Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

24 พ.ค. 2568 หลังจากที่มีฝนที่ตกหนักเกือบทั้งคืนในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำให้ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดระดับน้ำในแม่น้ำสายได้สูงขึ้นจนล้นพนังป้องกันเข้าท่วมในหลายพื้นที่ - นักวิชาการออกจดหมายเปิดผนึก น้ำท่วมแม่สาย สะท้อนรัฐล้มเหลวในการแจ้งเตือน หวั่นมีสารพิษปนเปื้อน


ที่มาภาพ: สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์

24 พ.ค. 2568 หลังจากที่มีฝนที่ตกหนักเกือบทั้งคืน (23-24 พ.ค.) ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำให้ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำสายได้สูงขึ้นจนล้นพนังป้องกัน เข้าท่วมพื้นที่ชุมชนบ้านถ้ำผาจม ตลาดสายลมจอย ตลาดน้อยเหมืองแดง ชุมชนเหมืองแดง ชุมชนไม้ลุงขน ชุมชนเกาะทราย

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์รายงานบรรยากาศช่วงเช้า วันที่ 24 พ.ค. 2568 ที่ ชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ยังมีน้ำท่วมขัง ระดับน้ำสายเริ่มลดลง หลังทะลักเข้าท่วมพื้นที่ อ.แม่สาย เมื่อช่วงเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ฝ่ายปกครองจังหวัด ท้องที่ ท้องถิ่น ปภ. ฯลฯ  เร่งระดมกำลังคน และเครื่องจักร เข้าช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน


ที่มาภาพ: สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์

พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์  ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37  ได้สั่งการเร่งด่วนให้ พันเอก ไพศาล อุปพรรณ์ รองเสนาธิการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 ได้นำกำลังพลชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือประชาชน และจิตอาสาภัยพิบัติจาก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ พร้อมชุดแพทย์เดินเท้า จาก โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช และ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย  เข้ารวมพลพร้อมรับฟังคำชี้แจงจากนายอำเภอแม่สาย ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อประสานการปฏิบัติส่วนราชการและส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย ในภารกิจเข้าพื้นที่เพื่อช่วยประชาชน ขนของขึ้นที่สูง และฟื้นฟูพื้นที่ถูน้ำท่วม ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย โดยมอบความรับผิดขอบพื้นที่ชุมชน บ้านเกาะทราย ให้กับ ชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน และจิตอาสาภัยพิบัติจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 และบ้านไม้ลุงขน,บ้านเหมืองแดง  ให้กับ ชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน และจิตอาสาภัยพิบัติ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37

ซึ่งตั้งแต่เวลา 07.30 น. กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสาภัยพิบัติ  เข้าช่วยเหลือประชาชน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย  จากกรณีฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา และน้ำป่าไหลหลาก ทำให้บ้านเรือนของประชาชนหลายหลังคาเรือน ถูกน้ำท่วม ต้องยกของหนีน้ำขึ้นไว้บนพื้นที่สูง จึงขอกำลังจากทหาร เข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ดังกล่าว รายละเอียดการช่วยเหลือจะแจ้งให้ทราบต่อไป

นอกจากนี้ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดย เวลา 11.00 น. หน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อม สมาคมสิริกรเชียงรายบรรเทาสาธารณภัย ยังคงจัดกำลังเดินเท้าเข้าช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์ล่าสุด ระดับน้ำลดลงเรื่อยเรื่อย บางจุดเข้าสู่ภาวะปกติ แต่มีดินโคลนทับถมปริมาณมาก


ที่มาภาพ: สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์

โดยเมื่อเวลา 10.25 น. ภาพมุมสูง น้ำท่วมแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่ทหาร จิตอาสา กู้ภัย ฝ่ายปกครอง กำลังเร่งนำบิ๊กแบ็คปิดรอยรั่วรอบเทศบาลตำบลแม่สาย และมีการแจ้งเตือนบริเวณเส้นทางหลวง สาย แม่จัน-แม่อาย ช่วงบ้านสันติสุข เกิดทรุดตัว แจ้งเตือนผู้ใช้เส้นทางโปรดใช้ความระมัดระวัง

นายกฯ สั่ง "อนุทิน" ติดตามน้ำท่วมแม่สาย เร่งช่วย ปชช.

Thai PBS รายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า รับรายงานกรณีน้ำท่วมแม่สาย ซึ่งเป็นน้ำที่ทะลักจากเมียนมาลงสู่แม่สายบริเวณใกล้วัดพรหมวิหาร ขณะนี้ได้สั่งการให้นายอนุทิน รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยด่วน และให้กระทรวงสาธารณะสุข ลงพื้นที่เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจ ลดความตื่นตระหนกเรื่องน้ำมีสารปนเปื้อน และให้ตรวจเช็คร่างกายพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

'อนุทิน' เผยสถานการณ์น้ำท่วมแม่สายยังควบคุมได้ กำชับผู้ว่าฯ ภาคเหนือติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด

นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำจากแม่น้ำสายไหลทะลักเข้าท่วมชุมชนริมแม่น้ำสาย ที่ด่านพรหมแดนสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นั้น จากรายงานมีพื้นที่ถนนบางส่วนได้รับความเสียหาย แต่ได้ระดมบิ๊กแบ็คเข้าควบคุมสภานการณ์แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างคันระบายน้ำของพื้นที่ชุมชนอำเภอแม่สาย ที่จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน ทำให้การระบายน้ำยังทำได่ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้ติดตามสถานกาณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่จะมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ และต้องเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน ทั้งเรื่องศูนย์พักพิงของประชาชน และหากสถานการณ์รุนแรงก็จะต้องประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำสาย และแม่น้ำกกนั้น จะต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

รองนายกรัฐมนตรียังกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับผู้ว่าทุกจังหวัดภาคเหนือซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงการเกิดอุทกภัย ต้องทันกับสถานการณ์ และให้ประสานกับผู้บริหารส่วนท้องถิ่นให้ความช่วยเหลือประชาชน และหากต้องประกาศพื้นที่ภัยพิบัติให้ทำทันที ไม่ต้องกังวลถึงการตรวจสอบเพราะเป็นการกระทำที่ถูกต้อง

นักวิชาการสะท้อนรัฐล้มเหลวในการแจ้งเตือน

ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โพสต์ข้อความผ่าน เฟสบุ๊ค Kidnukorn Suebsakun ระบุว่า

จดหมายเปิดผนึกถึงสังคมไทย

สวัสดีครับทุกคน ผมขออนุญาตรบกวนเวลาของทุกคนช่วยผมคิดต่อสถานการณ์น้ำท่วมอ.แม่สาย และคาดว่าจะท่วมอีกในปีนี้ เราควรทำอย่งไรกันดีครับต่อจากนี้

น้ำท่วมแม่สายเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 26 วัน ของปี 2568

น้ำท่วมครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2568

น้ำท่วมครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของวันที่ 23 พ.ค. 2568

น้ำท่วมทั้ง 2 ครั้งให้บทเรียนอะไรเราบ้าง

1. ภาครัฐยังคงล้มเหลวในการประกาศเตือนล่วงหน้า น้ำท่วมทั้งสองครั้งไม่มีคำเตือนใดๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ถึงแม้จะมีเครื่องโทรมาตรวัดน้ำทั้งในเขตเมียนมาและฝั่งไทย แต่สุดท้ายก็ไม่มีหน่วยงานภาครัฐประมวลผลข้อมูลและออกประกาศเตือนล่วงหน้า ส่งผลให้ประชาชนต้องเตือนกันเองผ่านช่องทาง social media ที่หลากหลายของคนในพื้นที่

2. ภาครัฐไม่มีแผนการรับมือน้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่แม่สายและเชียงราย ทั้งที่รู้กันอยู่แล้วว่าน้ำจะท่วมอีกแน่ๆ แต่ภาครัฐก็ล้มเหลวในการรับมือน้ำท่วมอีกเช่นเคย

3. ภาครัฐไม่มีแนวปฏิบัติให้ประชาชนรับทราบ เข้าใจ และนำไปปฎิบัติในกรณีน้ำท่วมปนเปื้อนสารพิษ

เรารู้กันถ้วนหน้าและว่าน้ำสายปนเปิ้อนสารหนู ผลตรวจของมฟล.โดยชุดตรวจภาคสนาม และผลตรวจของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ยืนยันตรงกันว่าน้ำสายมีสารหนูเกินค่ามาตรฐาน

แต่ภาครัฐก็ไม่มีแนวปฏิบัติอันใดให้ประชาชนทีต้องเชิญกับน้ำท่วมที่มาพร้อมกับสารพิษ

บทเรียนทั้งหมด 3 ข้อที่กล่วมาข้างต้น ทำให้ผมคิดถึงว่าประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมลุ่มน้ำกก น้ำสายต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง

1. เราต้องการชุดตรวจสารโลหะหนักภาคสนามที่รู้ผลตรวจภายใน 5 - 30 นาที สำหรับทุกชุมชน อย่างน้อยชุมชนละ 10 ชุด สำหรับใช้ตรวจหาสารโลหะหนักที่จะมาพร้อมกับน้ำท่วม เพื่อให้ชุมชนมีข้อมูลที่สามรถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที

2. เราต้องการชุดแต่งกายสำหรับหน่วยกู้ภัยและอาสาสมัครในจังหวัดเชียงรายที่ปลอดภัยจากการรสัมผัสสารโลหะหนักในระหว่างที่ชุดกู้ภัยออกให้ควมช่วยเหลือประชาชนในระหว่างน้ำท่วม

3. เราต้องการให้รัฐบาลออกแผนงานการรับมือน้ำท่วมที่มาพร้อมกับสารพิษ นี่คือสถานกรณ์น้ำท่วมที่มาพร้อมกับสารพิษข้ามพรมแดน ไม่ใช่น้ำท่วมแบบปกติอีกต่อไปแล้ว

4. เราต้องการให้รัฐบาลออกแนวปฏิบัติให้ประชาชนได้เข้าใจว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่มาพร้อมกับสารพิษ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ใจและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง

5. เราต้องการให้รัฐบาลเจรจากดดันใหัรัฐบาลเมียนมา จีน และว้า ยุติการทำเหมืองอย่างถาวรในต้นน้ำกก น้ำสาย และน้ำรวก เนื่องจากสร้างความเดือดร้อยให้ประชาชนทั้งในในประเทศเมียนมและไทยอย่างแสนสาหัส

ท้ายที่สุด ผมอยากขอความเห็นใจจากภคส่วนต่างๆ ในสังคมไทย เพื่อช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดเชียงรายด้วยครับ

1. ผมขอความช่วยเหลือจากบริษัทผู้ผลิตชุดตรวจสารโลหะหนักภาคสนาม ศูนย์วิจัยภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย สนับสนุนชุดตรวจสารโลหะหนักให้กับชาวเชียงรายได้มีไว้ใช้ตรวจสารโลหะหนักที่มากับน้ำ 
ตัวผมพร้อมด้วยเพื่อนอาจารย์ในจังหวัดเชียงรายและองค์กรภาคประชาสังคม ยินดีรับชุดตรวจสารโลหะหนักภาคสนาม จัดอบรมและส่งมอบให้กับชุมชนในจัหวัดเชียงราย

2. ผมขอรับการสนับสนุนชุดแต่งกายที่มีคุณสมบัติปกป้องสารโลหะหนักในขณะลุยน้ำ สำหรับส่งมอบต่อให้ชุมชน อาสาสมัคร และหน่วยกู้ภัย เพื่อใช้ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์น้ำท่วม

หากท่านมีความจำนงและยินดีช่วยเหลือ ขอความกรุณาติดต่อผมได้โดยตรงครับ ผมเชื่อมั่นในพลังสังคมไทยที่จะร่วมแรงร่วมใจกันเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับมลพิษข้ามพรมแดนในครั้งนี้ครับ

ขอบคุณครับ 
สืบสกุล กิจนุกร

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง