Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่รับวินิจฉัย 2 คำร้อง กรณี MOA พรรค "ประชาชน-ภูมิใจไทย" ว่าเข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่เนื่องจากเห็นว่า เป็นเพียงการเจรจาหรือแสดงเจตจำนงทางการเมือง ไม่มีหลักฐานอื่นที่ทำให้เห็นว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง 

3 พ.ย.2568 แฟนเพจของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่คำวินิจฉัยในประเด็นที่เกี่ยวกับการทำข้อตกลง (MOA) จัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน 2 คำร้อง โดยศาลวินิจฉัยยกคำร้องทั้งหมด 

คําร้องแรก (เรื่องพิจารณาที่ 29/2564) เป็นของ คงเดชา ชัยรัตน์ (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า พรรคประชาชน ผู้ถูกร้องที่ 1 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ถูกร้องที่ 2) และ สส.พรรคประชาชน จำนวน 143 คน (ผู้ถูกร้องที่ 3) มีพฤติการเข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 จากการทำข้อตกลงร่วมกับอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

คงเดชากล่าวอ้างว่า ณัฐพงษ์ และ สส.ของพรรคประชาชน กระทําการตกลงกันเพื่อแบ่งปันอํานาจอธิปไตย ด้วยการบิดเบือนอํานาจบริหารในบางเรื่องที่ควรจะเป็นอํานาจของนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหาร ให้มาเป็นอํานาจแฝงของพรรคการเมืองฝ่ายค้านและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองนั้น เป็นการทําลายกลไกของระบอบประชาธิปไตย ทําให้ขาดความเข้มแข็งในการถ่วงดุลอํานาจในการปกครองประเทศ 

ผู้ร้องระบุว่า การกระทำดังกล่าวส่งผลให้สัมพันธภาพระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร ขาดความเหมาะสม เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญโดยพรรคประชาชน เสนอยกคะแนนเสียง สส.ของพรรคให้กับพรรคการเมืองใดที่สามารถนํานโยบายของพรรคไปดําเนินการเมื่อพรรคการเมืองนั้นได้เป็นรัฐบาล คือ ให้มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน นับแต่วันที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ นําไปสู่การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง 

ต่อมาผู้ถูกร้องที่ 2 และอนุทินลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOA) และในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงคะแนนเสียงเห็นชอบผู้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกร้องที่ 3 ได้ดําเนินการตามบันทึกข้อตกลง (MOA) โดยลงคะแนนเสียงเห็นชอบเพื่อให้อนุทินได้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยผู้ถูกร้องทั้ง 3 จะปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายค้าน 

ก่อนหน้านี้ คงเดชายื่นคําร้องต่ออัยการสูงสุดแล้ว แต่ทางสํานักงานอัยการสูงสุดมีหนังสือแจ้งว่าการกระทําของผู้ถูกร้องทั้ง 3 ยังไม่เข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ดังนั้น จึงไม่มีเหตุที่อัยการสูงสุดจะพิจารณาดําเนินการแล้ว คงเดชาจึงส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสอง อัยการสูงสุดจึงมีคําสั่งไม่รับดําเนินการตามที่ร้องขอ 

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อบันทึกข้อตกลง (MOA) ระหว่างณัฐพงษ์ กับอนุทิน เป็นการเจรจาหรือการประกาศเจตจํานงทางการเมืองร่วมกัน ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานอื่นที่ชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 3 กระทําการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคําสั่งไม่รับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย 

นอกจากคำร้องของคงเดชาแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญยังพิจารณาวินิจฉัยคำร้องของอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล (ผู้ร้อง) ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยด้วยรัฐธรรมนูญมาตราเดียวกัน แต่คำร้องของอัครวัฒน์มีเนื้อหาแตกต่างจากของคงเดชาคือในส่วนผู้ถูกร้องที่รวมอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นผู้ถูกร้องด้วย 

นอกจากนั้นคำร้องของอครวัฒน์ ยังระบุด้วยว่าพรรคประชาชนใช้มติพรรคครอบงำ สส.ของพรรคผูกมัดให้โหวตอนุทินเป็นนายกฯ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 และมาตรา 185 ดังนั้น การกระทําของณัฐพงษ์กับพรรคประชาชนและอนุทินกับพรรคภูมิใจไทยเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง 

ผู้ร้องยื่นคําร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทํา 

ดังกล่าวแล้ว แต่อัยการสูงสุดไม่ดําเนินการภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคําร้องขอ ผู้ร้องจึงยื่นคําร้อง โดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องของอัครวัฒน์ไว้วินิจฉัยด้วยเหตุผลทำนองเดียวกับมติต่อคำร้องของคงเดชา

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง