พรรคเพื่อไทยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.12 จังหวัด 22 คน ‘เก่ง ชัยณรงค์ ภู่พิศิษฐ์’ พี่ชายนายก อบจ.ปชน. ลงชิงลำพูนเขต 1
‘สุริยะ’ ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย การันตีรวมรุ่นเก๋าผสานคนรุ่นใหม่ ‘ภูผา-นพวิชญ์’ มาตามนัดลงชิงกรุงเทพฯ
วันที่ 17 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี, ประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี, สรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.พะเยาและประธาน สส. เพื่อไทย, พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, มนพร เจริญศรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, จักรพงษ์ แสงมณี อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และ ชูศักดิ์ ศิรินิล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำพรรค ได้ร่วมเปิดตัวว่าผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. พรรคเพื่อไทยจาก 12 จังหวัดรวม 22 คน รวมรอบที่แล้วที่เปิดตัวไปแล้ว 183 คน รวมทั้งสิ้นขณะนี้มีผู้เสนอตัวลงสมัคร สส.แล้ว 205 คน เพื่อเตรียมสู้ศึกชิงชัยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ โดยสุริยะ กล่าวว่า การเปิดตัวผู้เสนอตัวลงเลือกตั้งในวันนี้ คือคนการเมืองที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ ผ่านกระบวนการคัดเลือกของพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นระบบ
สุริยะ กล่าวว่าจากที่ผมเคยพูดไปว่าเราตั้งเป้าหมาย สส.ให้ได้ 200 และเคยเปิดไปแล้ว 183 คน เพื่อให้ถึงเป้าหมายเราจะทยอยเปิดตัวเพิ่มอีก และในวันนี้เราเปิดตัวเพิ่มอีก 22 คน และทุกท่านที่เปิดตัวในวันนี้ ก็ล้วนแต่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน นำนโยบายของพรรคเพื่อไทยไปนำเสนอให้พี่น้อง โอกาสนี้ผมขอฝากถึงผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้งทุกคนว่า ขอให้ผู้สมัครทุกคนทำให้เต็มที่ เป็นโอกาสของผู้เสนอตัวลงสมัคร และ เป็นโอกาสของทุกคนที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยจะได้กลับไปทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอีกครั้ง เรามาทำเต็มที่ด้วยกัน และต้องขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจและร่วมเดินทางไปกับพรรคเพื่อไทย
สุริยะ กล่าวต่อว่าเมื่อเร็วๆ นี้ มีหัวหน้าพรรคพรรคหนึ่ง กล่าวทำนองว่าช่วงนี้จะมีการย้ายพรรคพรรคกันมากเป็นปกติในช่วงการเลือกตั้ง แต่ที่ผมเห็นว่า ที่มันไม่ปกติเป็นเพราะที่ผ่านมา การย้ายพรรคนั้นเป็นการเกิดจากกระแสพรรคหมิ่นเหม่ แต่ในครั้งนี้ ได้ยินว่ามีการเสนอตัวเลขมาให้ สส.พรรคเราอย่างชัดเจน แม้จะมีบางท่านที่หวั่นไหวและย้ายพรรคไป แต่ที่เหลืออยู่ เขายังเชื่อมั่นว่ากระแสพรรคเรายังดี เพราะหลายท่านเองได้ลงพื้นที่และพบเสียงสะท้อนจากประชาชนว่าหาก สส.เพื่อไทยย้ายพรรคจะไม่เลือก ดังนั้น การเลือกตั้งที่จะต้องมาซื้อตัว สส. เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ผมจึงขอให้ทุกท่านความมั่นใจในอุดมการณ์พรรคเพื่อไทย
“พรรคเพื่อไทย ไม่เคยตายและไม่เคยสูญพันธุ์ เมื่อมีคนไหลไป ก็ยังมีเลือดใหม่เกิดขึ้นมาเสมอ เพื่อร่วมกันยกเครื่องเพื่อไทยและยกเครื่องประเทศไทยไปด้วยกัน” นายสุริยะกล่าว
จากนั้น สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผอ.การเลือกตั้ง ได้สวมเสื้อแจ็คเกตให้ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เสนอตัวได้กล่าวความรู้สึกถึงการเข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย โดยนายธนรัช จงสุทธานามณี ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้งเชียงราย กล่าวว่าตนเองขออาสาทำงานอย่างเต็มที่ ด้วยความจริงใจ พร้อมทำงานใหม่อย่างสร้างสรรค์ และพอพัฒนาบ้านเกิดเชียงรายให้เจริญก้าวหน้า ด้านนางสาวปิยธิดา บุตรกาล มุกดาหาร กล่าวว่าตนเองจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์ มีความจริงใจ ตั้งใจที่จะทำงานรับใช้ประชาชนและหัวใจสีแดงดวงนี้ จะขอรับใช้พรรคเพื่อไทยเท่านั้น
ในส่วนของผู้เสนอตัวลงสมัคร สส. กทม. นพวิชญ์ ไทยแท้ หรือ ภูผา กล่าวว่าตนเองพูดไม่เก่ง แต่สิ่งที่จะสัญญาได้คือตั้งใจทำงาน ทำงาน และทำงานเพื่อเป็นที่พึ่งพาให้กับพี่น้องประชาชนชาว กทม. กับนางสาวเสาวณีย์ คงวุฒิปัญญา ผู้เสนอตัวลงสมัคร สส.กทม. ว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมามองถึงปัญหาของพี่น้องมาตลอด และในครั้งนี้เช่นกัน นโยบายของพรรคเพื่อไทยจะตอบสนองและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเช่นเดิม จึงขอให้พี่น้องชาวกรุงเทพได้ให้โอกาสสนับสนุนเช่นเดิม
ทั้งนี้ รายชื่อผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. ในวันนี้ มีดังต่อไปนี้
- ธนรัช จงสุทธานามณี ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. เชียงราย
- ชัยณรงค์ ภู่พิศิษฐ์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. ลำพูน
- วราทิต ไชยนันทน์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. ตาก
- ปิยธิดา บุตรกาล ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. มุกดาหาร
- วีระศักดิ์ โคตรสมบัติ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. ยโสธร
- วรฉัตร พงศ์ธีระดุลย์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. ชัยภูมิ
- วิเมลือง แก้วศิริ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. ชัยภูมิ
- พัชราวรรณ ภิญโญ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. นครราชสีมา
- นารดา อึ้งสวัสดิ์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. นครราชสีมา
- มานพ จรัสดำรงนิตย์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. ศรีสะเกษ
- สมเกียรติ คำดำ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. ปราจีนบุรี
- คงกฤช หงษ์วิไล ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. ปราจีนบุรี
- สุทิน นพขำ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.ปทุมธานี
- ธนากร ปราณีนิตย์ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.นครพนม
- ชาญชัย คำจำปา ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส. นครพนม
- นพวิชญ์ ไทยแท้ (ภูผา) ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.กทม.
- แมน เจริญวัลย์ ,ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.กทม.
- ขจรศักดิ์ ประดิษฐาน ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.กทม.
- ธกร เลาหพงศ์ชนะ ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.กทม.
- กวีวงศ์ อยู่วิจิตร ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.กทม.
- เสาวนีย์ คงวุฒิปัญญา ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.กทม.
- สายัณห์ จันทร์เหมือนเผือก ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง สส.กทม.
สมพงษ์ ลาออกเพื่อไทย เหตุปัญหาการบริหารจัดการพรรค ปัดถูกดูด
โดยในวันนี้ กรุงเทพธุรกิจ และไทยรัฐรายงานด้วยว่า สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนได้ตัดสินใจจะลาออกการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อด้วย โดยให้ทีมงานนำเอกสารใบลาออกไปยื่นต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว การตัดสินใจนี้ไม่เกี่ยวกับที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน หรือกระแสตก แต่เหตุผลมาการบริหารจัดการภายในที่สะสมมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งปี 2566 เชื่อว่า สส.ส่วนใหญ่ ก็อึดอัดกับสถานการณ์ในพรรคกับการจัดลำดับความสำคัญที่มีปัญหาค่อนข้างมาก แต่ผู้บริหารพรรคมองไม่เห็น
สมพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งที่การเลือกตั้งทั้งในระดับ สส. หรือท้องถิ่น ก็ฟ้องอยู่ว่า พรรคเพื่อไทยอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่ตนมีส่วนในการบริหารจัดการมาโดยตลอดก่อนจะถูกลดบทบาท กระทั่งไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้เลย อย่างที่ จ.เชียงใหม่ ที่เลือกตั้งล่าสุดได้มาเพียง 2 เขต ทั้งที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของพรรค จุดเปลี่ยนมาจากการที่พรรคสนับสนุน นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ถึง 2 สมัย แต่เมื่อได้ทำงานกลับทำงานแบบไม่เห็นหัวใคร ไม่เคยประสาน สส. หรือผู้สมัคร สส.ของพรรคที่ไม่ใช่พวกตัวเอง มันก็เลยพังอย่างที่เห็น
และจุดแตกหักสุดท้าย กรณีที่พรรคมอบหมายให้เฟ้นหาผู้ที่มีศักยภาพ เพื่อเสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส. ที่เขต 1 จ.ลำพูน เมื่อได้คนที่มีความเหมาะสม และเริ่มให้ทำพื้นที่ก็ได้กระแสดี แต่พรรคตัดสินใจเลือกคนอื่นโดยไม่แม้แต่จะนำชื่อคนที่ตนไปชักชวนเข้าไปเป็นตัวเลือกในการพิจารณาด้วยซ้ำ เพราะผู้มากบารมีในพรรคบางคนเข้ามาล้วงลูก สั่งการจะเอาคนนั้นคนนี้ลง โดยไม่ทำโพล เมื่อกระแสพรรคเป็นแบบนี้ การวางตัวผู้สมัคร สส. ย่อมต้องละเอียดมากที่สุด จะทำกันแบบเดิมๆ ไม่ได้
“การตัดสินใจลาออกจากพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจเพียงลำพัง ไม่ได้หารือหรือแจ้งให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค ทราบแต่อย่างใด เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสายสัมพันธ์ครอบครัว และนายจุลพันธ์ ถือว่ามีความอาวุโสทางการเมือง และมีแนวทางของตัวเอง ไม่อยากให้มองว่า ตนทิ้งพรรคเพื่อไทยในวันที่พรรคตกต่ำ เพราะที่ผ่านมาทุ่มเทเต็มที่ให้กับพรรค และกับครอบครัวชินวัตร มาโดยตลอด ยอมรับว่าใจหาย และเสียใจอย่างยิ่ง เพราะได้ร่วมบุกเบิกมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย สุดท้ายนี้ผมขอกราบขอบพระคุณ อดีตนายกฯ ทักษิณ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ รวมถึงอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ตลอดจนผู้ร่วมอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทย และขอส่งกำลัง และความปรารถนาดีไปยังทุกท่านที่ร่วมเดินทางกันมา” นายสมพงษ์ กล่าว
