“อนุทิน” แถลงหลังเจรจาจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคต่างๆ ยอมรับเงื่อนไขพรรคประชาชน จะยุบสภาใน 4 เดือน ทำประชามติแก้รัฐธรรรมนูญ “ศักดา” จากเพื่อไทยแจงมี สส.มาร่วมด้วย 10 กว่าคน
29 ส.ค.2568 ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล และสมาชิกพรรคการเมืองอื่นๆ มาร่วมแถลงข่าวหลังการเดินสายพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อขอเสียงโหวตสนับสนุนให้เป็นายกรัฐมนตรี
อนุทินกล่าวถึงการมาแถลงครั้งนี้ว่า มาแสดงความพร้อมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไปเพื่อทำให้ปัญหาของประเทศได้รับการแก้ไขและคลี่คลายโดยเร็วให้เดินหน้าต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก ดังนั้นหลังจากรับทราบเงื่อนไขของพรรคประชาชนจึงขอรับการสนับสนุนจากพรรคประาชชนเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยทางพรรคได้รับทราบเงื่อนไขแล้วและหารือกัน ส่วนพรรคประชาชนก็ได้รับทราบเจตนารมณ์ ทางพรรคภูมิใจไทยจะดำเนินการตามที่มีการหารือกันไว้ในสาระสำคัญก็เห็นพ้องต้องกันทุกประการ
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวต่อว่า วันนี้หลังจากได้รับทราบผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วเห็นว่าจะให้ประเทศหยุดชะงักไม่ได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลที่กลุ่มการเมืองเดิมแก้ไขไม่ได้ แต่ถ้าเป็นกลุ่มพวกเราจะแก้ไขได้เพราะมีความห่วงใยบ้านเมืองและจะคืนความสงบสุขให้ประเทศ พวกเราในที่นี้เมื่อรวมเสียงกับพรรคประชาชนแล้วเรามั่นใจว่าสามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลมาบริหารประเทศได้
อนุทินกล่าวถึง เงื่อนไขจากพรรคประชาชนที่มีตอนนี้ก็คือการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญและการแก้ไขเพื่อคืนความสงบสุขให้กับประเทศโดยเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาความสัมพันธ์อย่างรุนแรงอยู่ และเมื่อเราดำเนินการ 2 เรื่องนี้ เราก็จะคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชนภายใน 4 เดือนหลังจากรัฐบาลใหม่แถลงนโยบายรับตำแหน่งโดยการยุบสภา พี่น้องประชาชนก็จะได้รีเซ็ตประเทศอีกครั้งหนึ่งและให้ประชาชนตัดสินใจอนาคตของประเทศต่อไป
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าว่วา เข้าใจดีว่ามีปัญหาอุปสรรคมากมายเรามาตรงนี้ต้องแลกด้วยการสูญเสียบางอย่างของพี่น้องพรรคร่วมทั้งสิ้น แต่ว่าเราจะปล่อยให้ประเทศอยู่โดยมีความเคลือบแคลงสงสัยหรือขัดแย้งกับปะรเทศเพื่อนบ้านไม่ได้
“เราขอเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในทุกๆ ด้านแล้วคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด” อนุทินกล่าว
อนุทินตอบคำถามเรื่องจำนวนเสียงที่มีอยู่ตอนนี้ว่า จากการทำ TOR ตามที่พรรคประชาชนเสนอมา เราตอบรับด้วยความเป็นห่วงบ้านเมืองแล้วหน้าที่รวบรวมเสียงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน สำหรับพรรคประชาชนในหลักการแล้วก็ไม่ได้มีข้อขัดแย้งหรือไม่เห็นด้วย ก็อาจจะเหลือในเรื่องรายละเอียดบางอย่างที่พรรคประชาชนต้องการให้มีการตกลงกันแล้วมีลายลักษณ์อักษรกำกับเอาไว้ ซึ่งก็เป็นแนวทางของพรรคประชาชนที่จะมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการดำเนินการหาทางออกให้ประเทศ ส่วนเรื่องที่พรรคประชาชนจะให้ยุบสภาเร็วเกินไปหรือไม่นั้น ก็เป็นเงื่อนไขที่เราต้องรับไม่มีคำว่าเร็วหรือช้าเกินไป เพราะเรารู้ว่าเงื่อนไขเวลาเรามีเท่านี้ก็ต้องจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาโดยทันที ซึ่งร่วมถึงพรรคกล้าธรรมที่ไปพบมาเมื่อสักครู่เรามีประสบการณ์มีความสามารถตั้งใจเข้ามาเร่งแก้ปัญหาเพื่อลดความกังวล
“เราขอไม่เอาเรื่องจำนวนของตัวเลขมาว่ามันจะมีเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ เราถือว่าเรามาทำงานให้กับบ้านเมือง เรามีเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารราชการแผ่นดินได้” อนุทินกล่าว
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องรัฐบาลที่จะตั้งขึ้นมานั้นเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจจะต้องจัดทำเรื่องแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้ให้่ผ่านไปได้โดยเร็ว พรรคใดกลุ่มใดมีความสามารถมาช่วยกันสร้างชาติให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้พวกเราทุกคนในทีนี้เราจะไม่ตั้งแง่ใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้เรามีเสียงเพียงพอที่จะเสนอให้พรรคประชาชนวางใจว่าการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มของพวกเรานี้จะทำให้ประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้อย่างเต็มที่
“ความพร้อมที่จะเป็นายกรัฐมนตรีของผมในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป้นแคนดิเดตคนเดียวของพรรคก็ต้องบอกว่าพร้อมมาตั้งแต่ปี 62 แล้ว” อนุทินกล่าว
สุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่ากลุ่มของเขาจากรวมไทยสร้างชาติมาด้วยกันทั้งหมด 16 คนตามเอกสิทธิ์ของ สส. เพื่อให้ประเทศชาติได้เดินหน้าต่อไปเพราะทั้ง 16 คนก็เห็นตรงกันก็เลยเดินมาตรงจุดนี้ด้วยกัน
หลังจากมีสื่อมวลชนถามอนุทินจะเกิดการเจรจาแล้วไม่ลงตัวจนมีการย้ายข้างอีกหรือไม่ อนุทินได้โยนคำถามให้สันติ พร้อมพัฒน์ จากพรรคพลังประชารัฐตอบแทน ส่วนสันติตอบว่า เศรษฐกิจโลกและประเทศไทย กำลังลำบากหากเราไม่ผนึกกำลังให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อดูแลประเทศชาติให้พัฒนา ก็เห็นว่าอนุทินมีความเหมาะสมก็เลยได้จับมือไปด้วยกัน
ศักดา วิเชียรศิลป์ สส.เขตกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทยตอบคำถามสื่อด้วยว่ามี สส.เพื่อไทยที่มาร่วมกับเขาประมาณ 10 กว่าคน โดยก่อนหน้านี้ไม่ได้มีปัญหากับพรรคเพื่อไทย แต่เป็นเอกสิทธิ์ของเขาที่จะตัดสินใจมาเพราะอยากเห็นบ้านเมืองไปต่อได้และได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชนเขามั่นใจว่าอนุทินเหมาะสมที่สุด
