Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ศาลรัฐธรรมนูญออกคำสั่งให้ รมว.ยุติธรรมหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานดีเอสไอ ในคดีที่ สว.ร้องศาลให้ถอดถอน "ภูมิธรรม-ทวี" จากตำแหน่งรัฐมนตรีเหตุมีมติให้ดีเอสไอรับคดีฮั้วเลือก สว.ไว้สอบสวน ส่วนภูมิธรรมศาลเห็นว่ายังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาดีเอสไอและ กกต.เพิ่งส่งหมายถึงบ้าน สว.และปรากฏชื่อ 55 สว.ที่ถูกเรียกรับทราบและให้ชี้แจงข้อกล่าวหากับ กกต.

14 พ.ค.2568 เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่มติที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเรื่องที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้ถูกร้องที่ 1 และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 8/2568)

คำร้องดังกล่าวมาจากพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภารวม 92 คน เข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานวุฒิสภา โดยอ้างถึงกรณีที่ภูมิธรรมและทวีมีมติให้สอบสวนกรณีกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่าเป็นการกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) นั้น เป็นการแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา เป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม ถือได้ว่าภูมิธรรมและทวีไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ทั้งนี้ในผลการพิจารณาของศาลครั้งนี้นอกจากจะสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 15 วันแล้ว ยังได้พิจารณาคำร้องเพิ่มเติมของผู้ร้องที่ยื่นวันนี้(ฉบับลงวันที่ 14 พ.ค. 2568) พร้อมเอกสารประกอบ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้ง 2 หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยถึงที่สุดด้วย

อย่างไรก็ตาม ศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ยังไม่สั่งให้ภูมิธรรมหยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะเห็นว่ายังไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง แต่สั่งให้ทวีหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษและรองประธานกรรมการคดีพิเศษตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. 2568 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่าทวีมีหน้าที่และอำนาจในการสั่งและปฏิบัติราชการในฐานะผู้บังคับบัญชาข้าราชการกระทรวงยุติธรรม รวมไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามคำร้องเพิ่มเติมและเอกสารประกอบ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ทาง สว.ผู้ร้องได้เคยขอให้ศาลสั่งทั้งสองคนหยุดปฏิบัติหน้าที่มาก่อนแล้ว แต่เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ประชุมตุลาการแม้ว่าจะมีวินิจฉัยว่าให้รับคำร้องพิจารณาเรื่องการถอดถอนแต่ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากเห็นว่าข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏเหตุอันควรให้สั่งภูมิธรรมและทวีหยุดปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏข่าวตั้งแต่วันศุกร์ (9 พ.ค.) ว่าทางเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และดีเอสไอดำเนินการนำหมายเรียกไปให้ถึงที่พักของ สว. 6 คนในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้แก่ อลงกต วรกี, โชคชัย กิตติธเนศวร, จิระศักดิ์ ชูความดี, พิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ, วุฒิชาติ กัลยาณมิตร และพิศูจน์ รัตนวงศ์

นอกจากนั้นยังมีการเสนอข่าวรายชื่อ สว.ทั้งหมด 55 คน ที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ของ กกต.ลงนามในหนังสือให้เรียกทั้ง 55 คน ไปรับทราบและชี้แจงข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ ในวันที่ 19-21 พ.ค.68 ที่สำนักงาน กกต. ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะด้วย แม้ว่าในหนังสือเรียกจะระบุเพียงว่าหากไม่มาตามที่เรียกจะถือว่าสละสิทธิ์ในการชี้แจงแสดงหลักฐานหรือให้ถ้อยคำแก้ข้อกล่าวหา

สว.สำรองไม่มีสิทธิร้องถอน สว. 

ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติในอีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกันคือการพิจารณาคำร้องของกลุ่ม สว.สำรอง พลตำรวจโท คำรบ ปัญญาแก้ว และคณะ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สว.กลุ่ม 92 คน ที่มี พลตำรวจตรีฉัตรวรรษ แสงเพชรและคณะ ใช้ตำแหน่ง สว.เข้ามาก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง จากกรณีที่ยื่นคำร้องผ่านประธานสภาให้ส่งคำร้องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ไต่สวนและดำเนินการกับทวี สอดส่อง และยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  กรณีเสนอเรื่องการขออนุมัติให้การดำเนินคดีความผิดฐานอั้งยี่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นคดีพิเศษ และการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการคดีพิเศษ กับพวกรวม 11 คน รวมถึงการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติของภูมิธรรมและทวีด้วย

สำหรับคำร้องนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องของพลตำรวจโท คำรบ ปัญญาแก้ว และคณะไว้พิจารณา โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้มีสิทธิยื่นคำร้องวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการสิ้นสุดสมาชิกสภาพของ สส.และสว. เนื่องจากเป็นเพียง สว.ในบัญชีสำรองจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญที่ให้ สส.หรือ สว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของแต่ละสภามีสิทธิเข้าชื่อกันได้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง