Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

 29 มี.ค. 2566 หยก-ธนลภย์ เยาวชนซึ่งขณะนั้นมีอายุ 14 ปี ตัดสินใจนั่งหันหลังให้บัลลังก์คณะผู้พิพากษาเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าต้องการปฏิเสธอํานาจศาลและกระบวนการยุติธรรม โดยปฏิเสธกระบวนการทั้งหมด และไม่แต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายในคดีที่ถูกกล่าวหาข้อหามาตรา 112

เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากวันที่ 28 มี.ค. 2566 บังเอิญ ศิลปินอิสระ ผู้ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุพ่นสีข้อความบนกำแพงพระบรมมหาราชวัง และถูกควบคุมตัวไป สน.พระราชวัง ก่อนถูกแจ้ง 2 ข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน และ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ก่อนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในวันถัดมา ด้วยหลักทรัพย์ 50,000 บาท พร้อมเงื่อนไขห้ามกระทำการใดในลักษณะเดียวกัน

ขณะที่ หยกซึ่งติดตามบังเอิญได้ถูกจับกุมด้วย โดยตอนแรกเจ้าหน้าที่ยังไม่ระบุสาเหตุการจับกุม แต่ต่อมาได้อ้างหมายจับในคดีมาตรา 112 ของ สน.สำราญราษฎร์ จากกรณีร่วมการชุมนุมในเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งหยกยังไม่ได้เดินทางเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา แต่ได้ส่งหนังสือขอเลื่อนนัดหมายไว้แล้ว 

โดยหยกขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาไปเป็นวันที่ 9 เม.ย. 2566 เนื่องจากอยู่ระหว่างการเตรียมสอบจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และได้ส่งหนังสือให้กับพนักงานสอบสวน สน.สําราญราษฎร์ ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 2566 แต่เจ้าหน้าที่ตํารวจยังไปร้องขอศาลเยาวชนฯ ให้ออกหมายจับ

หลังถูกจับกุม หยกปฏิเสธการลงนามในเอกสารและการพิมพ์ลายนิ้วมือ ทําให้เจ้าหน้าที่ตํารวจแจ้งข้อหาเพิ่มเติม คือ ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งเจ้าพนักงาน และถูกนําตัวไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเพื่อตรวจสอบการจับกุม

29 มี.ค. 2566 หยกเลือก ‘นั่งหันหลัง’ ให้บัลลังก์ของคณะผู้พิพากษา เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าต้องการปฏิเสธอํานาจและกระบวนการยุติธรรม โดยปฏิเสธกระบวนการทั้งหมดและไม่แต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายในคดีที่ถูกกล่าวหาข้อหามาตรา 112

หยกให้เหตุผลในการปฏิเสธอํานาจศาลครั้งนี้ว่า เพราะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความยุติธรรมตั้งแต่การจับกุมทั้งที่ไม่มีสาเหตุให้ต้องจับกุม เพราะตนเพียงไปไลฟ์สดบริเวณที่มีคนพ่นสีกําแพงวังแล้วถูกเจ้าหน้าที่ตํารวจเข้ามาลากตัวไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้ให้ทนายทําหนังสือขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว พร้อมระบุเหตุผลว่าอยู่ในช่วงสอบ

สุดท้าย ศาลเยาวชนฯ ได้ออกหมายควบคุมตัวหยกที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี (บ้านปราณี) ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. - 18 พ.ค. 2566 รวมระยะเวลา 51 วัน โดยหลังจากที่ออกมา หยก เป็นผื่นตุ่มแดงขึ้นเต็มแผ่นหลังจนต้องไปพบแพทย์เฉพาะทาง

ทั้งนี้ หลังออกจากเรือนจำ หยกได้ให้สัมภาษณ์กับประชาไทว่า เธอได้เรียนรู้วิธีการปฏิเสธอํานาจศาลจากกรณี ประเวศ ประภานุกูลกิจ ทนายความที่ตกเป็นผู้ต้องหาและจําเลยในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, มาตรา 116 และพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ในช่วงปี 2560 และตัดสินใจไม่แต่งตั้งทนายความเพื่อปฏิเสธอํานาจศาลในคดีความของตนเอง

ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจนั่งหันหลังให้ศาลระหว่างฟังคําสั่งอนุญาตให้ประกันตัว ก็เพราะหยกตั้งคําถามว่าทําไมเขาถึงต้องไปขอการประกันจากศาล ทั้งที่ศาลสามารถปล่อยตัวหยกได้เลยโดยไม่ต้องร้องขอ  วินาทีนั้นจึงตัดสินใจปฏิเสธอํานาจดังกล่าวเพราะรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมปรับวิธีการจากทนายประเวศเป็นแบบของตัวเอง คือ ‘การไม่ยื่นขอประกันตัวอีกเลย’

 

อ้างอิงจาก

 

หมายเหตุ - ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปริญญานิพนธ์วารสารสนเทศและสื่อใหม่ (Senior Project) ของนิสิตภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้จัดทำคือ โยษิตา สินบัว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง