ฝั่งธนบุรี กล่าวว่า จากการทำงานด้านสุขภาพของไรเดอร์ในโครงการ Heathy Rider พบว่าเนื่องจากไรเดอร์ทำงานหนัก ค่าครองชีพสูงขึ้น ค่าแรงน้อยลง แต่ละคนต้องทำงานมากขึ้นในชั่วโมงการทำงานที่นานขึ้นบนท้องถนน โรคที่พบมากคือ โรคระบบทางเดินหายใจ เพราะต้องอยู่กับฝุ่นควัน ฝุ่น pm 2.5 ตลอดทั้งวัน ยิ่งทำงานมาหลายๆ ปี ก็พบโรคอื่นๆ เช่นเดียวกับคนทำงานออฟฟิส แต่เกิดขึ้นเร็วกว่า เพราะออฟฟิสพวกเราคือท้องถนน นอกจากปวดเมื่อ คอ บ่า ไหล่ ก็ยังพบโรคอื่นๆ เส้นเลือดสมองตีบ เราพบ ไรเดอร์เป็นอัมพฤกษ์อัมพาต และรวมถึงเมื่อการขาดเวลาพักผ่อนออกกำลังกาย โรค NCD เช่น ไขมันพอกตับ ความดัน ฯลฯ ก็ตามมา ล่าสุดเราพบกรณีที่ไรเดอร์เป็นฮีทสโตรค กันหลายคน เพราะทำงานในอากาศที่ร้อนจัด
“การรวมกลุ่มไรเดอร์ด้วยเรื่องใกล้ตัวคือสุขภาพเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการจัดตั้งและรวมกลุ่ม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไรเดอร์ในทุกพื้นที่สนใจในเรื่องสุขภาพกันมาก” ประภาพร กล่าว
ด้านประเด็นอุบัติเหตุที่ไรเดอร์ประสบปัญหากันมากนั้น เกศกานดา จิตรีมิตร ตัวแทนไรเดอร์สระบุรี กล่าวว่า กองทุนอุบัติเหตุไรเดอร์ เป็นสิ่งที่ไรเดอร์สนใจเข้ามารวมกลุ่มกัน สมาชิกของเราพบอุบัติเหตุกันบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ พวกเราจึงระดมทุนกันช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกโดยตั้งเป็นกองทุน “เพื่อนช่วยเพื่อน” เก็บค่าสมาชิกคนละ 50 บาท เมื่อเกิดเหตุอุบัติเหตุ จะนำไปช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกที่ยากลำบาก ขาดรายได้ ที่ต้องหยุดงานไป บางคนก็หยุดงานครึ่งเดือนบางคนก็ หลายเดือน แม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ก็เป็นน้ำใจของเพื่อนพี่น้องร่วมอาชีพไรเดอร์สระบุรี
“กองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน ในเรื่องอุบัติเหตุ ช่วยให้การรวมกลุ่มของเราขยายสมาชิกได้มากขึ้น ล่าสุดเรามีสมาชิกราว 120 คน ซึ่งไรเดอร์ยินดีจะจ่ายค่าสมาชิกเพื่อช่วยหลือไรเดอร์ด้วยกัน ก็เช่นเดียวกัน กลุ่มไรเดอร์ย่านนวมินทร์ กรุงเทพฯ ก็ได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือไรเดอร์ในเรื่องอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกัน
มรรยาท งัดขุนทด ตัวแทนไรเดอร์ย่านนวมินทร์ กล่าวว่า กองทุนอุบัติเหตุกลุ่มนวมินทร์เก็บค่าสมาชิกเดือนละ 100 บาท เมื่อประสบอุบัติเหตุกองทุนจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเมื่อขาดรายได้วันละ 300 บาท แต่ก็จำกัดไว้ไม่เกิน 4 วันเพราะป็นกลุ่มเล็กๆ แม้จะมีสมาชิกไม่มากราว 20 คนแต่เป็นจุดเริ่มต้นการรวมกลุ่มช่วยเหลือกันเองของไรเดอร์ ที่ขาดหายไปซึ่งมาตรฐานการคุ้มครองของกฎหมายแรงงาน
“กลุ่มเราเป็นคนหาเช้ากินค่ำ มีแต่เสาหลักของครอบครัว พอประสบอุบัติเหตุก็ไม่มีรายได้เข้ากระเป๋าเลย ก็มาเริ่มคิดกันว่า เราทำกองทุนช่วยเพื่อน เมื่อเพื่อนประสบอุบัติเหตุ เขาไม่ได้ทำงาน ก็พอได้ค่ากับข้าวค่าอะไรบ้าง” มรรยาท กล่าว
ด้าน จะเด็จ เชาวนวิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มองภาพรวมการรวมกลุ่มไรเดอร์ว่า ภายใต้ความเหลื่อมล้ำและวิกฤตเศรษฐกิจ คนงานจำนวนมากต้องหันมาทำงานแพลตฟอร์ม เช่น ไรเดอร์ ซึ่งถูกเอาเปรียบทั้งค่าแรงและสวัสดิการ การรวมกลุ่มจึงเกิดขึ้นอย่างเป็นวิถีชีวิต ตั้งแต่พบปะ ช่วยเหลือ ไปจนถึงสร้างสายสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน การรวมกลุ่มของไรเดอร์มีความหลากหลาย ทั้งตามพื้นที่ทำงาน ย่านที่อยู่อาศัย หน้าร้านอาหาร หน้าห้างสรรพสินค้า รวมถึงการรวมกลุ่มเฉพาะเรื่อง เช่น กลุ่มไรเดอร์ผู้หญิงที่เผชิญปัญหา เช่น การทำงานขับมอเตอร์ไซค์ยาวนานขณะมีประจำเดือน ซึ่งเป็นปัญหาร่วมกันของคนงานทั้งหมด รวมถึงการคุกคามทางเพศ ความหลากหลายนี้ทำให้การรวมกลุ่มขยายตัวอย่างกว้างขวางโดยไม่มีกรอบจำกัด
“การรวมกลุ่มของไรเดอร์ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสมานฉันท์ ช่วยเหลือกันในยามเกิดอุบัติเหตุ ปัญหาครอบครัว หรือความเสี่ยงในการทำงาน พวกเขาสร้างวัฒนธรรมการดูแลกันเองอย่างแน่นแฟ้น แม้ไม่มีสวัสดิการจากนายจ้างจากการช่วยเหลือกันในชีวิตประจำวัน ไรเดอร์หลายกลุ่มได้ยกระดับไปสู่การรวมตัวต่อรองกับแพลตฟอร์ม เรียกร้องสิทธิที่พึงมี ทั้งเรื่องค่าแรง สวัสดิการ และการได้รับการยอมรับในฐานะคนงาน” จะเด็จกล่าว
จะเด็จ สรุปว่า จากการถูกเอาเปรียบ ไรเดอร์มีวิธีการต่อสู้แต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ ความหลากหลายรวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนที่ใหญ่ขึ้นที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม จะทำให้รัฐบาลหรือผู้ออกกฎหมายจะต้องออกกฎหมายมาเพื่อให้ระบบแพลตฟอร์มยอมรับว่าไรเดอร์เป็นคนงาน เป็นลูกจ้าง ซึ่งเป็นประเด็นร่วม พร้อมกันกับการคุ้มครองจากกฎหมายประกันสังคมมาตรา 33 เป็นต้น
“กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ที่ปี 2518 รับรองการตั้งสหภาพแบบเดิมๆ มันล้าสมัยแล้ว จริงๆ แล้ว การรวมกลุ่มของไรเดอร์จะต้องได้รับการรองรับในกฎหมายอีกแบบหนึ่งแล้ว การรวมกลุ่มควรจะถูกรองรับให้เห็นความหลากหลาย ให้เห็นว่า สหภาพแรงงานควรเป็นการรวมกลุ่มที่มีความหลากหลาย และการรวมกลุ่มของไรเดอร์ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนของขบวนการแรงงานไทยในอนาคต ที่ไม่อยู่เพียงในรั้วโรงงาน” จะเด็จ กล่าวทิ้งท้าย
ไรเดอร์รวมกันเราอยู่ ร่วมกันเราเข้มแข็ง
ในช่วงที่สองของการเสวนา “ไรเดอร์รวมกันเราอยู่ ร่วมกันเราเข้มแข็ง” สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มจากกล่าวถึงการให้ความหมายของแรงงานว่า “ถ้าวันหนึ่งมีคนไม่มาทำงาน แล้วทำให้มหาวิทยาลัยเดินต่อไม่ได้ ใครคือคนที่ทำให้มหาวิทยาลัยไปต่อไม่ได้? ถ้าอาจารย์ไม่มา นักศึกษาก็สบายใจ อาจจะดีใจด้วยซ้ำ ถ้านักศึกษาไม่มา อาจารย์ก็ไม่ต้องสอน แต่ถ้าแม่บ้านไม่มา ขยะกองเต็มพื้น ใครจะเก็บ? ห้องเรียนใครจะเปิด? ห้องน้ำใครจะทำความสะอาด? แม่บ้านกับ รปภ. ถูกนับว่าเป็น "แรงงาน" ซึ่งหมายถึงอะไร?
หมายถึงว่า ไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัย ทุกที่ – ร้านอาหาร บริษัทเอกชน – ถ้าไม่มีแรงงาน ก็เดินต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้น การถูกนับว่าเป็นแรงงาน มันสำคัญมาก เพราะแรงงานคือกลไกหนึ่งที่ทำให้สังคมก้าวหน้า และเมื่อแรงงานมีบทบาทในการขับเคลื่อนสังคม รัฐจึงต้องเข้ามาคุ้มครอง และนายจ้างหรือนายทุนต้องแบ่งปันผลประโยชน์
สมชายสรุป 3 ประเด็น ดังนี้
หนึ่ง ไรเดอร์คือแรงงาน แม้ในสังคมไทยยังมีข้อถกเถียงเรื่องไรเดอร์คือลูกจ้างหรือไม่ แต่ความจริงประการหนึ่งก็คือไรเดอร์คือแรงงาน แรงงานคือผู้ที่มีส่วนสำคัญต่อการผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ทำให้ระบบเศรษฐกิจสามารถเติบโตและขยายตัวได้ ความสำคัญของการเป็นแรงงานทำให้ต้องได้รับการคุ้มครองจากรัฐในเงื่อนไขพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ค่าจ้าง เวลาทำงาน และในขณะเดียวกัน นายจ้างนายทุนก็ต้องแบ่งผลกำไรจากธุรกิจของตนให้อย่างเป็นธรรม
สอง การร่วมกลุ่มและการสร้างเครือข่าย สหภาพแรงงานคือการรวมกลุ่มเพื่อต่อรองกับรัฐและนายจ้าง การรวมกลุ่มของสหภาพแรงงานคือคนงานที่อยู่ในโรงงานและมีความคุ้นเคย อันทำให้สามารถจัดตั้งเป็นกลุ่มได้ แต่ในการจ้างงานของไรเดอร์ ท้องถนนกลับกลายเป็นโรงงานและไรเดอร์ก็ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกันเฉกเช่นคนงานในโรงงาน อย่างไรก็ตาม มีความจำเป็นที่จะต้องมีการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่าย ทั้งนี้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ผ่านโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชันต่างๆ สามารถถูกนำมาปรับใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายให้เกิดขึ้นรวมถึงการเคลื่อนไหวที่มีลักษณะต่างไปจากเดิม การร่วมกันปิดแอปพลิเคชัน ในบางช่วงเวลาคือตัวอย่างหนึ่งที่อาจต้องมีการขบคิดกันต่อไปให้มีพลังมากขึ้น
สาม ประเด็นการเรียกร้อง นอกจากการเรียกร้องกับนายจ้าง/เจ้าของแอพฯ แล้ว อีกด้านหนึ่งอาจต้องคิดถึงการเรียกร้องไปยังสถาบันทางการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ในการสร้างมาตรการปกป้องและคุ้มครองสวัสดิภาพของไรเดอร์ เช่น การเรียกร้องกับกรุงเทพฯ ให้สร้างจุดพัก ห้องน้ำสาธารณะ หรือการเรียกร้องกับพรรคการเมืองในนโยบายระดับชาติ เช่น การทำให้ไรเดอร์สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครองแรงงาน ระบบบำนาญแบบก้าวหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ จะแปรเปลี่ยนให้จำนวนไรเดอร์มีความหมายในการขับเคลื่อนทางนโยบายทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติได้อย่างไรเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันพัฒนาต่อไป
สุภาพร พันธ์ประสิทธิ ตัวแทนไรเดอร์จากกลุ่ม Rider Center กล่าวว่า ในปัจจุบัน จำนวนประชากรไรเดอร์เพิ่มขึ้นเป็นดอกเห็ด และแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เปิดให้บริการก็มากมาย แต่ยังไม่มีหน่วยงานหรือกฎหมายใดที่เข้ามาควบคุมดูแลแพลตฟอร์มนั้นๆ สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ แพลตฟอร์มผลักภาระให้พวกเราต้องใช้สิทธิรักษาตัวเองด้วยบัตรทอง 30 บาท ไม่มีประกันสุขภาพที่มาตรฐานเดียวกันให้กับทุกคน หรือประกันสังคมที่เหมาะสมกับลักษณะงาน บางรายอาจมีประกันอุบัติเหตุ แต่ก็มักจะมีข้อจำกัดมาก ใช้จริงก็ไม่ได้ง่าย
กลุ่ม Rider Center จึงก่อตั้งขึ้นมาเพื่อรวมตัวกันเรียกร้องสิทธิพื้นฐาน My life, My body – ชีวิตของเรา ร่างกายของเรา เราต้องมีสิทธิในการกำหนดและปกป้องมัน ทุกวันนี้ หากมองไปรอบตัว ไรเดอร์แทบทุกคนพึ่งยาดม เพราะความเครียด ความเหนื่อยล้า งานไม่เข้า รายได้ลด หรือมีเรื่องเกี่ยวกับบริการลูกค้า เรื่อต่างๆ ส่งผลต่อสุขภาพกายและใจ ฝุ่น PM2.5 ควันรถ และสภาพอากาศก็ยิ่งทำให้สุขภาพเราทรุดโทรมลงทุกวัน
มีบางคนต้องหยุดงานเป็นเดือนเพราะสุขภาพไม่ไหว ขาดรายได้ ต้องประหยัดถึงขั้นกินแต่มาม่า และเมื่อไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ ก็เหมือนโดนโยนไปโยนมา ไม่มีใครรับผิดชอบตรงนั้น กลุ่ม Rider Center เริ่มต้นจากกรณีอุบัติเหตุของ "น้องแพร" ไรเดอร์สาววัย 19 ปี ขับรถส่งอาหารแล้วประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกทับ เสียชีวิตในโรงพยาบาล นี่กลายเป็นแรงผลักดันให้พวกเรารวมตัวกันจริงจัง ไม่อยากให้ไรเดอร์ต้องตายอย่างไร้ค่าอีกต่อไป
หลังจากนั้น เราเริ่มทำงานช่วยเหลือกันเป็นเคสต่อเคส บริจาคเท่าที่ทำได้ รวมถึงพูดคุยกันในกลุ่ม Line Open Chat จัดประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาและข้อเสนอแนะแก้ไข ในกรณีน้องแพร เราได้ข้อมูลจากกลุ่มมูลนิธิที่ทำงานกู้ชีพกูภัย ทางเพจ แล้วรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือครอบครัว ทั้งเรื่องงานศพ และการดำเนินคดี แต่สิ่งที่น่าหดหู่คือ บริษัทแพลตฟอร์มมอบเงินช่วยเหลือเพียงหมื่นบาท และส่งพวงหรีดมาให้แค่นั้น เหมือนชีวิตของน้องมีค่าแค่นั้น
กลุ่ม Rider Center เริ่มรณรงค์ผลักดันให้มี “กองทุนเงินทดแทน” สำหรับไรเดอร์ เพราะเราไม่ใช่พนักงานอิสระอย่างที่บริษัทอ้าง เราทำงานประจำทุกวัน มีเวลาทำงานชัดเจน ต้องตื่นเช้ามาเปิดแอป ลุ้นว่าแอปพลิเคชันจะโดนแบนมั้ย ไม่มีหลักประกันใด มารองรับชีวิตเลย
"เราจึงไปยื่นเรื่องกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม แม้จะยังไม่รู้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจริงจังหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ 'พวกเราเอง' ต้องเข้มแข็ง และลุกขึ้นสู้เพื่อสิทธิของตัวเอง เพื่อให้มีสวัสดิการและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพียงสำหรับเรา แต่เพื่อครอบครัวของเราในอนาคตด้วย" สุภาพร กล่าวทิ้งท้าย
