'อลหม่านการข่าว' เพราะตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 4 ก.ย. 2568 เป็นต้นมา สื่อหลายสำนักรายงานปรากฏการณ์ความเคลื่อนไหวของ ‘ทักษิณ’ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ท่ามกลางการจับตาของสื่อว่าจะเดินทางไปที่ใด ก่อนศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งบังคับคดีคดี รักษาตัวระหว่างคุมขัง ชั้น 14 รพ.ตำรวจ วันที่ 9 ก.ย.นี้
4 ก.ย. 2568 ตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 18.40 น. สื่อหลายแห่งรายงานว่า เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานดอนเมือง แจ้งมีเครื่องบินส่วนตัวต้องการเดินทาง และพบกลุ่มผู้โดยสารกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จึงได้มีการประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เข้าตรวจสอบ โดยสำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า ตัวของทักษิณ อ้างว่าต้องการเดินทางไป อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันต์ แต่จากการตรวจสอบของ จนท. พบว่าทักษิณ ชินวัตร ได้นำหนังสือเดินทางติดตัวไปด้วย จึงทำการยึดหนังสือเดินทาง เนื่องจากเคยมีคำสั่งห้ามอดีตนายกฯ เดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จากกรณีให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลี
อย่างไรก็ตาม คำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศของทักษิณ ชินวัตร ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว หลังศาลอาญาได้มีคำสั่งยกฟ้องคดี 112 รวมถึงพาสปอร์ตที่เคยถูกอายัดก็ได้รับการปลดล็อกแล้วเช่นกัน
ต่อมา เมื่อเวลา 19.17 น. สื่อหลายสำนักรายงานว่า เครื่องบินส่วนตัวของทักษิณ รุ่น Bombardier Global 7500 เที่ยวบินที่ T7GTS โดยมีจุดหมายปลายทาง คาดว่าเดินทางไปที่ประเทศสิงคโปร์ ได้เดินทางออกจากอาคารผู้โดยสาร MJETS เรียบร้อยแล้ว โดยจากการตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน Flightradar24 มุ่งหน้าลงไปทางใต้ของประเทศไทย
จากนั้น เวลา 19.34 น. วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ เปิดเผยกับไทยพีบีเอส ยืนยันว่า ทักษิณสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ หลังก่อนหน้านี้ศาลฯ ได้ยกฟ้องในคดี ม.112
ส่วนคดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ที่ศาลฎีกาฯ นัดพิพากษาในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ทักษิณ ยืนยันว่า จะเดินทางไปฟังคำพิพากษา รวมถึงแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ และพิณทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ได้ยื่นคำขอเข้าร่วมรับฟังการตัดสินคดี
สตม. ยืนยันทักษิณเดินทางจริง แต่ไม่ได้ระบุเรื่องกักตัว
กรณีปรากฏข่าวทักษิณ ชินวัตร เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ทางสนามบินดอนเมือง เมื่อเย็นวันที่ 4 ก.ย.68 ตามที่สื่อแขนงต่างๆ นั้น พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผบก.ตม.2 ได้ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนว่า ข่าวดังกล่าวเป็นความจริง ในเวลา 16.50 น. ด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง ได้รับแจ้งจาก บริษัท เอ็มเจท ว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ด้วยเครื่องบินส่วนตัว เพื่อเดินทางไปประเทศสิงคโปร์
โดยปรากฏชื่อทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้โดยสาร ในเที่ยวบิน T7GTS ซึ่งเป็นเที่ยวบินส่วนตัว เพื่อเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบ พบว่าไม่มีคำสั่งศาลห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีหมายจับคดีอาญาที่ต้องการตัว เพื่อนำไปดำเนินคดีแต่อย่างใด
ส่วนคำสั่งศาลที่เคยห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ในคดีที่อัยการเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง คดีร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรฯ พบว่า มีหนังสือศาลอาญา ที่ ศย 300.002/กค.350/2568 ลง 22 ส.ค.2568 แจ้งเพิกถอนคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เรียบร้อยแล้ว
และเมื่อได้ตรวจสอบโดยละเอียด พบว่า นายทักษิณฯ ไม่มีหมายจับ หรือคำสั่งศาลห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ในคดีอื่นๆ แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จึงตรวจอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ตามอำนาจต่อไป โดยเครื่องบินได้ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 19.17 น.
ทั้งนี้ การดำเนินการเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ และระเบียบ กฎหมาย โดยปกติทุกประการ
สื่อรายงานหลากหลาย 'ทักษิณ' เดินทางเพราะอะไร
สื่อหลายสำนักก็มีการรายงานเหตุผลการเดินทางออกนอกประเทศของทักษิณ ที่แตกต่างกัน และไม่ชัดเจน บางสื่อรายงานว่า ทักษิณ เดินทางไปสิงคโปร์ พร้อมครอบครัว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ พิณทองทา คุณากรวงศ์ เพื่อไปติดต่อทำธุระส่วนตัว และจะกลับมาภายในพรุ่งนี้ (5 ก.ย.) แต่ภายหลังในวันเดียวกันนี้ พินทองทา คุณากรวงศ์ ได้โพสต์อินสตาแกรมสตอรี ระบุว่า "กล่อมลูกนอนอยู่ที่ไทย งงกับข่าวมากมายที่ไปเรื่อย"
ขณะที่สื่ออีกสำนักอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิด ระบุว่า ทักษิณ เดินทางไปสิงคโปร์เพื่อไปพบแพทย์และตรวจร่างกายในครั้งนี้จะใช้เวลา 2 วัน จากนั้นจะเดินทางกลับประเทศไทยทันที โดยไม่ได้หลบหนีตามกระแสข่าวที่ออกมา
ตอนนี้สื่อต่างๆ ยังคงจับตาว่า เครื่องบิน เที่ยวบินที่ T7GTS จะเดินทางไปที่ใดกันแน่ ผ่านแอปพลิเคชัน Flightradar24 ซึ่งเป็นแอปฯ ติดตามการเดินทางของเที่ยวบินต่างๆ ทั่วโลก
เมื่อเวลาประมาณ 00.31 น. ของวันที่ 5 ก.ย. 2568 ตามเวลาในประเทศไทย มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อ 00.15 น. วันที่ 5 ก.ย. Flightradar24 ระบุปลายทางของเที่ยวบิน ทักษิณ แล้วว่าจะแลนดิงที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่ใช่สิงคโปร์ โดยมีกำหนดถึงในเวลา 23.27 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)
'ทักษิณ' แจงเหตุไป 'ดูไบ' ยันกลับมาฟังคดีชั้น 14 แน่นอน
5 ก.ย. 2568 ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความลงสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อเวลา 2.00 น. ของประเทศไทย หลังจากสื่อรายงานข่าวว่า เขาได้เปลี่ยนเส้นทางจากจุดหมายเดิมสิงคโปร์ ไปที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ทักษิณ ระบุว่า วันนี้ผมตั้งใจเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อไปตรวจสุขภาพ กับหมอที่เคยดูแลระหว่างอยู่ต่างประเทศ แต่ ตม.ที่ไทย ถ่วงเวลาผมไว้เกือบ 2 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่ได้ชนะคดีที่ถูกห้ามออกเดินทางไปต่างประเทศมาแล้ว มีสิทธิเดินทางเช่นเดียวกับคนไทยทั่วไป
ระหว่างเส้นทางบิน นักบินแจ้งว่า การที่โดน ตม.ถ่วงเวลาไว้นาน ทำให้เครื่องจะไปลงสนามบิน "Seletar" ซึ่งใช้สำหรับเครื่อง Private Jet ลงที่สิงคโปร์ไม่ทัน เพราะสนามบินเปิดให้บริการ ถึงแค่ 22.00 น.เท่านั้น (เวลาสิงคโปร์เร็วกว่าไทย 1 ชม.)
เมื่อไม่สามารถไปลงที่สิงคโปร์ได้ จึงตัดสินใจให้นักบินเปลี่ยนแผนไปลงดูไบ เพราะที่ดูไบ มีหมอกระดูก และหมอปอดที่ใช้ประจำมานาน และยังมีโอกาสได้เยี่ยมเพื่อนที่ดูไบ ซึ่งไม่ได้เจอกันมา 2 ปีกว่าแล้ว
ระหว่างรอขออนุญาตจากสนามบินดูไบ นักบินต้องบินวนรออยู่พักใหญ่ จนกระทั่งได้รับอนุญาตจึงได้หันหัวบินต่อไปยังดูไบ
ทักษิณ ยืนยันด้วยว่า จะกลับไทยไม่เกินวันที่ 8 ก.ย. 2568 และจะไปที่ศาลด้วยตัวเองวันที่ 9 ก.ย. 2568 เพื่อฟังคำสั่งบังคับคดี รักษาตัวระหว่างถูกคุมขังที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14
