ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 คำสั่งอนุญาตให้นายกรัฐมนตรีเเพทองธาร ชินวัตร ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงกรณีคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุนเซน” ผู้นำกัมพูชาออกไปจนถึงวันที่ 4 ส.ค. 2568 นี้ เป็นการขยายระยะเวลาครั้งสุดท้าย
31 ก.ค. 2568 วานนี้ (30 ก.ค. 2568) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 มีคำสั่งอนุญาตให้เเพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากรณีคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุนเซน” ผู้นำกัมพูชา ออกไปอีกเป็นครั้งสุดท้าย จนถึงวันที่ 4 ส.ค. 2568 นี้
สืบเนื่องจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้เพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาเเห่งกัมพูชา ประธานวุฒิสภาได้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาคุณสมบัติความเป็นนายกของเเพทองธารสิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) เเละ (5) หรือไม่ ล่าสุดศาลได้รับคำร้องของผู้ถูกร้องในการขยายระยะเวลาออกไปอีก โดยผู้ถูกร้องต้องชี้เเจ้งต่อศาลภายในวันที่ 4 ส.ค. 2568


ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสามประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของแพทองธารนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตร 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
คลิปเสียงการสนทนาระหว่างแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับ สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชาเผยแพร่ทางสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2568 ผู้ถูกร้องได้แถลงข่าวยอมรับว่าเป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จฮุนเซน จริง แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัว โดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่าผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบหรือกำหนด มาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะวิสัยและพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำเพราะเหตุแห่งความสัมพันธ์ส่วนตัวในลักษณะเป็นฝั่งเดียวกันกับกัมพูชาพร้อมที่จะทำตามหรือจัดการตามที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการมาโดยตลอด ส่วนแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ถูกร้องเห็นว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้ามผู้ถูกร้องไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาครั้งที่ 2 ของผู้ถูกร้อง ฉบับลงวันที่ 29 ก.ค. 2568 ซึ่งขอขยายระยะเวลาออกไปอีก 15 วันนับถัดจากวันครบกำหนดเดิม เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อใช้เรียบเรียงทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหายังไม่ครบถ้วน แล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เสียง มีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปจนถึงวันที่ 4 ส.ค. 2568 เป็นครั้งสุดท้าย
