Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กรมสวัสดิการฯ ระบุ สิทธิลาคลอด 120 วัน มีหวัง กมธ. แรงงาน สว. ส่วนใหญ่เห็นด้วย เสนอให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง 60 วัน อีก 60 วัน กองทุนประกันสังคมรับผิดชอบ ทั้งนี้ มีการขอแปรญัตติขยายให้สิทธิลาได้ 180 วัน ทำให้ต้องพิจารณากันต่อไป เล็งสร้างความรับรู้ให้นายจ้าง – ลูกจ้าง

 

18 พ.ย. 2567 หลังการชี้แจงกรณีสิทธิลาคลอดของแรงงานในประเทศไทยต่อคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส ผู้อำนวยการกองนิติการ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ถึงความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่มีประเด็นแก้ไขสิทธิลาคลอดซึ่งกำลังอยู่ในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฏรอยู่นั้น

โดยเปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการฯ ครั้งสุดท้ายในวันที่ 11 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ น่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับสิทธิลาคลอด ซึ่งกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่มีมติให้สิทธิ 120 วัน โดยเสนอให้นายจ้างเป็นผู้จ่ายค่าจ้าง 60 วัน อีก 60 วันกองทุนประกันสังคมเป็นฝ่ายจ่าย อย่างไรก็ตาม ยังมีกรรมาธิการบางส่วนที่สงวนความเห็น ขอแปรญัตติให้สิทธิลาได้ 180 วัน โดยหลังจากคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้น จะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระต่อไป ส่วนจะประกาศใช้เป็น 120 วันหรือ 180 วันและจะประกาศใช้ได้เมื่อใดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎร

สิทธิลาคลอด

ณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส ผู้อำนวยการกองนิติการ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

 

 

ณรงค์ฤทธิ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เห็นด้วยกับสิทธิลาคลอด 180 วันในเชิงหลักการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิ แต่เมื่อพิจารณาในแง่ของการนำไปบัญญัติเป็นกฎหมายที่ต้องมีสภาพบังคับกับทุกกลุ่ม ขณะที่องค์กรแรงงานระหว่างประเทศได้มีข้อแนะนำว่าสิทธิลาคลอด 120 วัน น่าจะเหมาะสมในช่วงแรก โดยเมื่อบังคับใช้กฎหมายต่อไประยะเวลาหนึ่งจนสังคมทุกฝ่ายมีความพร้อมอาจแก้ไขเป็น 180 วันก็ได้ แต่ในขณะนี้ยังประเมินว่าสิทธิลาคลอด 120 วันมีความเหมาะสม

สำหรับรายละเอียดร่างแก้ไข พรบ. คุ้มครองแรงงาน ที่ยังอยู่ในชั้นกรรมาธิการขณะนี้นั้น ณรงค์ฤทธิ์เปิดเผยว่า ประเด็นแรกคือเพิ่มความคุ้มครองแรงงานจ้างเหมาบริการหลายหมื่นคนที่ถูกจ้างโดยหน่วยงานของรัฐ ซึ่งปัจจุบันถูกตีความว่าไม่ใช่ลูกจ้าง ข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ ถัดมาคือประเด็นคุ้มครองสิทธิวันลาคลอดของลูกจ้างหญิง จาก 98 วัน เป็น 120 วัน โดยนายจ้างรับผิดชอบค่าจ้าง 60 วัน ประกันสังคมรับผิดชอบ 60 วัน ประการที่สามคือสิทธิการลาต่อเนื่องหลังคลอดของมารดาที่อาจมีภาระเลี้ยงดูบุตรที่ป่วย โดยให้สิทธิเพิ่มขึ้น 15 วัน จ่ายค่าจ้างครึ่งหนึ่ง ประการที่สี่ คือให้สิทธิการลาแก่คู่สมรส 15 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 100% ประการสุดท้ายคือเรื่องปรับปรุงการยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (คร.11) แก่พนักงานตรวจแรงงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกจ้าง

ส่วนแนวทางเพื่อให้กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ประสบผลสมฤทธิ์ดีที่สุดนั้น ณรงค์ฤทธิ์ชี้ว่า จำเป็นที่จะต้องสร้างรณรงค์การรับรู้ให้กับนายจ้างและลูกจ้าง โดยเฉพาะนายจ้างที่อาจต้องรับภาระ โดยเฉพาะในสิ่งที่ไม่ได้ครอบคลุมในกฎหมาย เช่นเรื่องสิทธิลาคลอดของลูกจ้างหญิง ที่อาจเกิดการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหลังครบกำหนดการลา หรือการใช้วันลามาเป็นเกณฑ์ประเมินลูกจ้าง รวมถึงนายจ้างควรสงวนตำแหน่งงานให้ลูกจ้างที่ลา ซึ่งจำเป็นที่จะต้องสร้างการรับรู้ให้นายจ้างเห็นความสำคัญในการใช้สิทธิของลูกจ้างต่อไป

ในส่วนของฝ่ายลูกจ้างนั้น ควรใช้สิทธิลาตามกฎระเบียบของนายจ้างด้วยเช่นกัน ไม่ลาโดยกระทบต่อการผลิตหรือกระบวนการทำงาน หรือการลาหลายประเภทต้องใช้เอกสารรับรองเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทั้งนี้ ต้องทำให้ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเองให้มากที่สุด 

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง