Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์
  • สภามีมติเสียงข้างมากผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ วาระ 3 ด้วยคะแนน 406 ต่อ 1 เพิ่มสิทธิวันลาคลอด 120 วัน เปิดช่องใช้ พ.ร.ก.เพิ่มวันลาคลอดในอนาคต ไม่ต้องรอแก้ พ.ร.บ. ส่วนข้อเสนอพรรคประชาชน และภาคประชาสังคม ที่ต้องการดันขึ้นเป็น 180 วันยังคงไม่ถึงฝัน  
  • ด้าน 'วรศิษฎ์' ยันคำนึงอย่างรอบด้าน แต่ดันลาคลอด 120 วัน เพราะเศรษฐกิจไทยยังไม่พร้อม และอนาคตมีความพร้อมเมื่อไร สามารถเพิ่มวันลาคลอดผ่านการออก พ.ร.ก. 'ยกการเพิ่มวันลาคลอดครั้งนี้ เป็นก้าวเดินที่สำคัญ’

 

 

เมื่อเวลา 15.19 น. ยูทูบ TP Channel รายงานวันนี้ (16 ก.ค.) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 3 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) มีวาระพิจารณาร่างกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. … โดยมีพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม

ตอนนี้เป็นการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน แบบรายมาตรา ของวาระที่ 2 โดยเมื่อ 15.19 น. กำลังพิจารณามาตรา 4 แก้ไข 41 วรรค 1 โดยแก้ไขจำนวนวันลาคลอดจากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน เพื่อส่งเสริมการมีบุตร และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้าง และเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว

"มาตรา 41 ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน 120 วัน หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา" ร่างของ กมธ. ระบุ

'วรรณวิภา' สงวนเพิ่มสิทธิ 180 วัน แบ่งให้ ‘คู่สมรส’ 90 วัน

วรรณวิภา ไม้สน สส.พรรคประชาชน และกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพิ่มสิทธิวันลาคลอดเป็น 180 วัน จากเดิมร่างของ กมธ.เสียงข้างมากเพิ่มจาก 98 วัน เป็น 120 วันเท่านั้น

วรรณวิภา สงวนข้อความดังนี้ “มาตรา 41 ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อลาคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน 180 วัน หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้ มารดาของบุตรสามารถมอบสิทธิการลาเลี้ยงดูบุตรส่วนของตนให้ “คู่สมรส” ตามกฎหมายของตนได้ไม่เกิน 90 วันในกรณีไม่มีบิดา หรือมารดา ให้ผู้ปกครองตามกฎหมายได้รับสิทธิข้างต้น”

วรรณวิภา ไม้สน (ที่มา: TP Channel)

วรรณวิภา กล่าวต่อว่า ข้อดีของการเพิ่มวันลาคลอด 180 วันด้วย “3 ว.” ประกอบด้วย

ว. 1: UNICEF และองค์กรอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการให้แม่ลาคลอด 180 วัน หรือ 6 เดือนส่งผลดีต่อสุขภาพของแม่ และเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวหลังลาคลอด และป้องกันอาการซึมเศร้าหลังคลอด และดีต่อสุขภาพของลูกที่ได้ทานนมแม่

“ตอนที่ตัวเองคลอดลูก ตอนนั้นลางานได้แค่ 90 วัน ลูกอายุได้ 2 เดือน ต้องบังคับให้ลูกอดนมของตัวเอง เพื่อให้ไปกินนมผง แน่นอนว่าคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ค่อนข้างทรมานจิตใจมากๆ ที่ต้องทนเห็นลูกทรมาน ต้องหักดิบ ให้ลูกไปกินนมผง

“หลังจากนั้น ไม่นานกลับมาจากทำงาน 90 วัน ลูกก็มีอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ  เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ การที่ลูกไม่ได้นมแม่อย่างครบถ้วน ลูกก็ไม่มีภูมิคุ้มกันที่เต็มที่ดีพอ ทำให้เราต้องเสียทั้งเวลา และพาลูกไปหาหมอ ต้นทุนเลี้ยงลูกก็สูงขึ้น ทั้งต้นทุนในเรื่องของนมผง ค่าเดินทางพาไปหาหมอ ต้นทุนการรักษาพยาบาล แม้กระทั่งการลางานที่ไม่ได้รับค่าจ้าง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ดิฉันเห็นด้วยควรจะลาเพื่อเลี้ยงลูก และให้นมลูก 180 วัน” วรรณวิภา กล่าว

ว. 2: เรื่องอัตราการเกิดของไทยที่ต่ำ เป็นอันดับ 3 ของโลก ซึ่งเป็นเหตุผลมาจากอัตราการตาย มากกว่าอัตราการเกิด และแนวโน้มน่าจะแย่ลงมากกว่านี้ แน่นอนว่าสิทธิลาคลอด ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับอัตราการเกิด แต่การมีสิทธิตรงนี้รับประกันได้ว่า ลูกจ้างจะได้เวลาเลี้ยงดูลูก ให้นม และมีเวลาให้พ่อมาช่วยดูลูกได้ด้วย

ว. 3: วิวัฒนาการวันลาคลอดในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นับตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา ไทยเริ่มมีวันลาคลอด 90 วัน และปี 2561 มีการแก้ไขวันลาคลอด 98 วันเท่านั้น ซึ่งเป็นการแก้ไขที่เหมือนไม่ได้แก้ เพราะว่าอีก 8 วันที่เหลือไม่มีการให้ค่าจ้างระหว่างลา (สัดส่วนการจ่ายค่าจ้างคือนายจ้างจ่าย 45 วัน และประกันสังคมจ่าย 45 วัน) ดังนั้น ผ่านมา 30 กว่าปี แทบไม่มีการแก้ไขสิทธิวันลาคลอดใดๆ เลย และนี่จะเป็นครั้งแรกที่สภาฯ แก้ไขสิทธิลาคลอดอย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรมมากขึ้น

'เซีย' ยก 3 เหตุผลเพิ่มสิทธิลาคลอด 180 วัน

เซีย จำปาทอง สส.ปีกแรงงาน พรรคประชาชน และสมาชิก กมธ. กล่าวว่า เขาสงวนความเห็นมาตรา 4 และยกเลิกความมาตรา 41 วรรค 1 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. …ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 และใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา 41 ให้ลูกจ้างหญิงมีสิทธิ์ลาคลอดและเลี้ยงดูบุตร ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 180 วัน หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา" หรือหากวันนี้สภาฯ รับหลักการตามกรรมาธิการฯ ได้เสนอ แต่ว่าในอนาคตเขาหวังว่าจะมีการประกาศในพระราชกฤษฎีกา ประกาศวันลาให้ครบ 180 วัน

เขายืนยันว่า ต้องเพิ่มคำว่า "เลี้ยงดูบุตร" เข้าไปเพื่อให้การเลี้ยงดูบุตรที่เพิ่งคลอด เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขในการลา

เซีย ให้เหตุผล 3 ข้อสนับสนุนข้อสงวนของเขา คือ

  • การเพิ่มวันลาคลอดเป็น 180 วันเป็นผลดีต่อสุขภาพของแม่ ที่จะได้ฟื้นตัวหลังจากการคลอดได้อย่างเต็มที่ และป้องกันความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า
  • ลูกก็จะสุขภาพแข็งแรง เพราะได้รับนมแม่ที่เพียงพอ
  • เป็นการส่งเสริมเรื่องสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง เพราะว่าสถาบันครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ และส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์

'Wefair' เพิ่มสิทธิลาคลอด 180 วัน ไม่กระทบ สปส.

นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ สมาชิก Wefair อภิปรายว่าขอสงวนญัตติเพิ่มวันลาคลอด 180 วัน ด้วยเหตุผลประกอบดังต่อไปนี้

  • การเพิ่มวันลาคลอด 180 วัน สอดคล้องกับคำแนะนำของ WHO ที่ให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 180 วัน และ ILO มีอนุสัญญา 183 ว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นมารดา กำหนดให้การลาคลอด 14 สัปดาห์ และขยายเป็น 18 สัปดาห์
  • ร้อยละ 97 ของทุกประเทศทั่วโลกให้สิทธิลาคลอดโดยได้รับค่าจ้าง มี 115 ประเทศรับรองให้พนักงานหญิงมีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตร 14 สัปดาห์โดยได้รับค่าจ้าง และ 43 ประเทศมีการลาคลอดครอบคลุมทั้งมารดา และบิดา แน่นอนว่าไม่มีประเทศไทย

นิติรัตน์ ยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากทั้งประเทศในยุโรป และเอเชีย โดยประเทศแรกที่เป็นหนึ่งในต้นแบบของรัฐสวัสดิการ คือ สวีเดน

  • ‘สวีเดน’ ให้สิทธิลาคลอด 480 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 80% และพ่อแม่ลาร่วมกันได้
  • ประเทศจากเอเชียอย่างญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่เน้นรัฐสวัสดิการ ให้สิทธิลาคลอด 98 วัน และลาเลี้ยงดูบุตรร่วมกับบิดาได้ 1 ปี
  • ส่วนเวียดนาม จากภูมิภาคอาเซียน ให้สิทธิลาคลอด 168 วัน และได้รับค่าจ้าง 100%

นิติรัตน์ กล่าวว่า ระยะเวลาการลาคลอดที่สั้นเกินไปทำให้ลูกจ้างหญิงต้องหยุดให้นมบุตรก่อนกำหนด และส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก

นอกจากนี้ สิทธิการลาคลอดจะทำให้ไทยสามารถแก้ไขวิกฤตโครงสร้างประชากร เด็กเกิดต่ำ เพราะปัจจุบัน ไทยมีประชากรผู้สูงอายุ 20% วัยแรงงาน 23% และวัยเด็กมีแค่ 16% เท่านั้น และในปี 2564 เป็นปีแรกที่ไทย มีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าอัตราการเกิดอีกด้วย

นอกจากนี้ 1 ใน 7 เหตุผลจากรายงานของ Economist Unit ระบุว่า อัตราเด็กเกิดที่ต่ำส่วนหนึ่ง มาจากความเป็นแม่ไม่สามารถไปพร้อมกับการทำงานได้ ผู้หญิงต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น สิทธิลาคลอดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พ่อหรือแม่ตัดสินใจมีบุตรหรือไม่

นิติรัตน์ กล่าวด้วยว่า ข้อดีของสิทธิการลาคลอด 180 วัน เป็นการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมตามแนวคิดรัฐสวัสดิการ และเป็นสิทธิพื้นฐานที่ถูกระบุในรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 กำหนดว่า สิทธิของมารดา ก่อนหรือหลังการคลอดบุตร ต้องได้รับการคุ้มครอง

นิติรัตน์ ระบุว่า เหตุผลจากการเพิ่มสิทธิลาคลอดของเขา คล้ายๆ เขาผู้อภิปรายท่านอื่นๆ จึงจะขอสรุปดังนี้ว่า การเพิ่มสิทธิลาคลอดทำให้สุขภาพแม่และเด็กดีขึ้น และลดภาระสาธารณสุข ต่อมา สิทธิลาคลอดเกิดความเท่าเทียมทางเพศ ลดปัญหาช่องว่างรายได้ระหว่างไทย-หญิง ลดการลาออกของลูกจ้างหญิง และผู้ชายได้เพิ่มบทบาทดูแลลูก และเพิ่มความสัมพันธ์ของบิดามารดา

ท้ายสุดคือ สิทธิลาคลอด 180 วันทำให้บางคนกังวลว่า สำนักงานประกันสังคมติดลบแน่ๆ เพราะว่าข้อมูลเปรียบเทียบจากบอร์ดประกันสังคมระบุว่าค่าใช้จ่ายหากเราเพิ่มสิทธิเป็น 98 วัน เป็น 120 วัน ต้องใช้งบฯ เพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท และหากเพิ่มเป็น 180 วันจะเพิ่มงบประมาณเป็น 3,000 ล้านบาท ปัจจุบัน สิทธิลาคลอด 98 วัน เราใช้เงินอยู่ 3,000 ล้านบาท ครอบคลุม 1.3 ล้านคน แต่ว่าเมื่อเราเปรียบเทียบเป็น % ของเงินที่สมทบเข้ากองทุน คิดเป็น 3.3% เท่านั้น กรรมการประกันสังคมยืนยันว่าการเพิ่มสิทธิลาคลอด 180 วัน ไม่กระทบต่อกองทุนอย่างมีนัยยะสำคัญ

"ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด เมื่อภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน ร่วมกันขับเคลื่อนสิทธิลาคลอด 180 วัน ตามที่สงวนความเห็นไว้ ก็จะเป็นการยกระดับรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน" นิติรัตน์ กล่าว

ณัฐวุฒิ บัวประทุม พรรคประชาชน กล่าวว่า เขาแปรบัญญัติ มาตรา 4 แก้ไขมาตรา 41/1 เป็นคำว่า “มาตรา 41 ให้ลูกจ้างหญิงมีสิทธิ์ลาคลอดและเลี้ยงดูบุตร ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 180 วัน” แต่ตัดคำว่า “หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา”

กมธ.ยืนยันคำนึงรอบด้าน-ปัญหาเศรษฐกิจ ดันลาคลอดได้แค่ 120 วัน ไม่ปิดโอกาสอนาคต

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนเห็นไปในทิศทางเดียวกัน เรื่องสิทธิลาคลอด แต่มีการถกเถียงเรื่องตัวเลข ระหว่าง 120 วัน และ 180 วัน อย่างไรก็ตาม ที่ร่างของ กมธ.ยกสิทธิลาคลอด 120 วัน เพราะว่าคำนึงอย่างรอบด้านดีแล้ว ประกอบกับปัญหาด้านเศรษฐกิจในช่วงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เขาอยากให้มองเป็นก้าวเดินก้าวแรกที่สำคัญในการขยับขึ้น แต่ในอนาคต ในวันที่เศรษฐกิจมันดีขึ้น หรือมีความพร้อม สถานการณ์ความเหมาะสมมากกว่านี้ เราไม่ต้องมานั่งออก พ.ร.บ.อีกต่อไป แต่สามารถออกมาเป็น พ.ร.ก.ได้เลย จะเป็น 150 วัน หรือ 180 วันก็สามารถทำได้ ในวันที่เรามีความพร้อม

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ (ที่มา: TP Channel)

ณัฏฐา มหัทธนา สมาชิกกรรมาธิการวิสมัญฯ กล่าวว่า ที่เพิ่มสิทธิลาคลอดได้แค่ 120 วัน เนื่องมาจากปัญหา “Affordability” หรือความสามารถในการจ่าย ไม่ใช่แค่งบฯ จากกองทุนประกันสังคม แต่ในหลายๆ มิติ

“หลักๆ เลยนายจ้างต้องรับภาระจ่ายค่าจ้างเต็ม 60 วัน อีก 60 วันประกันสังคมรับ แต่ไม่ได้รับค่าจ้างเต็ม ได้แค่ 1 หมื่นกว่าบาท นอกจากนั้น นายจ้างยังต้องจ่ายอีก 15 วัน สำหรับในกรณีที่มีภาวะพิการ และเจ็บป่วยซ้ำซ้อน บวกกับสามีลาเพื่อช่วยเหลือภรรยาได้อีก 15 วัน และอย่างที่ท่านประธานบอก เศรษฐกิจแบบนี้ เราไม่อยากให้ภาคการจ้างต้องตกใจ จนถึงขั้นที่จะมีการเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างหญิง” ณัฏฐา กล่าว และระบุว่านั่นเลยเป็นสาเหตุที่ขยับวันลาคลอด 120 วัน

ถ้าหยุดเกิน 120 วันแล้วจะผิดหรือไม่ ณัฏฐา กล่าวว่าไม่ผิด เพราะว่า พ.ร.บ.ระบุว่าเป็นขั้นต่ำ หากเอกชนแต่ละรายจะให้สิทธิลาเกินกว่า 120 วัน ก็ไม่มีความผิดแต่อย่างใด

เมื่อเวลาประมาณ 16.42 น. สภาผู้แทนราษฎร มีมติรับร่างเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ โดยมี สส.แสดงตัวลงมติ จำนวน 426 ท่าน เห็นด้วยกับร่างของ กมธ. จำนวน 423  เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดลงคะแนนเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนน 2 เสียง 

ต่อมา หลังจากโหวตพิจารณาวาระที่ 2 รายมาตราจนเสร็จสิ้น ได้มีการโหวตพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน วาระที่ 3 ของสภาผู้แทนราษฎร 

โดยที่ประชุมสภาฯ ได้ลงมติ เสียงข้างมากให้ผ่าน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ด้วยคะแนน 406 ต่อ 1 คะแนน งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 6 เสียง จากจำนวนผู้ลงมติ 414 คน เป็นอันว่า สภาฯ ได้ผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน แล้ว ส่วนกระบวนการถัดไป จะมีการนำร่างที่สภาฯ ผ่านไปให้ สว.พิจารณา พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ต่อไป หาก สว.มีมติรับร่างจากสภาฯ ขั้นตอนต่อไปจะมีการพิจารณาขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้ต่อไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง