Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รมว.พาณิชย์แจงไตรมาสแรกส่งออกไทยโตต่อเนื่องแม้เจอปัญหาภาษีทรัมป์ หวังว่าปีนี้จะปิดดีล FTA กับ EU ได้จะทำให้แข่งกับเวียดนามได้หลังแพ้ส่งออก และการชะลอดูทิศทางของสหรัฐฯ ทำให้ประเมินทิศทางได้ 'สิทธิพล' เตือนเอกชนสะท้อนครึ่งปีหลังตัวเลขสั่งซื้อหายชัดเจน เร่งใช้มาตรการทางการค้าเพิ่มป้องกันสินค้าทะลักเข้าไทย

30 พ.ค. 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 วาระ 1 เป็นวันที่ 3 พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขึ้นชี้แจงถึงสถานการณ์การส่งออกของไทยในช่วงที่ผ่านมา

พิชัยกล่าวว่าสถานการณ์ส่งออกไทยนับตั้งแต่แพทองธาร ชินวัตรเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การส่งออกของไทยโต 12.5% ใน 4 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวถึง 14% แม้ว่าทางด้านฝ่ายค้านอาจจะมองว่าที่ไทยขยายตัวได้เยอะเพราะเร่งส่งออกก็มีส่วนแต่เป็นส่วนน้อยแต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะความเข้มแข็งของภาคส่งออกของไทยเอง เนื่องจากเมื่อไตรมาส 4 ก็ยังขยายได้ 10.2% แม้ว่าจะมีเรื่องภาษีทรัมป์เข้ามาที่วิจารณ์ว่าการส่งออกจะตกก็ยังไม่ตก และปีนี้การส่งออกจะยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยหากสามารถเจรจากับสหรัฐฯ ได้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนั้นเรื่องการลงทุน ตอนนี้ก็มีการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่เข้ามาเยอะมากในปีที่แล้วถึง 2.5 ล้านล้านบาท และก็พยายามเจรจา FTA ได้ 3 ฉบับทั้ง EFTA และภูฐาน ซึ่งดีล EFTA ได้ผลกับการส่งเพิ่มขึ้นสูงมากทั้งการส่งออกไปสวิสเซอร์แลนด์โตถึง 852% ในเเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ 200 กว่า% มีนาคมโต 400% เมษยนก็โต 100% และจะเร่งเจรจากับสหภาพยุโรปและมีการนัดหมายเจอกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ด้วยและน่าจะปิดดีลได้ในสิ้นปีนี้ รวมถึงเกาหลีใต้ก็น่าจะได้ภายในกลางปี

ไทยถูกเวียดนามแซงเพราะเราแพ้ในการทำ FTA น้อยกว่า ถ้าเราเจรจากับอียูได้ก็จะใกล้เคียงและการส่งออกจะขยายเพิ่มขึ้น

การเจรจากับสหรัฐฯ เขาได้ติดต่อกับทางผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และมีการเจรจามาโดยตลอดแต่ฝ่ายค้าก็ไม่เชื่อ ทั้งนี้เขาก็เชื่อว่าจากการเจรจาจะทำให้หลังจากนี้ไทยจะได้ลดภาษีต่ำที่สุด แต่ตอนนี้ก็มีเรื่องที่ศาลรัฐบาลกลางห้ามใช้ภาษีอยู่ก็ต้องรอดูการชะลอดูก็ทำให้เป็นประโยชน์กับเราในการดูทิศทางต่างๆ  แล้วอีกไม่นานก็คงได้เจอกับทางสหรัฐฯ อีกเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ และเชื่อว่าเขาก็น่าจะมีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อแก้ปัญหาของตัวเอง

พิชัยกล่าวถึงประเด็นการส่งออกสินค้าเกษตรว่า หากเราคุมได้เองก็คงไม่มีปัญหา อย่างเช่นข้าวโพดที่ไทยผลิตเองไม่พอก็ต้องนำเข้า ทำให้ราคาข้าวโพดจากเกษตรกรไทยก็ได้ราคาที่เหมาะสม ประมาณ 9 บาท ส่วนสินค้าเกษตรที่ถูกกำหนดโดยต่างประเทศก็ต้องบอกตรงๆ ว่าหนักใจเช่นอินเดียที่ไม่เคยส่งออกข้าวสารที่เป็นข้าวขาวมานานก็เริ่มส่งแล้วอินเดียก็ขายมากถึง 63 ล้านตันในราคา 300 กว่าเหรียญ/ตันหรือประมาณหมื่นกว่าบาทเท่านั้นซึ่งต่ำมาก ไทยเองก็พยายามเจรจาให้อินเดียขึ้นราคาบ้างก็ไม่ยอมแล้วไม่ใช่แค่ไทยที่ได้รับผลกระทบเพราะเวียดนามเองก็ราคาข้าวตกลงมากก็พยายามจะช่วยเกษตรกรทุกด้านทั้งการขายปุ๋ยราคาถูกเพื่อลดต้นทุน แล้วก็พยายามขยายตลาดให้มากขึ้นแต่ก็ต้องขายตามราคาตลาด อย่างการไปขายที่แอฟริกาก็ขายได้ 410,000 ตัน หรือเมื่อต้นสัปดาห์ที่มีการจัดงาน Thai Rice Convention ก็ขายไปได้ 6 แสนตันเพื่อระบายข้าวให้กับเกษตรกรไทยให้รองรับกับเกษตรกรไทยที่จะเริ่มปลูกข้าวนาปีที่กำลังจะเริ่มขึ้น

รมว. พาณิชย์ยกประเด็นมันสำปะรังราคาตกต่ำมาชี้แจงต่อว่าสำหรับปีนี้เป็นเรื่องที่เหนื่อยหน่อยเพราะว่าจีนแทบไม่ซื้อเลยเนื่องจากข้าวโพดในตลาดโลกราคาลดลง 37% ทำให้จีนใช้ข้าวโพดในการทำแอลกอฮอล์แทนมันสำปะหลัง ก็ได้ต่อรองกับทางจีนให้ซื้อแล้วทำให้ไทยขายออกได้ 8.43 ล้านตันแต่ก็ได้ราคาไม่ค่อยดี เพราะเมื่อราคาข้าวโพดราคาตก ราคามันสำปะหลังก็ลดลงไปด้วยและยังเจอเรื่องโรคใบด่างทำให้ราคามันยิ่งตกลงไปอีกเพราะไม่ได้คุณภาพ

การส่งออกผลไม้ตัวเขาเองได้ไปเจรจากับจีนเพื่อลดการสุ่มตรวจจากตรวจ 100% ก็เหลือ 30% แล้วนายกฯ ก็มาช่วยโปรโมตสินค้าด้วยเพราะปีนี้ฝนเยอะก็เลยได้ผลผลิตเยอะด้วย รวมถึงการจัดการสินค้าผลไม้ตอนนี้ออกมาแล้ว 7 มาตรการ 25 แผนงาน โดยการสร้างความเชื่อมั่นในผลผลิต ส่งเสริมตลาดในประเทศและต่างประเทศ ยกระดับสินค้าผลไม้ไทย ส่งเสริมการแปรรูปและพื้นที่เกษตรให้เหมาะสม แก้ไขอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางการค้า และสุดท้ายคือการบังคับใช้กฎหมาย

พิชัยกล่าวว่าในเรื่องสุดท้ายคือเขาได้เข้าไปพูดคุยกับภาคเอกชนเพื่อความร่วมมือทั้งหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมเข้ามาคุยกับทูตพาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัดให้ขยายการค้ามีการขายมากขึ้นก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อเศรษฐกิจฟื้นได้ และเชื่อว่าที่ไทยเศรษฐกิจโตต่ำมาตลอดก็เพราะว่าการส่งออกไม่โตอยู่ที่ 1% กว่าๆ แต่ปีที่แล้วการส่งออกก็โต 5.4% แล้ว 4 เดือนที่ผ่านมาก็โต 14 % แล้วก็เป็นทิศทางที่ดีที่จะฟื้นเศรษฐกิจได้ การเจรจาเขตการค้าให้เพิ่มขึ้น ขยายการค้าการลงทุนให้มากขึ้น รวมถึงแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรก็จะทำให้อย่างดีที่สุด ถ้ามีข้อเสนอเรื่องใดก็ตามเราก็ยินดีให้เกิดความร่วมมือระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลช่วยเหลือประเทศให้เจริญรุ่งเรืองด้วยกัน

ต้องใช้มาตรการทางการค้าทันประเทศอื่น ส่งออกต้นปีขึ้นแต่ครึ่งปีหลังหาย

สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขึ้นอภิปรายต่อว่า มีเรื่องที่จะขอฝากกับ รม.พาณิชย์ให้ใช้มาตรการทางการค้าให้เท่าทันกับประเทศอื่นๆ เพราะจะเป็นเรื่องที่ช่วยให้ไทยรับมือกับปัญหาสินค้าจากต่างประเทศทะลักเข้าไทยได้ ที่ผ่านมาเราใช้น้อยเกินไปจนผู้ประกอบการมีอุปสรรคหรือความไม่สะดวกหลายอย่างที่จะเข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้

นอกจากนั้นสิทธิพลได้กล่าวถึงตัวเลขส่งออกของไทยที่ รมว.พาณิชย์กล่าวว่ามีเพิ่มขึ้นก็เป็นเรื่องจริง แต่ภาคเอกชนกังวลตอนนี้คือตัวเลขคำสั่งซื้อในครึ่งปีหลังประมาณ 1-2 เดือนข้างหน้านี้หายไปอย่างชัดเจน ก็เป็นความท้าทายที่พิชัยจะต้องเตรียมไปหารือและแก้ไขด้วย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง