กระแสการเมืองยังคงเป็นที่จับตาหลังมีการเปิดเผยคลิปคุยส่วนตัว ‘แพทองธาร-ฮุน เซน’ และพรรคภูมิใจไทยดีดตัวออกจากรัฐบาลแล้ว จะมีพรรคร่วมอื่นๆ ออกตามไปเป็นฝ่ายค้านมากน้อยขนาดไหน
มีแนวโน้มไปต่อกับรัฐบาล 3 พรรคการเมือง
- กล้าธรรม - ยังไม่ได้มีการประชุมพรรค เพราะปิดสมัยประชุม แต่ยังหนุน 'แพทองธาร' นั่งเก้าอี้นายกฯ พร้อมยืนเคียงข้างคนไทย และกองทัพ กลัวหลงเกมของกัมพูชา
- ประชาธิปัตย์ - กก.บห.พรรค มีมติ ร่วมรัฐบาลต่อ ให้หัวหน้าพรรคฯ คุยเงื่อนไข
- ประชาชาติ - อยู่ร่วมกับรัฐบาลต่อ
ขอคุยกับนายกฯ ก่อน มี 2 พรรคการเมือง
- ชาติไทยพัฒนา - ยังไม่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่จะให้มีหัวหน้าพรรคฯ ไปคุยกับนายกฯ ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วง 18 มิ.ย. 68 และมาเสนอที่ประชุมให้เคาะอีกครั้ง
- รวมไทยสร้างชาติ - มีมติสั้นๆ ขอไปคุยกับนายกฯ ก่อน
จากการติดตามข่าวเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2568 ตลอดทั้งวัน พบว่า จุดยืนพรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรค มีด้วยกัน 2 จุดยืน คือ พรรคที่ประกาศว่ายังสนับสนุน 'นายกแพทองธาร' และยังร่วมรัฐบาลต่อ คือ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาชาติ รวม 3 พรรค และจุดยืนที่ 2 คือขอคุยกับนายกฯ คือพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคชาติไทยพัฒนา
จุดยืนที่ 1 สนับสนุน 'แพทองธาร' และร่วมรัฐบาลต่อ
พรรคกล้าธรรม ประกาศจุดยืนหนุน แพทองธาร
19 มิ.ย. 2568 เพจเฟซบุ๊ก พรรคกล้าธรรม ได้รายงานวันนี้ (19 มิ.ย.) ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรคการเมืองขณะนี้ ระบุว่ายังไม่ได้มีการประชุมเนื่องจาก สส.ของพรรคอยู่ในพื้นที่ดูแลประชาชนในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ แต่ส่วนตัวมองว่าไม่จำเป็นต้องออกแถลงการณ์ใดๆ เพราะว่าทุกคนมีจุดยืนเดียวกัน คือ เราอยู่ในประเทศไทย ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทุกคนหวงแหนรักษาอธิปไตยของไทย ไม่มีคนไทยคนใดที่อยากเสียอธิปไตย
เมื่อถามว่าพรรคกล้าธรรม ยังสนับสนุนแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นฤมล กล่าวว่า ใช่ ยังสนับสนุนอยู่ และพร้อมยืนอยู่ข้างคนไทย และกองทัพ
เมื่อถามว่ามีรัฐมนตรีหลายคนลาออกจะมีผลกระทบในการทำงานหรือไม่ นฤมล กล่าวว่า ไม่น่ามีผลกระทบ เพราะในแต่ละกระทรวงจะมีผู้รักษาการทำงานอยู่แล้ว การเมืองก็เป็นเช่นนี้
นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (ที่มา: พรรคกล้าธรรม)
'ประชาชาติ' ยังทำงานร่วมกับรัฐบาล
เว็บไซต์ข่าว TNN รายงานเมื่อเวลา 9.00 น. ที่ศูนย์บริการร่วม อาคารกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยระบุว่าพรรคประชาชาติยังคงอยู่ร่วมกับรัฐบาลเช่นเดิม และย้ำว่าภารกิจด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศยังเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่รัฐบาลจะต้องรักษาไว้ ร่วมกับทางกองทัพ
ทวี กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลว่า แม้จะมีผลต่อการลงมติร่างงบประมาณ หรือกฎหมายสำคัญ แต่ยังสามารถบริหารจัดการได้ หากสมาชิกฝ่ายรัฐบาลทุกคนยังมีวินัยและความรับผิดชอบร่วมกัน โดยยืนยันว่าหาก สส.รัฐบาลเข้าประชุมครบ ก็ยังมีเสียงมากพอ
กก.บห.ประชาธิปัตย์ มีมติอยู่รัฐบาลต่อ
สืบเนื่องจากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก "พรรคประชาธิปัตย์" โพสต์วานนี้ (18 มิ.ย.) หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เชิญกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ประชุมเรื่องสถานการณ์การเมืองเวลา 17.00 น. ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์
วันนี้ (19 มิ.ย.) The Reporters รายงานว่า เมื่อเวลา 20.48 น. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคฯ โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่ายังอยู่ต่อใช่หรือไม่ เฉลิมชัย ระบุว่า ให้รอแถลงการณ์จะถือว่าชัดเจนที่สุดแล้ว
ต่อกระแสข่าวที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้สัดส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีเพิ่มนั้น เฉลิมชัย กล่าวยืนยันว่า ตนเองขอยืนยันด้วยความสัตย์จริงว่า ตนเองไม่เคยต่อรองเรื่องตำแหน่ง เพราะฉะนั้น วันนี้ที่มาคุยกันคือให้มาแสดงความคิดเห็น และตนเองต่อหน้าอย่างไร ลับหลังก็อย่างนั้น
เมื่อถามว่าจะเพิ่มความขัดแย้งภายในพรรคอีกหรือไม่ เฉลิมชัย ยิ้ม และตอบทันทีว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยขัดแย้งด้วยหรือ
ขณะที่เดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคว่า ขอให้รอแถลงการณ์จากหัวหน้าพรรค พร้อมระบุว่าถือเป็นมติร่วม
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่าแล้วมีข้อแม้หรือไม่ เดชอิศม์ กล่าวต่อว่า อยู่ที่หัวหน้าพรรค ทำให้ผู้สื่อข่าวหยอกล้อว่า "ท่าน มท. 2"
สื่อถามต่อไปว่าหากยังร่วมรัฐบาลอยู่ไม่กลัวกระแสต่อต้านหรือไม่ เดชอิศม์ ระบุว่า ก็ต้องว่ากันด้วยเหตุด้วยผล แค่คนไทยรู้ว่าตระกูลชินวัตร กับตระกูลฮุน เซน ไม่ใช่ทีมเดียวกัน ก็ไล่บี้กันแล้ว ที่เหลือคนไทยต้องรักกัน และสู้ร่วมกัน
สำหรับกระแสที่เรียกร้องให้แพทองธาร นายกรัฐมนตรีลาออกนั้น เดชอิศม์ กล่าวว่า ก็ต้องถามนายกรัฐมนตรี ในส่วนเราเป็นพรรคเล็ก
ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้สัดส่วนกระทรวงเพิ่มขึ้นนั้น เดชอิศม์ ระบุว่า ตนเองยังไม่ทราบ แต่ตอนนี้อยากให้คนไทยรักกัน เรามาสู้ด้วยกัน ทหารกับรัฐบาลก็มาจับมือร่วมกันเดินไปข้างหน้าแล้ว พร้อมย้ำว่ามั่นใจว่าจะเดินต่อไปข้างหน้าด้วยกันได้ ต้องสร้างผลงานให้กับประชาชน
ส่วนมติของที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเป็นเอกฉันท์แล้วหรือไม่ว่าจะอยู่ร่วมรัฐบาลต่อ เดชอิศม์ ระบุว่า ใช่ แต่ว่าเงื่อนไขต่างๆ ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคเป็นผู้พูดคุย
ด้าน น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ได้ลงนามในหนังสือลาออกจากเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีผลวันนี้ (19 มิ.ย.) และจะนำมายื่นต่อเลขาธิการพรรคในวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.) แต่ยังคงเป็นสมาชิกพรรค ปชป.อยู่ และไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ และได้เรียนหัวหน้าพรรคว่าตนเองเป็นผู้เสนอให้ถอนตัว ในเมื่อไม่ถอนตัว ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ตนเองจะอยู่ในตำแหน่งที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้แต่งตั้งไม่ได้ ส่วนรองหัวหน้าท่านอื่นๆ ไม่แน่ใจ และช่วงนี้ไม่อยากทำให้พรรคกระทบกระเทือน
ทั้งนี้ มีรายงานว่า มติที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค คะแนนเสียง 19 ต่อ 7 เสียง เห็นชอบให้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ร่วมรัฐบาลต่อไป อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ากรณีที่เกิดขึ้น รองหัวหน้าพรรคอย่างน้อย 3 คนในที่ประชุมระบุว่าต่อไปอาจจะทบทวนบทบาทของตนเองต่อพรรค
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 7.00 น. ของวันที่ 20 มิ.ย. 2568 พรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการแล้ว ยืนยันร่วมรัฐบาลแพทองธารต่อ
เฉลิมชัย ศรีอ่อน (ที่มา: เฟซบุ๊ก เฉลิมชัย ศรีอ่อน เมื่อ 28 เม.ย. 2568)
จุดยืนที่ 2 ขอคุยกับนายกก่อน
'ชาติไทยพัฒนา' ยังไม่ถอน ขอคุยนายกฯ ก่อน
สำนักข่าว PPTV รายงานว่า สืบเนื่องจากวันนี้ (19 มิ.ย.) ณ ที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา มีการนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมการดำเนินงานของพรรคชาติไทยพัฒนา โดยมีวราวุธ ศิลปอาชา เป็นประธานนั่งหัวโต๊ะที่ประชุม ตั้งแต่เวลา 16.30 น.เป็นต้นมา
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม วราวุธ ระบุว่า ยังไม่ได้เผยรายละเอียดจุดยืนของพรรคว่าจะร่วมรัฐบาลต่อไปหรือไม่ บอกแต่เพียงว่าขอฟังความเห็นของสมาชิกพรรคก่อน และหลังจากการประชุมจะมีการแถลงต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง
หลังใช้เวลาการประชุมกว่า 2 ชม. วราวุธ ได้ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนถึงผลการประชุมว่า จากการหารือร่วมกันระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรค พบว่าในที่ประชุมได้มีข้อคิดและข้อเสนอที่หลากหลาย แต่ทุกคนลงความเห็นในทางเดียวกันว่า ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และการตัดสินใจที่ยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วน เนื่องจากเหตุเพิ่งเกิดเมื่อไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทำให้หัวหน้าพรรคแต่ละพรรคยังไม่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีถึงรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น ตอนนี้พรรคชาติไทยพัฒนา เชื่อว่า อธิปไตยของประเทศและความมั่นคงของประเทศคือสิ่งสำคัญที่สุด และไม่ควรตกอยู่ในสภาวะเสี่ยง พรรคและสมาชิกพรรคจึงเห็นว่าควรสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงให้รัฐบาล ทำให้เกิดความมั่นคงในอธิปไตยของประเทศ และได้มอบหมายให้หัวหน้าพรรคเป็นตัวแทนไปพูดคุยหารือกับนายกรัฐมนตรี ในรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และมีแนวทางอย่างไร หากได้ข้อมูลเพิ่มเติมและครบถ้วนแล้วจะนำมาเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคต่อไป
วราวุธ ยืนยันว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจะยังไม่ถอนตัวจากรัฐบาล เพราะความเข้มแข็งของรัฐบาล ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับอธิปไตย เราได้ยินคลิปการพูดคุยสนทนา แต่ไม่รู้ถึงวัตถุประสงค์ในการปล่อยคลิปเสียงดังกล่าว แน่นอนในโลกโซเชียลอาจจะบอกว่าชัดขนาดนี้แล้วจะคิดอะไรอยู่อีก แต่การตัดสินใจทำงานในรัฐบาล และความมั่นคงของประเทศ เราเอามาเสี่ยงไม่ได้ การทำให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ พรรคชาติไทยพัฒนามองว่าเป็นปัจจัยสำคัญ
วราวุธ กล่าวว่า ทุกพรรคคงอยากจะหาทางออกให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุด เพราะความมั่นคงของประเทศไม่ควรตกอยู่ในความจำเสื่อม เชื่อว่าจะมีการพูดคุยกันโดยเร็ว
เมื่อถามว่าการจับมือกับนายกฯ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า การทำงานของรัฐบาลจะสะท้อนผ่านการทำงานของพรรค ซึ่งเชื่อว่าเดี๋ยวจะมีการพูดคุยกันว่าแต่ละฝ่ายมีความเห็นอย่างไร ขอทราบว่าขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคกำลังประชุมกันอยู่
ต่อประเด็นที่ถามว่าหลังจากได้คลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีกับสมเด็จฮุน เซน แล้วรู้สึกอย่างไร วราวุธ กล่าวว่า เป็นการพูดคุยกันระหว่างบุคคล 2 คน ซึ่งเป็นการพูดคุยระหว่างอาหลาน แต่การที่คลิปเสียงนี้หลุดออกมา ก็บอกไม่ถูกว่ามีจุดประสงค์อย่างไร แต่เมื่อก่อให้เกิดความวุ่นวาย สิ่งสำคัญของไทยคือความมั่นคงของอธิปไตยที่อยู่ตามตะเข็บชายแดน
ภายหลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความพยายามจุดประเด็นการเมืองเพื่อเบี่ยงประเด็นปัญหาข้อพิพาทไทยกัมพูชาใช่หรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า ตอบไม่ถูก ต้องไปถามแหล่งที่มาของผู้ที่ปล่อย ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า การประชุมเมื่อสักครู่มีความเครียดหรือกังวลหรือไม่ วราวุธ ปฏิเสธบอกว่าเป็นสีสันของทุกพรรคที่จะมีแนวคิด และการเสนอแนวทางของสมาชิกพรรคที่หลากหลาย
ส่วนการร่วมรัฐบาลคงเป็นคำถามที่ลูกพรรคถูกถาม แต่ลูกพรรคก็ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เมื่อถามว่าปัจจัยอะไรที่จะทำให้ไม่ร่วมรัฐบาลต่อ วราวุธ กล่าวว่า ถ้าวันนี้รู้ว่าขาดอะไรก็คงจะตอบได้แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าขาดข้อมูลอะไร จึงต้องไปพูดคุยกันก่อนเพื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
วราวุธ ศิลปอาชา (ที่มา: เฟซบุ๊ก พรรคชาติไทยพัฒนา)
'รทสช.' ขอคุยนายกฯ ก่อน
เพจเฟซบุ๊ก "The Standard" รายงานวันนี้ (19 มิ.ย.) ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ เวลา 19.00 น. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินออกจากที่ทำการพรรค หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค โดยมี เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรค พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย ปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ, ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง, ชื่นชอบ คงอุดม และ วิสุทธิ์ ธรรมเพชร เข้าร่วมประชุม
ขณะที่วิทยา แก้วภราดัย ติดภารกิจ ส่วนเกรียงยศ สุดลาภา นายทะเบียนพรรค และเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ไม่ได้รับเชิญเข้าร่วม ซึ่งทั้งเกรียงยศ และเกชา อยู่กลุ่ม 18 ของสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค
ทั้งนี้ ที่ประชุมหารือถึงทิศทางของพรรคเกี่ยวกับการร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังเกิดกรณีการโทรศัพท์เจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งมีผลกระทบต่ออธิปไตย ดินแดน ผลประโยชน์ของประเทศไทย และกองทัพไทย
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรรมการบริหารพรรค และ สส. ว่ามติของพรรครวมไทยสร้างเป็นอย่างไร แต่ทุกคนปฏิเสธตอบคำถาม และบอกว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นผู้แถลงด้วยตัวเอง แต่เมื่อพีระพันธุ์ ลงมา กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "มีมติให้ผมไปนำเรียนท่านนายกฯ" ซึ่งไม่ได้ระบุว่ามติดังกล่าวเป็นอย่างไร และขึ้นรถออกจากที่ทำการพรรคไปทันที
ทั้งนี้ รายงานจากที่ประชุมระบุว่า ที่ประชุมมีการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า นายกรัฐมนตรีต้องไปแก้ปัญหาทางการเมือง หากพรรครวมไทยสร้างชาติ ถอนตัวจะทำให้เสียงพรรคร่วมรัฐบาลเป็นฝ่ายค้าน ทำให้ต้องมีการยุบสภา ขณะที่กระแสพรรคประชาชนจะมาอย่างท่วมท้น มากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้พีระพันธุ์ ไปพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยพรรครวมไทยสร้างชาติ ยอมรับได้ หากมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเพื่อไทย ยังมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่เหลืออยู่คือชัยเกษม นิติสิริ
