'ณัฐพงษ์' หัวหน้า ปชน. รับเสียดาย รัฐสภาไม่รับร่าง สสร.ของพรรคเพื่อไทย พร้อมขอบคุณช่วยดันเป็นร่างหลัก ด้าน 'ชูศักดิ์' เผยเหตุหนุนร่าง ปชน. เพราะไม่ปิดโอกาสประชาชนเข้ามาเป็น สสร. พร้อมส่งตัวแทนเข้าร่วม กมธ. ดันร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้สำเร็จ
สืบเนื่องจากผลการลงมติของที่ประชุมรัฐสภาวานนี้ (15 ต.ค.) รับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 ของพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย และมีมติให้ใช้ร่างของพรรคประชาชน เป็นร่างหลักในการพิจารณาชั้นวาระที่ 2 หรือชั้นพิจารณารายมาตรา
16 ต.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก PPTV ถ่ายทอดสดออนไลน์วานนี้ (15 ต.ค.) ชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ว่ากันไปแล้วเทียบกันทั้ง 3 ร่าง ร่างของพรรคเพื่อไทย น่าจะเป็นร่างที่เหมาะสม เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยไม่ยึดโยงกับประชาชนเลย และในท้ายที่สุด อาจจะเป็น สสร.จากพรรคการเมือง สีนั้นสีนี้
ส่วนพรรคประชาชน ถูกวิจารณ์ว่าค่อนข้างจะยึดโยงกับประชาชน สูงเกินไปมากเกินไป ขณะที่ร่างของพรรคเพื่อไทย เป็นทางสายกลางมีความยึดโยงกับประชาชน และเปิดโอกาสให้องค์กรตัวแทนทั้งหลายเข้ามาร่วมเป็น สสร. ดังนั้น ร่างของพรรคเพื่อไทยควรเป็นร่างที่ควรสนับสนุนมากที่สุด ด้วยเหตุนี้เป็นที่น่าเสียใจว่าร่างของพรรคเพื่อไทยเป็นอันต้องตกไป แต่เราก็คำนึงและตั้งคำถามด้วยว่า การตกไปเป็นเพราะเหตุหรือหลักการของร่างมันไม่ดีหรือไม่ หรือมันเกิดจากเหตุผลอื่น
ชูศักดิ์ มองว่า ร่างของพรรคเพื่อไทยน่าจะถูกปัดตกเนื่องจากเหตุผลทางการเมืองที่ไม่ได้ทำเรื่อง MOA กับทั้งสองพรรคการเมือง เพราะเหตุผลที่บอกว่าไม่ล็อกหมวด 1 และหมวด 2 แล้วถูกปัดตก ไม่น่าจะใช่ เนื่องจากร่างของพรรคประชาชนก็ไม่ได้เขียนล็อกหมวด 1 และหมวด 2 ก็ไม่ถูกปัดตก เหตุผลในทางวิชาการก็ไม่มี เราเลยสรุปว่าเป็นเหตุผลทางการเมือง
สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า แม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยจะตกไป แต่พรรคเพื่อไทย 'จำเป็น' ต้องโหวตสนับสนุนร่างของพรรคประชาชนที่ผ่านให้เป็นร่างหลัก เนื่องจากมีความใกล้เคียงกับแนวทางของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะเรื่องการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็น สสร. เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นประชาธิปไตย
"เราก็คิดว่าจำเป็นต้องไปสนับสนุนร่างของพรรคประชาชน เหตุผลที่เราควรสนับสนุนร่างหลักที่เป็นร่างของพรรคประชาชน เนื่องจากร่างของพรรคประชาชนมีความใกล้เคียงกับพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วน ในการที่จะมาเป็น สสร. แม้จะมีการเลือกโดยตรงมากไป เราก็คิดว่าการยึดโยงกับประชาชนนั้นอยู่ในวิสัยที่เราควรจะต้องสนับสนุนในการทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย" ชูศักดิ์ กล่าว
ชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า เขายืนยันว่าแม้ผลจะเป็นเช่นนี้ แต่พรรคเพื่อไทยยินดีจะให้ความร่วมมือและส่งตัวแทนเข้าไปเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) อย่างเต็มที่ เพื่อร่วมผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สำเร็จ
นอกจากนี้ ชูศักดิ์ ได้ฝากประเด็นข้อสังเกตไว้ให้พรรคประชาชนด้วยว่า พรรคประชาชนจะต้องติดตาม ตรวจสอบ ไตร่ตรองให้ดี โดยเฉพาะรูปแบบของ สสร.ที่อาจต้องมีการผสมผสานกับแนวทางของพรรคเพื่อไทย และอาจมีการแปรญัตตินำร่างพรรคเพื่อไทย ไปประกอบในวาระที่ 2 เพื่อให้เป็นทางออก นอกจากนี้ เรายังมีความกังวลเรื่องเวลาที่จำกัดในการทำประชามติ ซึ่งอาจทำให้มีเวลาในการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่เกิน 2 เดือน
ต่อกรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่า ร่างของพรรคประชาชนอาจมีความกังวลว่าอาจจะนำไปสู่การแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 อาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไปทั้งกระบวนการหรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า การแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ไม่ใช่คณะกรรมาธิการฯ จะแก้ได้ จะแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อมี สส.ยกร่างฉบับใหม่แล้ว กฎหมายไม่ได้ห้ามแก้ แต่ถ้าจะแก้ต้องทำประชามติ เชื่อว่าไม่มีการแก้ไขเพราะในอดีตที่ผ่านมาก็ไม่มีการแก้ไข ร่างของพรรคเพื่อไทยก็ไม่ห้ามไว้ เพราะถ้าจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องแก้ไขเดี๋ยวจะไม่มีทางออก ซึ่งเหตุการณ์ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต
ส่วนความกังวลที่ว่า สว.จะขวางตั้งแต่ต้นน้ำหรือไม่นั้น ชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็สุดแต่เขา ต้องไปเคลียร์กันให้ดี เราพยายามอธิบาย 2 วัน ยกเหตุผลมาพูด ถ้าไม่ฟังกันก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ทั้งนี้ที่ร่างของพรรคประชาชนยังถูกโจมตีว่าขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งหากมีการยื่นต่อศาลว่าขัดกับคำวินิจฉัยนั้น หลักการยื่นศาลทั่วไปจะต้องใช้มติรัฐสภาเพื่อวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา ไม่ได้หมายความว่าอยู่ดีๆ จะยื่นได้ แต่ถ้าเสียงข้างมากบอกให้ถาม ก็ต้องไปคิดกันอีกเรื่องหนึ่ง
ปชน.ขอบคุณ 'เพื่อไทย' ช่วยดันเป็นร่างหลัก
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความวันนี้ (16 ต.ค.) เสียดายร่างของพรรคเพื่อไทย ไม่ผ่าน แต่รักษาสัจจะ พร้อมขอบคุณพรรคเพื่อไทยสำหรับการช่วยดันร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก
ยังมีอีกหลายด่านในชั้น กมธ. วาระ 2 และกลับมาพิจารณาในสภาใหญ่ วาระ 2-3 การผลักดันการจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกพรรค (รวมถึง สว.) ช่วยกันทำให้ ‘ร่างรวม’ ของ กมธ.ออกมาดีที่สุด ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด เท่าที่ ‘ทำได้’ และ ’เป็นไปได้‘ กันนะครับ
'พริษฐ์' รับผิดหวัง ผ่านแค่ 2 ร่าง ยึดหลัก สสร.โยงประชาชนมากที่สุด
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน และผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน ได้เขียนข้อความวานนี้ (15 ต.ค.) บนสื่อโซเชียลมีเดีย บันทึกความรู้สึกหลังมีการลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ระบุว่า วันนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญ ที่ร่าง รธน. หมวด 15/1 เกี่ยวกับกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผ่านความเห็นชอบวาระที่ 1 ซึ่งทำให้ความพยายามในการออกแบบระบบการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชนผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการจัดประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญพร้อมกับการเลือกตั้งในต้นปี 2569 ยังคงเดินหน้าไปต่อได้
แต่ในอีกมุมหนึ่ง วันนี้เป็นเรื่องน่าผิดหวัง ที่รัฐสภามีมติรับหลักการเพียง 2 จาก 3 ร่าง (โดยปัดตกร่างที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย) เพราะผลลัพธ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่สะท้อนการลงมติที่ทำความเข้าใจได้ยากในเชิงตรรกะเนื่องจากหลักการของ 3 ฉบับ มีความใกล้เคียงกัน แต่ผลลัพธ์ดังกล่าวยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่ดีนักในการสร้างบรรยากาศของการแสวงหาความรร่วมมือและฉันทามติซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นอกจากนี้ เขาต้องขอขอบคุณจากใจจริง สส. และ สว. จากหลายภาคส่วน ที่ร่วมกันลงมติสนับสนุนให้ร่างที่เราพรรคประชาชนเสนอ ถูกใช้เป็น 'ร่างหลัก' ในการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ รวมถึง สส.พรรคเพื่อไทย ที่หันมาสนับสนุนร่างของพรรคประชาชนอย่างแข็งขัน เนื่องจากมีจุดร่วมหลายประการกับร่างของพรรคเพื่อไทย
หลังจากนี้ เขาและตัวแทนจากพรรคประชาชนทั้ง 9 คนจะเดินหน้าทำงานหนัก ต่อไป ในชั้นคณะกรรมาธิการร่วมกับ สส. จากทุกพรรค และ สว.เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เราจะกลับมานำเสนอต่อรัฐสภาในวาระที่ 2 และ 3 ก่อนสิ้นปี โดยเราจะทำเต็มที่เพื่อให้กลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 1. เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้มากที่สุด โดยไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และ 2. ป้องกันความเสี่ยงที่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะถูกผูกขาดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
