เปิดข้อสังเกตคณะกรรมการอนุสัญญาขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี (CEDAW) ฉบับล่าสุด เผยข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้หญิง การมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิง และปัญหาอ่อนไหวเกี่ยวกับหลักการทางศาสนาในชายแดนใต้ จี้รัฐเร่งส่งเสริมบทบาทผู้หญิงไทยร่วมแก้ไขความขัดแย้งและสร้างสันติภาพ คณะทำงาน UN ผลักดันการแก้ปัญหาที่ผู้หญิงไม่กล้าเปิดเผย นักนิติศาสตร์สากล (ICJ) เชื่อมั่นพลังผู้หญิงชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ตัวแทนองค์กรผู้หญิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 30 คน ได้ร่วมประชุมปฏิบัติการ WPS Network Forum ครั้งที่ 4 ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อฟังการนำเสนอข้อสังเกตเชิงสรุป (Concluding observations) ของคณะกรรมการประจำอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ หรือ CEDAW ตามวาระครั้งที่ 8 ของประเทศไทย
หลังจากคณะกรรมการ CEDAW ได้พิจารณารายงานการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯของรัฐบาลไทย (ปี 2554 – 2566) และรายงานคู่ขนานที่เสนอโดยภาคประชาชน ซึ่งมี 2 องค์กรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่การเก็บรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ระหว่างปี 2018-2025 ไปนำเสนอด้วยคือ กลุ่มด้วยใจ และ CAP โดยคณะกรรมการ CEDAW ได้เผยแพร่ Concluding observations เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา และได้ส่งกลับรายงานให้รัฐบาลไทยดำเนินการตามข้อสังเกตทั้งหมด ซึ่งครอบคลุมประเด็นต่างๆ รวม 57 ข้อ โดยเฉพาะความปลอดภัยของผู้หญิง การมีส่วนร่วมของผู้หญิงในกระบวนการสันติภาพ การให้การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิง และผู้หญิงมลายูมุสลิมกับหลักการทางศาสนา
สัณหวรรณ ศรีสด ที่ปรึกษากฎหมายอาวุโส โครงการสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ดิจิทัล ฝ่ายกฎหมายและนโยบาย คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ)
นางสาวสัณหวรรณ ศรีสด ที่ปรึกษากฎหมายอาวุโส โครงการสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ดิจิทัล ฝ่ายกฎหมายและนโยบาย คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) กล่าวว่า ข้อสังเกตเชิงสรุปของคณะกรรมการ CEDAW ฉบับนี้มีการพูดหลายประเด็น แต่มี 5 ประเด็นที่เจาะจงจังหวัดชายแดนภาคใต้
ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่พูดถึงในภาพรวมของประเทศก็มีข้อเสนอแนะที่ใช้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ด้วย เช่น เรื่องความรุนแรงทางเพศหรือความรุนแรงในครอบครัวซึ่งมีข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมายและสนับสนุนการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงดังกล่าวด้วย
เปิด 5 ประเด็น ความมั่นคงและอ่อนไหวในชายแดนภาคใต้
สำหรับทั้ง 5 ประเด็นที่เจาะจงเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่
1. สตรี สันติภาพและความมั่นคง WPS : (Women, Peace and Security)
คณะกรรมการ CEDAW แสดงความกังวล เรื่องที่ผู้หญิงและเด็กเผชิญกับการถูกสังหาร หรือได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความรุนแรง และผู้หญิงบางคนถูกผลัดให้ต้องดูแลครอบครัว หรือเป็นผู้นำครอบครัวเอง
อีกเรื่องที่กังวลคือ แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยสตรี สันติภาพและความมั่นคง หรือ NAP ที่ยังไม่ถูกประกาศใช้โดยรัฐบาล ทั้งที่มีการร่างแผนปฏิบัติการมานานแล้ว ขณะเดียวกันคนในพื้นที่ยังไม่รู้ว่ามีการรับฟังความคิดเห็นแล้ว ซึ่งอาจรับฟังในกลุ่มจำกัด ทั้งที่ควรมาทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ก่อนว่าเกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไรบ้าง
ข้อกังวลต่อมา คือผู้หญิงมีสัดส่วนที่น้อยในกระบวนการเจรจาสันติภาพและในสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนข้อเสนอแนะในประเด็นนี้มี 3 ข้อ คือ 1) ให้ยุติการจับกุมและซักถามโดยพละการต่อผู้หญิง คือไม่อยากให้ใช้กฎหมายพิเศษต่อผู้หญิง และให้มีการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ 2) ให้รีบรับรองและบังคับใช้แผน NAP และ 3) รับรองการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมและมีความหมายในกระบวนการสันติภาพ และในกลไกต่างๆ เช่น สปต. เพราะผู้หญิงยังมีสัดส่วนที่น้อย
2. นักปกป้องนักสิทธิมนุษยชนหญิง
สิ่งที่กังวลมาก คือ ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนของเหยื่อการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม การทรมาน การอุ้มหาย ถูกวิสามัญฆาตกรรมและถูกจับกุมตัวจากกฎหมายพิเศษ ถูกคุกคาม นอกจากนั้น ผู้หญิงมีปัญหาในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากข้อจำกัดด้านภาษา
ข้อเสนอแนะคือ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนให้สามารถทำงานได้อย่างอิสระ แต่ถ้าถูกข่มขู่คุกคามไม่ว่าในรูปแบบใดๆ ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ก็ต้องมีการสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีและยุติการกระทำดังกล่าว และประกันการเข้าถึงความยุติธรรมและการช่วยเหลือทางกฎหมายรวมทั้งเข้าถึงการเยียวยา ด้วยภาษาท้องถิ่น
3. การศึกษา
มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งโรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กผู้หญิงจากความรุนแรง และการเข้าถึงการศึกษาของเด็กผู้หญิงเป็นไปอย่างจำกัด มีปัญหาต้องเลิกเรียนกลางคัน
ดังนั้นต้องแก้ปัญหาให้เด็กอยู่ในระบบการศึกษาให้ได้มากที่สุด คือ ต้องทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย และต้องบูรณาการการเรียนการสอนเรื่องสันติภาพเข้าไปในหลักสูตรของโรงเรียนด้วย
ประเด็นอ่อนไหว ขลิบอวัยวะเพศผู้หญิง การแต่งงานในเด็ก สิทธิในการหย่าร้าง
4. สุขภาพและแนวปฏิบัติที่เป็นอัตราย
มีข้อกังวลเรื่องอัตราการเสียชีวิตของมารดาหลังคลอด และการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่สูง ซึ่งคณะกรรมการมีคำถามเยอะแต่ไม่มีข้อมูลว่าเยอะขนาดไหน เรื่องการดูแลสุขภาพหลังคลอด สุขภาพทางเพศ และอนามัยเจริญพันธุ์ยังมีข้อจำกัด ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้หญิงด้วย อีกหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องใหม่ คือ ความบอบช้ำทางจิตใจของผู้หญิงจากสถานการณ์ความรุนแรง
สุดท้าย คือ เรื่องที่มีการถกเถียงกันมากในกลุ่มผู้หญิงวันนี้ คือการขลิบอวัยวะเพศของผู้หญิง หรือ FGM โดยในวงหารือมีข้อถกเถียงว่า การขลิบอวัยวะเพศของผู้หญิงไม่ได้เป็นข้อบังคับทางศาสนา และไม่ได้ร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อย่างที่เกิดขึ้นในแถบแอฟริกา เพราะมองว่าผู้หญิงมีความต้องการทางเพศสูงจึงต้องขลิบให้ความรู้สึกทางเพศลดลง
ข้อเสนอแนะในประเด็นนี้ คือ ให้เพิ่มทรัพยากรต่างๆด้านสาธารณสุข การให้ความรู้ด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมกับบริบททางวัฒนธรรม สนับสนุนสตรีที่ได้รับความบอบช้ำทางด้านจิตใจ เช่น ด้านการแพทย์และด้านจิตวิทยา ที่สำคัญคือต้องบังคับการห้ามขลิบอวัยวะเพศของผู้หญิง ส่วนการขลิบอวัยวะเพศชายไม่เป็นประเด็น
หาแนวทางปรับกฎหมายอิสลามให้เข้ากับ CEDAW
5. เรื่องการแต่งงานและความสัมพันธ์ในครอบครัว
ข้อกังวล คือ กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบางประเด็นขัดแย้งกับบทบัญญัติของ CEDAW หรือไม่ สามารถปรับปรุงหรือพูดคุยกันเรื่องนี้ได้หรือไม่ โดยผู้หญิงมุสลิมเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิในการหย่าร้าง ขณะที่ผู้ชายมีสิทธิ์หย่าฝ่ายเดียว ผ่านการกล่าวตะละก์ 3 ครั้ง ดังนั้นผู้หญิงจะมีสิทธิ์หย่าได้เท่ากับผู้ชายหรือไม่ รวมถึงอายุขั้นต่ำในการสมรสของผู้หญิงสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะมีรายงานว่ามีเด็กผู้หญิงถูกให้แต่งงาน รวมถึงปัญหาการมีภรรยาหลายคน และการสมรสทางศาสนาที่ไม่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยทำให้เสียสิทธิ์หรือขาดการคุ้มครองที่เท่าเทียมตามกฎหมาย ข้อเสนอแนะ คือ ให้มีการปรับปรุงระบบยุติธรรมทางศาสนาและจารีตประเพณีให้สอดคล้องกับอนุสัญญา CEDAW
ทำอย่างไรให้ผู้หญิงมีสิทธิ์ในการหย่าได้เท่ากับผู้ชาย ยุติการหย่าโดยฝ่ายเดียวผ่านการกล่าวตะละก์ 3 ครั้ง และสนับสนุนทางกฎหมายแก่ผู้หญิงมุสลิมที่ต้องการหย่า แก้ไขกฎหมายเพื่อขจัดหรือยุติการแต่งงานในเด็ก การแต่งงานโดยบังคับ รวมถึงลักษณะของการมีภรรยาหลายคน กำหนดให้มีการจดทะเบียนสมรสทางแพ่งก่อนประกอบพิธีกรรมสมรสทางศาสนา
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะนี้ของคณะกรรมการ CEDAW เป็นเรื่องก็ค่อนข้างอ่อนไหวจึงต้องมีการพูดคุยกัน
คณะทำงาน UN ผลักดันการแก้ปัญหาที่ผู้หญิงไม่กล้าเปิดเผย
นางสาวสัณหวรรณ ยังเปิดเผยด้วยว่า ยังมีการเสนอแนะของคณะกรรมการอีกชุดในช่วงเดียวกับ CEDAW คือคณะทำงานว่าด้วยการเลือกปฏิบัติต่อสตรีและเด็กหญิงของสหประชาชาติ (UN working Group on Discrimination against Women and Girls) ที่มาเยือนไทยระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2567 และได้ออกรายงานประเมินสถานการณ์สิทธิสตรีของไทย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งมีข้อเสนอแนะคล้ายๆ CEDAW ในเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
โดยมีประเด็นที่สอดคล้องกับ CEDAW เช่น ความบอบช้ำทางจิตใจจากสถานการณ์ความรุนแรงิ การที่ผู้หญิงถูกจับกุมโดยพละการ การซักถาม การถูกเยี่ยมโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและการบังคับเก็บตัวอย่าง DNA
นอกจากนี้ ผู้หญิงยังมีส่วนร่วมเพียงพอในกระบวนการสันติภาพในระดับต่ำ ความยากจนและความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ การแต่งงานในเด็ก และการถูกเลือกปฏิบัติ
ส่วนประเด็นที่ให้รายละเอียดมากกว่า CEDAW คือความรุนแรงในครอบครัวหรือความรุนแรงทางเพศที่ถูกปกปิดไว้ ซึ่งความรุนแรงเหล่านี้ไม่มีใครกล้าไปรายงาน เนื่องจากกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนหรือการพิจารณาเป็นผู้ชาย (เช่น ดะโต๊ะยุติธรรมและคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด) ผู้กระทำความรุนแรงมักไม่ต้องรับโทษหรือเผชิญกับผลทางกฎหมาย
ด้วยเหตุนี้ จึงมีข้อเสนอแนะให้มีศูนย์ส่งเสริมศักยภาพและให้คำปรึกษาแก่สตรีทุกจังหวัด เพื่อให้ผู้หญิงกล้าเข้ามาพูดมากขึ้น และให้ผู้หญิงมามีส่วนร่วมหรือมีบทบาทมากขึ้น เพิ่มการมีส่วนร่วมของสตรีในองค์กรที่มีบทบาทด้านการตัดสินใจ รวมถึงคณะกรรมการอิสลาม จัดการอบรมเรื่องความละเอียดอ่อนทางเพศภาวะให้แก่ผู้นำศาสนา และจัดให้มีการพูดคุยกับผู้นำศาสนาเพื่อเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติที่มีผลเป็นการเลือกปฏิบัติทางเพศ
“เรื่องความรุนแรงทางเพศหรือความรุนแรงในครอบครัว ต้องมีการพูดคุยกับผู้นำศาสนาว่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร เพื่อจะแก้ปัญหาในเชิงระบบด้วย”
หนุนไทยเร่งส่งเสริมบทบาทผู้หญิงร่วมแก้ไขความขัดแย้งและสร้างสันติภาพ
นางสาวสัณหวรรณ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ เครือข่ายผู้หญิงจะต้องมีแนวทางว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เมื่อได้ข้อเสนอแนะมาแล้ว เพื่อจำได้รายงานความก้าวหน้าให้ทราบในครั้งต่อไปว่าได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว อย่างน้อย 4 ปีครั้ง แม้ว่ารายงานครั้งล่าสุดของคณะกรรมการ CEDAW จะห่างกัน 7- 8 ปีเพราะ CEDAW มีประเทศสมาชิกเยอะมากทำให้คิวยาว ประกอบกับมีสถานการณ์โควิดด้วย
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ CEDAW ก็มีข้อเสนอแนะเร่งด่วนที่ให้ไทยรีบดำเนินการ คือ ให้รัฐบาลไทยส่งข้อเสนอแนะมาภายใน 2 ปีเพื่ออัพเดทว่าทำอะไรได้หรือยัง มี 14 ข้อ ข้อแรกเป็นเรื่องสตรี สันติภาพและความมั่นคง โดยอยากให้ไทยแสดงบทบาทเรื่องนี้ในระดับโลกมากขึ้น ซึ่งผู้หญิงจะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง การสร้างสันติภาพ การฟื้นฟูหลังความขัดแย้งอย่างไร
นักนิติศาสตร์สากล (ICJ) เชื่อมั่นพลังผู้หญิงชายแดนใต้
นางสาวสัณหวรรณ กล่าวว่า สำหรับการหารือในวันนี้ มีข้อสรุปว่า กลุ่มผู้หญิงจะร่วมกันผลักดันให้รัฐดำเนินการตามข้อเสนอแนะเพื่อประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิสตรีอย่างแท้จริง และหาแนวทางว่าเครือข่ายผู้หญิงจะสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างไร และเสนอแนะผ่านช่องทางใดบ้าง
นอกจากนี้ ภาคประชาสังคมจะมีบทบาทในการติดตามว่ารัฐได้ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะได้มากแค่ไหน และมีช่องว่างใดที่สามารถชี้แนะได้บ้าง เพราะภาคประชาสังคมทำงานใกล้ชิดกับคนในพื้นที่อาจมองเห็นช่องว่างที่เกิดขึ้นได้ โดยอาจจะมีการนัดประชุมติดตามอย่างสม่ำเสมอต่อไป
“ดิฉันมีความเชื่อมั่นว่าผู้หญิงในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสามารถในการที่จะติดตามและผลักดันให้รัฐดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีความรู้เรื่อง CEDAW อย่างดีและมีการรวมตัวกันในระดับหนึ่งแล้ว มีความ Active และเข้าใจประเด็นมากๆ ซึ่งนอกจากมีการรวมตัวเข้มแข็งแล้วยังสนทนากับรัฐด้วย จึงทำให้มีความหวังมากที่สุด” นางสาวสัณหวรรณ กล่าว
เอกสารประกอบ
