รัฐบาลทรัมป์เพิ่มรายชื่อสินค้าเหมืองแร่ที่รัฐบาลกลางให้ความสำคัญสูงสุดอีก 10 ชนิด รวมเป็น 60 ชนิด เช่น ทองแดง ยูเรเนียม และถ่านหิน เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติและฟื้นอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในประเทศ แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเห็นผล
8 พฤศจิกายน 2025 เว็บไซต์ Inside Climate News รายงานว่า รัฐบาลทรัมป์ประกาศเพิ่มแร่ธาตุใหม่อีก 10 ชนิดเข้าไปในรายชื่อสินค้าเหมืองแร่ที่รัฐบาลกลางให้ความสำคัญสูงสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (7 พ.ย.) ได้แก่ ทองแดง ยูเรเนียม และถ่านหินชนิดที่ใช้ในโรงถลุงเหล็ก
ตอนนี้รายชื่อแร่ธาตุสำคัญมีทั้งหมด 60 ชนิด เพิ่มขึ้นจาก 35 ชนิดในปี 2018 ตอนที่เพิ่งเริ่มทำรายการนี้ขึ้นมา แร่ธาตุเหล่านี้ถูกจัดว่าจำเป็นต่ออุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง แต่ตอนนี้ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นหลัก ถ้าชื่อไหนติดรายการนี้ ก็จะได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาล บริษัทที่ผลิตแร่เหล่านี้จะได้สิทธิพิเศษต่างๆ และได้รับการอนุมัติด้านสิ่งแวดล้อมเร็วขึ้น
ดั๊ก เบอร์กัม (Doug Burgum) รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ออกแถลงการณ์วันศุกร์ว่า รายชื่อฉบับใหม่นี้เป็น "แผนที่นำทางที่จะช่วยลดการพึ่งพาประเทศคู่แข่ง เพิ่มการผลิตในประเทศ และปลดปล่อยนวัตกรรมของอเมริกา"
เบอร์กัมบอกว่า "เรากำลังทำให้แน่ใจว่าแร่ธาตุที่ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน กลาโหม และเทคโนโลยีของเรานั้น จะถูกขุดและแปรรูปในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังกลับมาเป็นมหาอำนาจด้านแร่ธาตุอีกครั้ง"
ปัจจุบัน สหรัฐฯ แทบไม่ได้ผลิตโลหะและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่เลย ไม่ว่าจะเป็นไมโครชิป แผงวงจร แผงโซลาร์เซลล์ หรือรถยนต์ไฟฟ้า รัฐบาลเลยอยากเปลี่ยนสถานการณ์นี้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ปีนี้ ทรัมป์สั่งลดขั้นตอนการขออนุญาต กำหนดให้โครงการเหมืองแร่บางแห่งได้รับการพิจารณาแบบเร่งด่วน เปิดที่ดินของรัฐหลายล้านเอเคอร์ให้ขุดถ่านหินได้ และยกเลิกข้อห้ามไม่ให้ทำเหมืองในป่าสงวนแห่งชาติบริเวณที่ยังไม่ได้พัฒนา สิ่งเหล่านี้ทำให้กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมออกมาคัดค้าน
จอร์แดน บรินน์ (Jordan Brinn) นักรณรงค์นโยบายพลังงานสะอาดจาก Natural Resources Defense Council ซึ่งทำงานวิจัยเรื่องการทำเหมืองแร่ในสหรัฐฯ บอกว่า "รัฐบาลทรัมป์กำลังทำลายนโยบายที่ทำให้สหรัฐฯ มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม การรับฟังชุมชน และแรงงานที่เข้มงวดกว่าประเทศอื่น เราสามารถมีเหมืองแร่ในประเทศนี้ได้ แต่ต้องทำอย่างถูกวิธี"
บรินน์บอกว่า เทคโนโลยีใหม่หลายอย่างสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากเหมืองแร่ได้ แต่ต้องมีหน่วยงานกำกับดูแลที่บังคับใช้เทคโนโลยีเหล่านี้จริงๆ
ฝั่งอุตสาหกรรมที่ชื่นชมการตัดสินใจของทรัมป์บอกว่า ขั้นตอนการขออนุญาตที่ยุ่งยาก มาตรฐานควบคุมมลพิษที่เข้มงวด ระบบราชการที่ล้มเหลว และระยะเวลารับฟังความเห็นสาธารณะที่ยาวนาน ทำให้เปิดเหมืองในสหรัฐฯ ยากมาก โครงการเลยไปทำต่างประเทศแทน และนี่ทำให้ประเทศต้องพึ่งพาผู้ผลิตต่างชาติ
Uranium Energy Corp. บริษัทในเท็กซัส ออกแถลงการณ์วันศุกร์ว่า การจัดยูเรเนียมเป็นแร่ธาตุสำคัญ "ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมขุดยูเรเนียมของสหรัฐฯ และสร้างห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของอเมริกาขึ้นมาใหม่"
หลายรัฐบาลพยายามฟื้นอุตสาหกรรมขุดยูเรเนียมในประเทศมานาน เพราะยูเรเนียมที่นำไปเสริมสมรรถนะใช้ทำเชื้อเพลิงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ รัฐบาลทรัมป์ได้กำหนดให้โครงการยูเรเนียมหลายแห่งได้รับการอนุมัติแบบเร่งด่วนในปีนี้
เหมืองยูเรเนียมเริ่มกลับมาเปิดดำเนินการทั่วประเทศแล้ว รวมถึงเหมืองแร่อื่นๆ อีกไม่กี่แห่ง แต่การเติบโตของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในสหรัฐฯ โดยรวมจะต้องใช้เวลาอีกหลายปี หรือแม้แต่ทศวรรษ มาเรค ล็อคเมลิส (Marek Locmelis) ผู้ช่วยศาสตราจารย์จาก Bureau of Economic Geology มหาวิทยาลัยเท็กซัส ที่จัดงานประชุมประจำปีเรื่องแร่ธาตุสำคัญบอกแบบนี้ เขาบอกอีกว่า ยังไม่แน่ชัดว่านโยบายของรัฐบาลที่มุ่งตัดขั้นตอนและเร่งการพัฒนาจะได้ผลแค่ไหน
ล็อคเมลิสบอกว่า แม้คำสั่งของประธานาธิบดีและรายชื่อแร่ธาตุจะให้แนวทางนโยบาย แต่ต้องมีกฎหมายมารองรับจริงๆ ถึงจะมีกระบวนการขออนุญาตทำเหมืองที่ทันสมัย หรือมีกรอบการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลอย่างครบถ้วน
เขาบอกว่า การเพิ่มชื่อเข้าไปในรายการส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ ตั้งใจฟื้นอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในประเทศ แต่สัญญาณความสำเร็จจริงๆ จะเกิดขึ้นเมื่อรายการนี้เลิกขยายตัว เพราะเมื่อไหร่ที่สามารถผลิตแร่ธาตุชนิดไหนได้เอง ชนิดนั้นก็จะออกจากรายการไป
เขาบอกว่า "ครึ่งหนึ่งของตารางธาตุถูกรวมอยู่ในรายชื่อแร่ธาตุสำคัญไปแล้ว แล้วเราเริ่มลดจำนวนธาตุในรายการได้หรือยัง นั่นแหละคือเป้าหมายที่แท้จริง"
แร่ธาตุสำคัญที่เพิ่งประกาศในวันศุกร์มีด้วยกัน ได้แก่ โบรอน ที่ใช้ทำไฟเบอร์กลาส ฟอสเฟตและโพแทช ที่ใช้ทำปุ๋ยเคมี ตะกั่ว ที่ใช้ในแบตเตอรี่และงานถลุงโลหะ รีเนียม ที่ใช้ทำใบกังหันเครื่องยนต์เจ็ท ซิลิคอน ที่เป็นสารกึ่งตัวนำในไมโครชิป และเงิน ที่ใช้ทำเซลล์โฟโตโวลเทอิกในแผงโซลาร์เซลล์
