Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

จับตาโต๊ะพูดคุยสันติภาพไทย-BRN หลังชะงักมาเป็นปี รัฐบาลเตรียมตั้งคณะพูดคุยชุดใหม่ หลังนายกฯ อันวาร์ ของมาเลเซีย สะกิดแรง ประกาศพร้อมหาทางยุติความขัดแย้งชายแดนใต้ หลังทำข้อตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชา มี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก เป็นหัวหน้าทีม พร้อมด้วย พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช และมีผู้นำชุมชนในพื้นร่วมคณะด้วย

 

ขณะนี้มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลโดยภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้คนใหม่แล้ว โดยมี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อสานต่อกระบวนการพูดคุยกับฝ่าย BRN (แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani : BRN) หลังหยุดชะงักมา 1 ปีกว่าตั้งแต่แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

ในช่วงที่ผ่านมาภาคประชาสังคมรวมทั้งนักวิชาการในพื้นที่พยายามเรียกร้องมาตลอดให้รัฐบาลรีบแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่ และเดินหน้าสานต่อกระบวนการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งและความไม่สงบในพื้นที่ โดยอ้างอิงถึงสถิติการก่อเหตุรุนแรงว่าเหตุรุนแรงถี่ขึ้นและร้ายแรงมากขึ้นเมื่อกระบวนการพูดคุยสะดุดลง

โดยจะเห็นได้ว่านับตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมาได้เกิดเหตุรุนแรงที่สะเทือนใจจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากหลายเหตุการณ์ เป็นช่วงที่กระบวนการพูดคุยหยุดชะงักไปหลายเดือนแล้ว โดยเฉพาะเหตุที่เกิดกับกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ เช่น อุสตาซ (ครูสอนศาสนา) นักเรียนศาสนา ประชาชนชาวพุทธ และสามเณร ฯลฯ

แต่แล้วจู่ๆ การเคลื่อนไหวของรัฐบาลไทยครั้งนี้ กลับเกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ออกมาประกาศพร้อมเป็นสื่อกลางยุติปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้ ในช่วงพบปะผู้นำและนักเรียนของศูนย์การศึกษาโรงเรียนปอเนาะมูลนิธิอิสลามกลันตัน (Yayasan Islam Kelantan) ในรัฐกลันตันที่อยู่ติดชายแดนไทย เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา

นายกฯ 'อันวาร์' สะกิด 'พูโล' หนุน

โดยอันวาร์ ระบุว่า ปัญหาในภาคใต้ของประเทศไทยเป็นเรื่องภายในของรัฐบาลไทย แต่มาเลเซียได้ติดต่อกับผู้ที่มีความพร้อมในการหาทางยุติความรุนแรงทั้งสองฝ่าย พร้อมแสดงความมั่นใจว่าด้วยสติปัญญาของผู้นำไทย กระบวนการแสวงหาสันติภาพและสันติสุข/สันติภาพจะเดินหน้าต่อไป เพื่อพัฒนาพื้นที่และสร้างเสริมอัตลักษณ์ทางศาสนาและภาษา

ทั้งนี้ การประกาศของอันวาร์ ของมาเลเซียครั้งนี้เหมือนเป็นการสะกิดให้รัฐบาลไทยรีบเร่งดำเนินการ หลังประสบความสำเร็จในบทบาทการเป็นผู้นำสันติภาพระดับภูมิภาคในฐานะประธานอาเซียน ที่เพิ่งจัดประชุมและทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชาที่มีปัญหาการสู้รบกันตามแนวชายแดน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม และวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา

การเคลื่อนไหวของนายกฯ อันวาร์ ยังทำให้ กัสตูรี มะห์โกตา ประธานขบวนการพูโล หรือองค์การปลดปล่อยสหปัตตานี (PULO) ได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนด้วยเช่นกัน โดย PULO ขอบคุณอันวาร์ ในความพยายามการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งปาตานีเพื่อให้เกิดสันติภาพ

ในคำแถลงการณ์ของกัสตูรีที่เเปลโดยอาจารย์ 'ฮารา ชินทาโร' ระบุว่า คำแถลงของอันวาร์ มีความสำคัญอย่ายิ่ง และเป็นความหวังใหม่สำหรับประชาชนปาตานีที่เรียกร้องความเป็นธรรม ความสงบและการแก้ไขความขัดแย้งอันครอบคลุม ยุติธรรมและยั่งยืนมาเป็นเวลานาน และมั่นใจว่าแนวทางแก้ไขปัญหาของมาเลเซียที่อาศัยการทูต การพูดคุย และความเคารพซึ่งกันและกันจะเปิดทางให้กับการเจรจาอันสร้างสรรค์

“พูโลขอแสดงความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อให้ความร่วมมือ และให้การสนับสนุนทุกรูปแบบที่จำเป็นเพื่อทำให้ภารกิจอันสูงส่งนี้ประสบความสำเร็จ..." 

อย่างไรก็ตาม สำนักสื่อวาร์ตานี ได้วิเคราะห์ว่า แถลงการณ์ของ PULO ที่ส่งตรงถึงอันวาร์ เป็นการยอมรับบทบาทมาเลเซียอย่างเปิดเผยในฐานะ "คนกลาง" การแก่ปัญหาความขัดแย้ง รวมถึงการวางภาพ PULO ในฐานะผู้พร้อมร่วมโต๊ะพูดคุยสันติภาพอยู่ที่ว่าฝ่ายขบวนการ BRN จะตอบสนองอย่างไร และสุดท้ายคือสร้างแรงกดดันต่อฝ่ายไทยให้เร่งกระบวนการพูดคุย

อีกกระแสหนึ่งคือ มีแรงกดดันมาจากองค์กรต่างประเทศอย่าง HDC หรือ Centre for Humanitarian Dialogue ที่เหมือนเป็นพี่เลี้ยงให้ BRN ในเรื่องกระบวนการสันติภาพและคอยประสานการพูดคุยกับฝ่ายรัฐบาลไทย อาจจะถอนตัวหากรัฐบาลยังไม่แต่งตั้งคณะพูดคุยชุดใหม่

HDC มีบทบาทในการช่วยวางกรอบการพูดคุยให้ฝ่ายไทยและ BRN จนเห็นชอบในหลักการทั่วไปว่าด้วยการพูดคุยสันภาพ (General Principles of the Peace Dialogue) เมื่อปี 2565 และเป็นที่มาของ JCPP (Joint Comprehensive Plan toward Peace) แผนปฏิบัติการร่วมที่จะใช้เป็น Roadmap ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งถูกนักวิชาการไทยบางส่วนคัดค้าน เช่น ดร.สุรชาติ บำรุงสุข

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าฝ่ายมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) ในกระบวนการพูดคุยอยู่แล้ว ไม่พอใจกับบทบาทของ HDC จากบทบาทดังกล่าวที่เหมือนข้ามหน้ามาเลเซียไปนั้น มีรายงานว่าได้การพูดคุยทำความเข้าใจไปในแนวเดียวกันแล้ว

เปิดชื่อ 'คณะพูดคุยดับไฟใต้ชุดใหม่' มีอดีตรองแม่ทัพ-ผู้นำชุมชน

สำหรับคณะพุดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ชุดใหม่ที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาตามที่มีการปล่อยข้อมูลออกมา มี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะ ซึ่ง พล.อ.นิพัทธ์ เคยร่วมในคณะพูดคุยชุดแรกเมื่อปี 2556 ในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรด้วย

ส่วนคนอื่นๆ ประกอบด้วย พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งล่าสุดได้รับแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของรองนายกฯ ภูมิธรรม

คนต่อมา คือ สุวัฒน์ จิราพันธุ์ อดีตรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นมุสลิม, ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และสมใจ ชูชาติ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านนอก อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

นอกจากนี้จะมีผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมเป็นคณะทำงานด้วย

ประเด็นที่น่าสนใจคือ คณะพูดคุยชุดใหม่นี้ มีตัวแทนผู้นำชุมชนร่วมโต๊ะพูดคุยด้วย ซึ่งยังไม่เคยปรากฏมาก่อน และอาจสอดคล้องกับที่ พล.อ.นิพัทธ์ เคยยืนยันกับประชาไทเมื่อ เม.ย.ที่ผ่านมาว่า การพูดคุยสันติสุขอาจจะเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม ส่วนจะมีอะไรแตกต่างไปจากเดิมอีกหรือไม่นั้นต้องติดตาม

ทั้งเพราะคณะพูดคุยในฝ่าย BRN นั้นยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัว คือ อานัส อับดุลเราะห์มาน เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยตามเดิม ยังไม่ใช่ผู้นำฝ่ายกองกำลังของฝ่าย BRN ตามที่รองนายกฯ ภูมิธรรม ต้องการจะพูดคุยด้วยแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง