กองทัพพม่าระดมกำลังรุกหนักหวังยึดคืนทางหลวงเอเชีย AH1 สายใหม่เพื่อเชื่อมต่อเมืองเมียวดี เมืองการค้าชายแดนสำคัญ โดยตั้งแต่เช้าวันเสาร์ (6 ก.ย.) สามารถยึดจุดยุทธศาสตร์บ้านติงกานญีนอง ปากทางเข้าเมืองเมียวดี และสามารถเชื่อมต่อกับกองพันทหารราบที่ 275 ที่รักษาเมืองเมียวดีได้สำเร็จ ส่วนทหารกะเหรี่ยง KNLA และฝ่ายต่อต้านถอนกำลังจากบ้านติงกานญีนองและทางหลวงเอเชีย AH1 สายใหม่ โดยทหารกะเหรี่ยงและฝ่ายต่อต้านยังคงควบคุมทางหลวงเอเชียสายเก่า
กองทัพพม่ายึดทางหลวงเอเชีย AH1 บ้านติงกานญีนอง ปากทางเข้าเมืองเมียวดี

ทหารพม่าที่ปฏิบัติการในพื้นที่ใกล้ทางหลวงเอเชีย AH1 สายใหม่ ช่วงกอกะเร็กถึงบ้านติงกานญีนอง (ที่มา: แฟ้มภาพ/The Irrawaddy)
ศูนย์ข้อมูลกะเหรี่ยง (KIC) รายงานผ่านเทเลแกรมระบุว่า เช้าวานนี้ (6 ก.ย.) กองทัพพม่าได้ระดมกำลังขนานใหญ่เข้ายึดจุดยุทธศาสตร์บ้านติงกานญีนอง หรือบ้านปางกาน ปากทางเข้าเมืองเมียวดี จุดยุทธศาสตร์สำคัญบนทางหลวงเอเชีย AH1 ช่วงเมียวดี-กอกะเร็ก ที่ถนนทั้งสายเก่าและสายใหม่มาบรรจบกันที่นี่ โดยกองทัพพม่าใช้การสนับสนุนทางอากาศ โดรน และปืนใหญ่ ทำให้กองกำลังกะเหรี่ยง KNLA และฝ่ายต่อต้าน ถอนกำลังจากการยึดถนนในพื้นที่บ้านติงกานญีนอง
KIC อ้างว่า ทหารกะเหรี่ยง KNLA ยังควบคุมทางหลวงเอเชีย AH1 ช่วงถนนเมียวดี-กอกะเร็กได้ส่วนหนึ่ง ขณะที่กองทัพพม่ารุกคืบมาจากหลายด้าน ทั้งจากกอกะเร็ก เมียวดี และทางหลวงเอเชีย AH1 สายเก่า
ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เป็นต้นมา กองพันทหารราบที่ 275 ที่ยังคงตั้งมั่นอยู่ที่เมียวดี และกองทัพพม่าภายใต้ปฏิบัติการอ่องเซยะ จากทางหลวงสายเอเชีย AH1 ที่เมืองกอกะเร็ก ได้เสริมกำลังโจมตีจากหลายทิศทาง จนทำให้ทหารกะเหรี่ยง KNLA และกองกำลังฝ่ายต่อต้านต้องถอนตัวจากบ้านติงกานญีนอง โดย KNLA ระบุว่าเป็นการถอนกำลังชั่วคราว
“ฝ่ายเราถอนกำลังชั่วคราวตั้งแต่เมื่อเย็นวานนี้ แต่เรายังปฏิบัติการใกล้พื้นที่อยู่ เรายังสู้ในฝั่งกอกะเร็ก ฝั่งจงโด และถนนเอเชียสายเก่า เพียงแต่ต้องถอยชั่วคราวเพราะถูกโจมตีด้วยอาวุธหนักและเครื่องบิน” แหล่งข่าวของ KNLA กล่าวกับ KIC
ในรายงานของ DVB ระบุว่า กองกำลังกะเหรี่ยง KNLA ถอนตัวจากพื้นที่ใกล้กับจุดยุทธศาสตร์บ้านติงกานญีนอง ได้แก่ บ้านนุโพ และบ้านทีมูท่า
ทั้งนี้หากถนนเอเชีย AH1 ช่วงบ้านติงกานญีนองถูกเปิดออก จะทำให้กองทัพพม่าที่รุกคืบมาจากทิศทางเมืองกอกะเร็ก สามารถรุกเข้าสู่เขตการค้าเมียวดี และฐานกองพันทหารราบที่ 275 ปากทางเข้าเมียวเมียวดี ทั้งนี้จากฝั่งเมียวดียังมีการสนับสนุนของกองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF กลุ่มซอชิดตู่ซึ่งเป็นกองกำลังกะเหรี่ยงที่สนับสนุนกองทัพพม่าช่วยเสริมกำลังด้วย
รายงานของ KIC ในเช้าวันที่ 6 กันยายน ระบุว่ายังคงมีการสู้รบต่อเนื่องระหว่างสองฝ่าย บริเวณเทือนเขาดอนะ และแนวรบในอำเภอกอกะเร็ก และจงโด ซึ่งอยู่บนทางหลวงเอเชีย AH1
แม้ว่ากองทัพพม่าจะยึดคืนทางหลวงเอเชีย AH1 ช่วงจงโด-กอกะเร็กได้ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม แต่การสู้รบยังคงดำเนินอยู่ในหมู่บ้านที่อยู่สองข้างทางซึ่งอยู่ในการควบคุมของกองกำลังฝ่ายต่อต้าน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากองทัพพยายามรุกคืบตามทางหลวงเอเชีย AH1 สายใหม่ ช่วงเมียวดี–กอกะเร็ก แต่ถูกฝ่ายต่อต้านโจมตีตัดเส้นทางอยู่เป็นระยะ ส่วนทางหลวงเอเชีย AH1 สายเก่า ช่วงเมียวดี-กอกะเร็กและหมู่บ้านตามแนวเส้นทาง ยังอยู่ภายใต้การยึดครองของทหารกะเหรี่ยง KNLA
แต่เดิมฐานที่มั่นติงกานญีนอง หรือบ้านปางกาน เป็นที่ตั้งของ กองทัพพม่า กองพันทหารราบที่ 355, 356 และ 357 ที่อยู่ปากทางเข้าเมืองเมียวดีซึ่งเป็นเมืองการค้าชายแดนสำคัญบริเวณชายแดนไทย-พม่า ติดต่อกับ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยทหารกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA และฝ่ายต่อต้านสนธิกำลังกันบุกโจมตีฐานติงกานญีนองมาตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 7 มีนาคม 2567 และยึดได้ทั้ง 3 ค่ายเมื่อ 5 เมษายน 2567 (อ่านข่าวก่อนหน้านี้) จนกระทั่งกองทัพพม่าสนธิกำลังกลับมายึดจุดยุทธศาสตร์บ้านติงกานญีนองดังกล่าว
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- กองทัพพม่าพยายามชิงถนนสายเอเชียเพื่อเชื่อมต่อเมืองเมียวดี, 19 ส.ค. 2568
- ทหารพม่าคุมสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2 การค้าชายแดนหันไปใช้ท่าข้าม กกล.กะเหรี่ยง, 26 ส.ค. 2568
- พม่าจัดเลือกตั้งเฟสแรก 28 ธ.ค. 102 จาก 330 อำเภอ เฉพาะพื้นที่กองทัพคุมได้, 2 ก.ย. 2568
- รัฐบาลทหารพม่าจัด KNU เป็น 'กลุ่มก่อการร้าย' หลังต้านแผนจัดเลือกตั้ง, 5 ก.ย. 2568
รอง ผบ.กองทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้บัญชาการรบเอง
สำนักข่าวอิรวดี รายงานด้วยว่า รัฐบาลทหารพม่าได้มอบหมายให้ พ.อ.บันยา วิน รอง ผบ.กองทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้ลงพื้นที่ควบคุมการรุกคืบตามถนนสายเอเชีย (AH1) ด้วยตนเอง โดยนายทหารผู้นี้เคยเป็นอดีตผู้บังคับการโรงเรียนการทหารขั้นสูงแห่งที่ 4 และเข้ามารับตำแหน่ง รอง ผบ.กองทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้แทน พล.ต.ซอ มิน อ่อง ที่ถูกสั่งพักราชการกรณีคอร์รัปชัน
ด้านซิน ยอ อดีตนายทหารพม่ายศร้อยเอก ที่แปรพักตร์หลังรัฐประหารปี 2021 ยืนยันว่า พ.อ.บันยา วิน ได้เดินทางถึงกองบัญชาการยุทธการที่ 12 เมืองกอกะเร็ก ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม และเริ่มประสานการปฏิบัติการทางทหารแล้ว โดยพันเอกบันยา วิน เดินทางมาถึงแนวหน้าท่ามกลางการเร่งซ่อมสะพานยุทธศาสตร์บนเส้นทางส่งกำลังบำรุงระหว่างกอกะเร็กและเมียวดี
เมื่อวันจันทร์ (1 ก.ย.) กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) และกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ใช้โดรนโจมตีทีมซ่อมสะพาน ส่งผลให้คนงานเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 8 ราย ตามข้อมูลของรัฐบาลทหาร
แหล่งข่าวใกล้ชิด KNLA ยืนยันว่ากองทัพเร่งซ่อมสะพานอย่างเร่งด่วน “สะพานนี้สำคัญต่อการขนส่งอาวุธและยานพาหนะ พวกเขาจึงนำคนงานและเครื่องจักรหนักเข้ามาเพิ่ม รวมถึงเครน 4–5 ตัว”
แหล่งข่าวฝ่ายต่อต้านรายงานว่ากองทัพได้ระดมกำลังพลภาคพื้นดินกว่า 1,000 นาย พร้อมด้วยรถถัง รถหุ้มเกราะ ชุดยิงจรวดหลายลำกล้อง หน่วยวิศวกรรม รวมถึงการสนับสนุนทางอากาศจากโดรนลาดตระเวนและการโจมตีทางอากาศ
ชาวบ้านประเมินว่าในเมืองเมียวดีมีกำลังทหาร 700–1,000 นายรวมตัวกันอยู่ที่กองพันทหารราบที่ 275 ในจำนวนนี้รวมถึงกลุ่มที่ถอยหนีมาจากป้อมค่ายที่ถูกทหารกะเหรี่ยงและฝ่ายต่อต้านตีแตกตามแนวชายแดนไทย-พม่า ขณะเดียวกันรัฐบาลทหารยังได้ส่งกำลังอีกประมาณ 300 นาย มาเตรียมกำลังอยู่ใกล้เมืองเมียวดี
ปิดสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2 ก่อนรบใหญ่
เพื่อเตรียมการโจมตี ก่อนหน้านี้รัฐบาลทหารพม่าได้สั่งปิดสะพานมิตรภาพไทย–พม่า แห่งที่ 2 เมืองเมียวดี ฝั่งพม่า ตรงข้ามหมู่ที่ 7 บ้านวังตะเคียนใต้ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าหลักระหว่างสองประเทศเชื่อมทางหลวงสายเอเชีย AH1
สำหรับถนนเอเชีย AH1 ช่วงกอกะเร็ก–เมียวดี ฝ่ายต่อต้านคุมได้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 รัฐบาลทหารเคยเปิดการรุกใหญ่ที่นำโดย พล.อ.อาวุโส โซ วิน เมื่อเดือนเมษายน 2024 แต่การรุกในครั้งนั้นกองทัพพม่ายังไม่สามารถยึดได้
เมืองเมียวดีถูกบรรจุไว้ในแผนการเลือกตั้งทั่วประเทศเฟส 1 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม 102 อำเภอ จาก 330 อำเภอทั่วประเทศ และการรุกคืบเพื่อเชื่อมต่อเมืองเมียวดีครั้งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการยึดพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้ง โดยการรุกคืบที่ผ่านมาของกองทัพพม่า มักถูกตอบโต้กลับอย่างดุเดือดจากกองกำลังฝ่ายต่อต้าน
ที่มา:
Myanmar Junta Throws Everything at Offensive to Recapture Asian Highway
