Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สภาเห็นชอบผ่าน “ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. ...” ตามที่ สว. แก้ไข ด้วยคะแนนเสียง 420 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุม 425 คน พรรคประชาชนระบุการแก้ไขเนื้อหาในร่างกฎหมายในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนฯ และการแก้ไขในชั้น สว. ทำให้หลักการที่เป็นหัวใจของร่างตามที่พรรคประชาชนเสนอ หล่นหายไประหว่างทาง เลาฟั้ง สส. พรรคประชาชน กล่าวว่า หากบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ เท่ากับคนชาติพันธุ์ยังต้องเผชิญปัญหาเดิมๆ ต่อไป หลายร้อยชุมชนที่ร้องเรียนปัญหามายัง สส. สว. ว่าพวกเขาไม่มีสิทธิในพื้นที่ทำกินของตัวเอง ก็ยังต้องรอต่อไป

 

6 ส.ค. 2568 สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบผ่าน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. ... ตามที่ สว. แก้ไข ด้วยคะแนนเสียง 420 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุม 425 คน

พรรคประชาชน ระบุ การแก้ไขเนื้อหาในร่างกฎหมายในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนฯ และการแก้ไขในชั้น สว. ทำให้หลักการที่เป็นหัวใจของร่างตามที่พรรคประชาชนเสนอ หล่นหายไประหว่างทาง กระทบต่อสิทธิของคนชาติพันธุ์ใน 2 เรื่องสำคัญ

หนึ่งข้อห้ามการโฆษณาหรือเผยแพร่ในลักษณะที่เป็นการเหยียดหยาม สร้างความเกลียดชัง หรือเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มชาติพันธุ์ แม้เรื่องนี้ สส. ให้ความเห็นชอบในวาระ 3 แล้ว แต่ สว. กลับตัดออก ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะทุกวันนี้ยังมีการเผยแพร่ทางสื่อโดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย โจมตีและสร้างความเกลียดชังอย่างมีอคติต่อกลุ่มชาติพันธุ์

สอง การประกาศพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ เพราะที่ผ่านมากลุ่มชาติพันธุ์ไม่ว่าในพื้นที่ใด ต้องเผชิญปัญหาร่วมกันคือการไม่มีกรรมสิทธิ์เหนือที่ดินที่บรรพบุรุษของตัวเองแผ้วถางทำกิน เนื่องจากพื้นที่นั้นถูกกำหนดโดยรัฐให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ มีการใช้กฎหมายป่าไม้เป็นเครื่องมือผลักดันกลุ่มชาติพันธุ์ออกจากพื้นที่ หรือไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินไปได้มากกว่าการเพาะปลูก กลายเป็นแต่เพียง “ผู้อยู่อาศัย” หรือเป็น “ผู้เช่า” ที่ดินจากรัฐ

ในร่างของพรรคประชาชนจึงเสนอแก้ไข กำหนด “เขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง” เพื่อนำไปสู่การออกระเบียบใหม่

- สมาชิกชุมชนมีสิทธิอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาชีพ ที่ไม่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสียหาย

- การใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากร ไม่สามารถจำหน่ายจ่ายโอนให้แก่บุคคลภายนอกได้ แต่สามารถสืบทอดทางมรดกแก่ทายาทหรือสมาชิกของชุมชนได้

ในชั้น กมธ. ให้ใช้ข้อความว่า เมื่อประกาศเป็นเขตคุ้มครองฯ แล้ว ให้บังคับใช้แผนแม่บทโดยไม่ต้องนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้มาใช้บังคับ แต่ในวาระ 3 ข้อความนี้กลับถูกตัดทิ้ง และในชั้น สว. ยังเพิ่มข้อความอีกว่า “โดยไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงเขตหรือสถานะ หรือเพิกถอนสภาพพื้นที่ของรัฐ”

เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ ผู้ผลักดันร่างชาติพันธุ์ของพรรคประชาชน กล่าวว่าหากบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ เท่ากับคนชาติพันธุ์ยังต้องเผชิญปัญหาเดิมๆ ต่อไป หลายร้อยชุมชนที่ร้องเรียนปัญหามายัง สส. สว. ว่าพวกเขาไม่มีสิทธิในพื้นที่ทำกินของตัวเอง ก็ยังต้องรอต่อไป

ดังนั้นแม้วันนี้ จะเป็นวันประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยมีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติฉบับแรกที่วางพื้นฐานในการรับรองสิทธิ ยอมรับความแตกต่างหลากหลายในวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อของพี่น้องชาติพันธุ์หลายล้านคนทั่วประเทศ แต่ภารกิจของพรรคประชาชนยังไม่จบ ต้องต่อสู้เรียกร้องต่อไป

ระยะเฉพาะหน้าคือการออกกฎหมายลำดับรองตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ รวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ฉบับอื่นๆ ให้สอดคล้องกัน ส่วนระยะยาวหากเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็นรัฐบาล พรรคประชาชนจะผลักดันกฎหมายชาติพันธุ์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะการปลดล็อกให้พี่น้องชาติพันธุ์มีสิทธิในที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นกระดุมเม็ดแรกในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้เสมอภาคเท่าเทียมคนทุกคน

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง