มาเลเซียและไทยกลับมาดำเนินการค้นหาผู้สูญหายในทะเลอีกในวันนี้ (11 พ.ย.) หลังจากเรือที่บรรทุกชาวโรฮิงญาล่มลงในทะเลชายแดนของทั้งสองประเทศเมื่อหลายวันก่อน จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย
ที่มาภาพ: Agensi Penguatkuasaan Maritim Malaysia (Malaysia Coast Guard)
11 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าวไทย รายงานว่า มาเลเซียและไทยกลับมาดำเนินการค้นหาผู้สูญหายในทะเลอีกครั้งในวันนี้ (11 พ.ย.) หลังจากเรือที่บรรทุกชาวโรฮิงญาที่หนีการถูกกวาดล้างในเมียนมา ล่มลงในทะเลชายแดนของทั้งสองประเทศเมื่อหลายวันก่อน จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย
สำนักงานทางทะเลของมาเลเซียแจ้งเมื่อวันจันทร์ (10 พ.ย.) ว่ามีผู้รอดชีวิต 13 คนได้รับการช่วยเหลือในน่านน้ำมาเลเซียตั้งแต่วันเสาร์ (8 พ.ย.) ขณะที่พบผู้เสียชีวิตแล้ว 12 ราย ซึ่งรวมถึงเด็ก 2 คน
รอมลี มุสตาฟา ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคของสำนักงานทางทะเลมาเลเซียระบุว่า เจ้าหน้าที่ของไทยพบผู้เสียชีวิต 9 ราย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยในจังหวัดสตูลจะแจ้งว่าพบเพียง 6 รายก็ตาม
รอมลีกล่าวว่า ทางการมาเลเซียจะดำเนินการค้นหาต่อไปจนถึงวันเสาร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไทยกล่าวว่า ทีมค้นหาจะขยายพื้นที่ปฏิบัติการรอบเกาะตะรุเตา ซึ่งเป็นบริเวณที่พบศพส่วนใหญ่
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาชาวมุสลิมโรฮิงญาจำนวนมากต้องเสี่ยงเดินทางด้วยเรือไม้ที่ผุพังเพื่อพยายามไปให้ถึงประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศมุสลิม รวมถึงประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อหนีการกวาดล้างในเมียนมา หรือหนีความแออัดยัดเยียดในค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ
เมียนมาซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ทางตะวันตกของประเทศ แต่ยืนยันว่าชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ไม่ใช่พลเมืองของเมียนมา แต่เป็นผู้อพยพผิดกฎหมายจากเอเชียใต้
มาเลเซียระบุว่า ชาวโรฮิงญาหลายร้อยคนได้ลงเรือที่มุ่งหน้าไปยังมาเลเซียเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว และถูกย้ายไปยังเรือสองลำเมื่อวันพฤหัสบดี (6 พ.ย.) เรือลำหนึ่งบรรทุกผู้คน 70 คนได้ล่มลงหลังจากนั้นไม่นาน ขณะที่ชะตากรรมของผู้คนประมาณ 230 คนบนเรืออีกลำยังคงไม่ชัดเจน
