Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

16 ต.ค. 2563 คณะราษฎร 2563 นัดหมายชุมนุม ‘#16ตุลาไปแยกปทุมวัน’ เป็นการชุมนุมต่อเนื่องจากรูปแบบ ‘ม็อบไร้แกนนํา’ โดยมี วัตถุประสงค์สานต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มคณะราษฎร 2563 พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ ปล่อยแกนนําที่ถูกจับไปตั้งแต่วันที่ 13-15 ตุลาคม 2563

ย้อนไปเมื่อ 13 ต.ค. 2563 กลุ่มคณะราษฎรอีสาน นำโดย ไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ตั้งเต็นท์และเวทีชั่วคราวบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเตรียมความพร้อมชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม ของกลุ่มคณะราษฎร 2563

เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามกดดันให้ยุติการชุมนุมในบริเวณดังกล่าว ระบุเรื่องการไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะและกีดขวางการจราจร แต่ผู้ชุมนุมยืนยันปักหลักบริเวณดังกล่าวต่อไป ก่อนที่ช่วงเวลาประมาณ 15:00 น. จะมีเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนเข้ามาผลักดันและจับกุมผู้ชุมนุมไปยัง ตชด. ภาค 1 โดยมีผู้ถูกจับกุมและดำเนินคดีทั้งหมด 21 ราย

14 ต.ค. 2563 การชุมนุมใหญ่ของคณะราษฎร 2563 เป็นไปตามนัดหมายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมเสนอตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อเดิม คือ ให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขณะนั้นออกจากตำแหน่ง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการปฏิรูปสถาบันฯ ก่อนเคลื่อนขบวนไปปักหลักชุมนุมที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลในช่วงเย็น แต่ถูกสกัดอยู่ที่แยกนางเลิ้ง และมีผู้ชุมนุมบางส่วนชุมนุมที่ถนนพิษณุโลก​อยู่ก่อนแล้ว

เวลา 17:00 น. รถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านที่ชุมนุมบริเวณถนนพิษณุโลก ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามากั้นแนวระหว่างผู้ชุมนุมและรถขบวนเสด็จ ก่อนขบวนจะผ่านไปได้ แต่ภายหลังมีผู้ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์นี้จำนวน 5 คน

การชุมนุมดำเนินไปตลอดทั้งคืนพร้อมกระแสข่าวว่าจะมีการสลายการชุมนุมอยู่เรื่อยๆ กระทั่งเวลา 04:00 น. ของวันที่ 15 ต.ค. 2563 ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมโล่ กระบอง ชุดเกราะ เข้าสลายการชุมนุม

เวลา 04:30 น. มีการจับกุมแกนนำหลายคน เช่น อานนท์ นำภา, เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, ประสิทธิ์ อุธาโรจน์, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ ณัฐชนน ไพโรจน์ พร้อมประชาชนผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกหลายสิบคนถูกจับกุมไปยัง ตชด. ภาค 1

ทั้งนี้ ก่อนถูกสลายชุมนุมแกนนำคณะราษฎรได้ประกาศให้รวมตัวชุมนุมกันอีกครั้งที่แยกราชประสงค์ประมาณ 16:00 น. ซึ่งมีตำรวจควบคุมฝูงชนมาวางกำลังอยู่แล้วโดยมีทั้งรถเครื่องขยายเสียงและรถที่ขนลวดหนามมาด้วย แต่การชุมนุมยังคงดำเนินต่อไปพร้อมการนัดหมายอีกครั้งในวันถัดไป

16 ต.ค. 2563 มีการนัดหมายชุมนุมที่แยกราชประสงค์ แต่เจ้าหน้าที่ตํารวจเข้ายึดพื้นที่ดังกล่าวก่อนเวลาเริ่มกิจกรรม จึงมีการเปลี่ยนพื้นที่เป็นบริเวณแยกปทุมวัน โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ เป็นเยาวชนและนักเรียนเดินทางมาร่วมชุมนุมกันจนเต็มพื้นที่สี่แยก

การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กระทั่งประมาณ 18:00 น. ปฏิบัติการสลายการชุมนุม ด้วยความรุนแรงของรัฐบาลได้เริ่มต้นขึ้น เจ้าหน้าที่ประกาศให้เลิกการชุมนุม และอ่านข้อกําหนด 3 ข้อตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง หนึ่งในนั้นคือ ‘การห้ามชุมนุมเกิน 5 คน’

จากนั้น ‘รถฉีดน้ำแรงดันสูง’ ได้ฉีดน้ำและสารสีน้ำเงินเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ ในปี 2563 พร้อมตํารวจควบคุมฝูงชนพร้อมโล่และกระบองจํานวนมาก เคลื่อนขบวนจาก ทางด้านหน้าห้างสยามพารากอนมุ่งหน้าแยกปทุมวัน ขณะที่ผู้ชุมนุมมีเพียงร่ม เสื้อกันฝน และหมวก กันน็อค

การชุมนุมครั้งนี้จบลงเวลาประมาณ 21:00 น. หลังเจ้าหน้าที่ยึดพื้นที่สี่แยกปทุมวันได้ กลุ่มประชาชนปลดแอกและราษฎร 2563 ประกาศยุติการชุมนุม โดยทิ้งท้ายไว้ว่า “การถอยครั้งนี้ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่ถอยเพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุม เนื่องจากไม่ต้องการให้มวลชนบาดเจ็บมากไปกว่านี้” ก่อนจะร่วมกันตะโกนส่งท้ายว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”

ทั้งนี้ 9 พ.ย. 2563 พ.ต.ท.ชวลิต หรุ่นศิริ รองผู้กํากับการกองกํากับ การควบคุมฝูงชน 2 ยอมรับในที่ประชุม กมธ.สิทธิมนุษยชนฯ ว่า การสลายการชุมนุมครั้งนี้ มีการฉีดน้ําแรงดันสูงที่มีส่วนผสมของสารเคมี 2 ชนิด คือ สารเคมีสีฟ้าหรือสารเมทิลไวโอเลตทูบีและ แก๊สน้ําตาอย่างเจือจาง ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้สัมผัส

โดยสาเหตุที่ต้องสลายการชุมนุมเนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใกล้ระยะ 150 เมตร จากเขตพระราชฐาน เมื่อมีการประกาศให้เลิกชุมนุมและจะใช้รถฉีดน้ําแรงดันสูง ยังมีผู้ชุมนุมฝ่าฝืนอยู่ในพื้นที่ จึงเริ่มใช้น้ําสีฟ้าเพื่อระบุตัวบุคคลและเมื่อไม่ยุติจึงเริ่มใช้แก๊สน้ําตา

ขณะเดียวกัน การสลายการชุมนุมครั้งนี้ก็ได้นํามาสู่ยุทธการ ‘แกงหม้อใหญ่’ ผ่านการเลือกใช้ สื่อสังคมออนไลน์สื่อสารกับผู้ที่สนใจเข้าร่วมชุมนุม โดยการประกาศสถานที่แฟลชม็อบก่อนเวลา นัดหมายเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น เพื่อป้องกันการเตรียมสลายการชุมนุมโดยรัฐ

แม้จะได้ผลเป็นรูปธรรมจากการมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมจํานวนมากติดต่อกันหลายวัน แต่ก็มีผู้ชุมนุมบางส่วนที่ตั้งใจออกมาร่วมขบวนการแล้วถูกประกาศยกเลิกหรือเปลี่ยนสถานที่ กะทันหันถูกปล่อยให้รอเก้อ จนเกิดเสียงวิพากษ์ต่อยุทธการดังกล่าว

ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า จากวันที่ 16 ต.ค. 2563 ทั่วประเทศ มีผู้ถูกจับกุมและถูกกล่าวหาดำเนินคดีอีกอย่างน้อย 27​ คน ในจำนวน 11​ คดี โดยมีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง 19 คน  และความไม่พอใจต่อการสลายการชุมนุมดังกล่าว ทำให้มีการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์และทำให้มีผู้ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา 112 จำนวน 3 คน

หมายเหตุ - ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปริญญานิพนธ์วารสารสนเทศและสื่อใหม่ (Senior Project) ของนิสิตภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้จัดทำคือ โยษิตา สินบัว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง