Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

19 พ.ค. 2553 หนึ่งหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัย เมื่อศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เริ่มปฏิบัติการ ‘กระชับวงล้อม’ มาตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.เพื่อปิดล้อมพื้นที่ชุมนุมสี่แยกราชประสงค์ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ ​‘เสื้อแดง’ และนำมาสู่การสูญเสียชีวิตของประชาชน

การชุมนุมใหญ่ของ นปช. เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2553 โดยมีเป้าหมายกดดันให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากมีข้อสงสัยว่ามีการแทรกแซงทางการเมืองจนนำมาสู่การยุบพรรคพลังประชาชน แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลและไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันระหว่างตัวแทน นปช. และรัฐบาล ทำให้การชุมนุมยืดเยื้อพร้อมสถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียดขึ้น

7 เม.ย. 2553 รัฐบาลอภิสิทธิ์ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง พร้อมจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยมี สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงขณะนั้น เป็นผู้อำนวยการ ก่อนมีการใช้ยุทธการ ‘ขอคืนพื้นที่’ ถนนราชดำเนิน นำสู่การสลายการชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ในวันที่ 10 เม.ย. 2553 ซึ่งมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

จากนั้น นปช. ได้ย้ายสถานที่ชุมนุมหลักจาก ‘สะพานผ่านฟ้าลีลาศ’ เป็น ‘แยกราชประสงค์’ ก่อนจะเกิดเหตุยิงระเบิด M79 บริเวณถนนสีลม โดยไม่ทราบฝ่ายที่กระทำในวันที่ 22 เม.ย. 2553 ซึ่งนำมาสู่การเจรจาหาข้อสรุประหว่างฝ่ายผู้ชุมนุมและรัฐบาลอีกครั้ง โดยฝ่ายรัฐบาลตอบรับข้อเรียกร้องเรื่องการยุบสภา พร้อมเสนอว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พ.ย. 2553 แต่มีเงื่อนไข คือ ให้แกนนำ นปช. มอบตัวและยุติการชุมนุม ซึ่งระบุเส้นตายภายในวันที่ 12 พ.ค. 2553

10 พ.ค. 2553 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อ่าน ‘เรดแมป’ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่แกนนำ นปช. ยื่นให้นายกฯ พิจารณาก่อนยุติการชุมนุมว่า ต้องการให้ ‘อภิสิทธิ์’ และ ‘สุเทพ’ มอบตัวในคดีสั่งสลายการชุมนุม 10 เม.ย. 2553 เช่นเดียวกับที่แกนนำ นปช. ต้องคดี หากสุเทพเข้ามอบตัววันไหน วันนั้นแกนนำ นปช. จะประกาศยุติการชุมนุมและคนเสื้อแดงพร้อมกลับบ้านทันที

12 พ.ค. 2553 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. แถลงมาตรการกดดันพื้นที่การชุมนุมอย่างเต็มรูปแบบ โดยเริ่มจากวิธีการที่ไม่ใช้กำลังก่อน คือ การกำหนดตัดน้ำ ไฟ สาธารณูปโภค โทรศัพท์ และการปิดเส้นทางเข้า-ออกพื้นที่ชุมนุม

13 พ.ค. 2553 อภิสิทธิ์ล้มข้อเสนอเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน และประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อป้องกันผู้มาเข้าร่วมการชุมนุมเพิ่มเติม และ ศอฉ. แถลงปิดล้อมพื้นที่ชุมนุมสี่แยกราชประสงค์และตั้งด่านตรวจเพื่อความปลอดภัย โดยอ้างว่าอาจมี ‘กลุ่มผู้ก่อการร้ายและอาวุธสงคราม’ อยู่ในพื้นที่ชุมนุม พร้อมประกาศแนวทางการจัดการหากเกิดเหตุปะทะจากเบาไปหนัก รวมถึงการใช้อาวุธกระสุนจริงด้วย

หลังการประกาศของโฆษก ศอฉ. เพียง 7 ชั่วโมง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกและหัวใจการ์ดเสื้อแดงได้ถูกลอบสังหารด้วยอาวุธปืน ขณะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หลังจากนั้น ก็ได้มีเสียงปืนและระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ก่อนจะเข้าสู่ยุทธการกระชับวงล้อม 14-19 พ.ค. 2553

จากรายงานของ ศูนย์ข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบเหตุสลายชุมนุม เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.) ระบุว่า ระหว่างวันที่ 13-19 พ.ค. 2553 มีผู้บาดเจ็บจากเหตุความรุนแรงครั้งนี้อย่างน้อย 582 คน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 55 ราย รวมจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 (เมษายน-พฤษภาคม) อย่างน้อย 94 ราย เป็นพลเรือน 89 ราย และเป็นทหารอีก 6 ราย

 

อ้างอิง

หมายเหตุ - ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปริญญานิพนธ์วารสารสนเทศและสื่อใหม่ (Senior Project) ของนิสิตภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้จัดทำคือ โยษิตา สินบัว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง