22 มิ.ย. 'อิสราเอล-อิหร่าน' โจมตีตอบโต้กันเข้าสู่วันที่ 10 โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่านแล้ว - ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยัน กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งในดินแดนของอิหร่าน เพื่อกดดันให้ทางการอิหร่านยุติความขัดแย้ง - 'อิสราเอล' ยกย่อง 'ทรัมป์' ประวัติศาสตร์จะจารึก
22 มิถุนายน 2568 เข้าสู่วันที่ 10 ของการโจมตีตอบโต้กันระหว่าง อิสราเอล-อิหร่าน โดยล่าสุด สหรัฐอเมริกาได้ร่วมมือกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่านด้วย
สำหรับการโจมตีฝั่งอิสราเอลและสหรัฐฯ นั้น สหรัฐอเมริกาได้เข้าร่วมสงครามในฝั่งของอิสราเอล และส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ไปโจมตีสถานีนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ได้แก่ ฟอร์โดว์ นาตันซ์ และอิสฟาฮาน เจ้าหน้าที่อิหร่าน 3 คนที่ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ The New York Times กล่าวว่า การโจมตีเกิดขึ้นเวลา 02:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (22 มิ.ย.) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสถานที่ที่ถูกโจมตีได้ถูก "ทำลายลงอย่างสิ้นเชิง" แม้จะเป็นเช่นนั้น รัฐบาลอิหร่านกล่าวว่าสถานีฟอร์โดว์ ไม่ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ส่วนสำนักข่าว IRIB ที่ควบคุมโดยรัฐอิหร่าน ระบุว่ามีเพียงอุโมงค์เข้าออกของฟอร์โดว์เท่านั้นที่ถูกทำลาย แต่ไม่ใช่ตัวสถานีเอง
สื่ออิหร่านยังรายงานว่าพลเรือนและทหารสหรัฐฯ ทุกคนในภูมิภาคจะกลายเป็นเป้าหมาย ด้านอิสราเอลระบุว่าได้มีการ "ประสานงานอย่างเต็มที่" กับสหรัฐฯ ในการวางแผนการโจมตี รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัตซ์ กล่าวว่าพันธมิตรระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล "แข็งแกร่งกว่าที่เคย เพื่อผลประโยชน์ของสันติภาพและความมั่นคงของทั้งสองรัฐและโลกเสรีทั้งหมด"
สื่ออิหร่านรายงานว่าสายลับโมสซาดที่ถูกกล่าวหา มาจิด โมซาเยบี ถูกตัดสินและประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ กองทัพป้องกันอิสราเอล (IDF) กล่าวว่าได้ทำลายเครื่องบินขับไล่ F-5 ของอิหร่าน 2 ลำ และเครื่องยิงขีปนาวุธ 8 ตัว หลังจากโจมตีสนามบินเดซฟูลและสนามบินนานาชาติอิสฟาฮาน มีรายงานว่าเครื่องบินอิสราเอล 20 ลำเข้าร่วมในการโจมตี
ด้านการโจมตีฝั่งอิหร่าน กองทัพอิสราเอลแถลงว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธ 27 ลูกใส่อิสราเอลในการโจมตี 2 ระลอก โดยมี 11 จุดถูกโจมตี ตั้งแต่ที่ราบสูงโกลานที่ถูกยึดครอง ไปจนถึงแกลิลีตอนบน พื้นที่ชายฝั่งทางเหนือและตอนกลางของอิสราเอล และมีรายงานความเสียหายในเทลอาวีฟและไฮฟา มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี 86 คน จากการโจมตีอาคารในเทลอาวีฟ และอีก 6 คนได้รับบาดเจ็บในเนส ซิโอนา ชายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บบนเส้นทาง 431 ใกล้เบเออร์ ยาอาคอฟ นอกจากนี้ยังมีขีปนาวุธสกัดกั้นของอิสราเอลที่ยิงพลาดน่าจะตกในไฮฟา
กองกำลังรักษาการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) แถลงว่า พวกเขาได้กำหนดเป้าหมายไปที่สนามบินเบน กูเรียน พร้อมกับสถานีวิจัยและฐานสนับสนุนและศูนย์ควบคุมและบังคับการในหลายระดับ
'ทรัมป์' ยืนยันกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านแล้ว
22 มิถุนายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐแถลงเรื่องสหรัฐอเมริกาโจมตีที่ตั้งนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่านเมื่อวันเสาร์ (21 มิ.ย.) ตามเวลาสหรัฐฯ ว่า ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งและสามารถทำลายได้อย่างสิ้นซาก
ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงที่ทำเนียบขาวก่อนเวลา 22.00 น.วันเสาร์ (21 มิ.ย.) ตามเวลากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง โดยมีรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และนายปีเตอร์เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมยืนอยู่ด้านหลัง นายทรัมป์ใช้เวลาในการแถลงนานเพียง 4 นาทีและไม่เปิดให้มีการซักถามว่า กองทัพสหรัฐได้โจมตีด้วยความแม่นยำครั้งใหญ่ต่อที่ตั้งนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่านประกอบด้วยฟอร์โดว์ อิสฟาฮาน และนาทันซ์ที่ทุกคนได้ยินชื่อมานานหลายปีว่ามีความสามารถทำลายล้างอย่างน่ากลัว วัตถุประสงค์ของสหรัฐ คือ การทำลายศักยภาพในการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่าน และหยุดยั้งภัยคุกคามนิวเคลียร์ของประเทศที่สนับสุนนการก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลก เขาสามารถแจ้งต่อโลกได้ว่า กองทัพสหรัฐประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในการโจมตีสถานที่เสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมสำคัญของอิหร่าน ด้วยการทำลายอย่างราบคาบและสิ้นซาก
ผู้นำสหรัฐยื่นคำขาดว่า อิหร่านจะต้องสร้างสันติภาพในเวลานี้ ไม่เช่นนั้นจะถูกโจมตีหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม เขากล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลที่ทำงานเป็นทีมกับสหรัฐอย่างดียิ่ง ขอบคุณกองทัพอิสราเอลและทหารสหรัฐที่เข้าร่วมในภารกิจนี้ พร้อมกับย้ำว่ายังมีเป้าหมายในอิหร่านอีกหลายแห่งที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งจะถูกจัดการอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาทีหากไม่เกิดสันติภาพโดยเร็ว
'อิสราเอล' ยกย่อง 'ทรัมป์' ประวัติศาสตร์จะจารึก
สำนักสารนิเทศ สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลเผยแพร่คลิปนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูแถลงความยาว 1 นาที 25 วินาที ในวันนี้ (22 มิ.ย.) ว่า ขอแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีทรัมป์ การตัดสินใจอย่างกล้าหาญด้วยการใช้อำนาจอันยอดเยี่ยมและชอบธรรมของสหรัฐฯ โจมตีที่ตั้งนิวเคลียร์ของอิหร่านจะเป็นการเปลี่ยนประวัติศาสตร์ ที่ผ่านมาปฏิบัติการสิงโตผงาด (Operation Rising Lion) ของอิสราเอลได้ทำในสิ่งที่น่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง แต่การโจมตีของสหรัฐเมื่อคืนวันเสาร์ได้ทำให้สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ไม่มีประเทศใดในโลกสามารถเทียบได้อย่างแท้จริง ประวัติศาสตร์จะจารึกไว้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทำในสิ่งที่เป็นการไม่ยอมรับรัฐบาลและอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในโลก และได้สร้างหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ที่จะช่วยนำพาภูมิภาคตะวันออกกลางและนอกภูมิภาคไปสู่อนาคตที่รุ่งเรืองและสันติ
นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์และเขาพูดอยู่เสมอเรื่องการสร้างสันติภาพด้วยความแข็งแกร่ง ความแข็งแกร่งต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงจะมีสันติภาพได้
ผู้นำตุรกีระบุอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน มีจุดประสงค์เพื่อขัดขวางความพยายามในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์
ประธานาธิบดีเรเจ๊พ ไตย์ยิบ แอร์ดวน ผู้นำตุรกี ระหว่างการประชุมของบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ที่นครอิสตันบูล ของตุรกี เมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ที่ระบุว่า การที่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีต่อเป้าหมายทางทหารในดินแดนของอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก่อนที่การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ ระหว่างอิหร่าน และสหรัฐฯ รอบใหม่จะเริ่มขึ้น มีจุดประสงค์เพื่อขัดขวางความพยายามในการเจรจาดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า อิสราเอลไม่ต้องการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยวิธีทางการทูต
ผู้นำตุรกี ยังเรียกร้องให้บรรดาชาติอาหรับ เพิ่มความพยายามในการดำเนินมาตรการลงโทษต่ออิสราเอลจากการกระทำดังกล่าว ด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ และมติขององค์การสหประชาชาติ
ที่มาเรียบเรียงจาก Wikipedia | NBT Connext [1] [2] | สำนักข่าวไทย [1] [2]
