หลังจากเมื่อ 3 ธ.ค. 2568 มีภาพว่อนออนไลน์ ปรากฏภาพบุคคลทางการเมืองระดับสูงหลายคนร่วมเฟรม ‘เบน สมิธ’ นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ และเครือข่ายของเขาเพิ่งถูก ปปง.อายัดทรัพย์ กว่า 1 หมื่นล้าน
'เอกนิติ' แจงไม่ได้รู้จัก แต่เคยพบในงานเลี้ยงหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของ สตช. ด้าน 'อนุทิน' รับรู้จัก แต่เป็นเพื่อนของเพื่อน เคยเจอกัน 5-6 ครั้ง รู้หมดใครปล่อยภาพ ท้ายสุด 'อภิรัชต์' อดีต ผบ.ทบ. เผยเป็นภาพเก่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วที่สิงคโปร์ ขณะเรียน วปอ. ยันรู้จักกันผิวเผิน
จากรณีที่เมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.) เวลาประมาณ 18.44 น. ชนะ ผาสุกสกุล ผู้สื่อข่าวในเครือผู้จัดการ ได้เผยแพร่ภาพถ่ายจำนวน 4 ภาพ ปรากฏบุคคลระดับสูงในแวดวงการเมืองไทย ได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก อุปกิต ปาจรียางกูร อดีตสมาชิกวุฒิสภา สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ และ พลตำรวจเอก วิสนุ ปราสาททองโอสถ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ ถ่ายภาพร่วมเฟรมกับ เบน สมิธ หรือเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ และเป็นผู้ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติยึดและอายัดทรัพย์สินราว 10,165 ล้านบาท ภาพดังกล่าวทำให้สาธารณชนตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ของบุคคลการเมืองระดับสูงในปัจจุบัน และเบน สมิธ รวมถึงการจริงจังในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ‘สแกมเมอร์’
ล่าสุดวันนี้ (4 ธ.ค.) บุคคลทางการเมืองที่ร่วมเฟรมเบน สมิธ เช่น เอกนิติ อนุทิน และอภิรัชต์ ได้ออกมาชี้แจงถึงภาพที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ โดยทั้งหมดยืนยันว่าเป็นภาพเก่า ไม่ได้รู้จักเบน สมิธ อย่างสนิทสนม และไม่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ของเบน สมิธ
ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อไร
เว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา ตรวจสอบภาพที่ ชนะ ผาสกสกุล มาเผยแพร่ พบว่าภาพแรกที่เป็นภาพนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน ประกอบด้วย พล.อ.อภิรัตน์ คงสมพงษ์, อนุทิน ชาญวีรกูล, อุปกิต ปาจรียางกู และ พลตำรวจเอก วิสนุ ปราสาททองโอสถ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมอยู่เฟรมภาพ พบว่าเป็นภาพถ่ายที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2557 เพื่อพบนักการเมืองที่มีอิทธิพลคนหนึ่ง
ขณะที่อีก 2 ภาพที่เหลือ ปรากฏภาพของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และ รมว.คลัง ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และ เบน สมิธ ร่วมอยู่ด้วยเป็นงานเลี้ยงในหลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หรือชื่อเล่นของหลักสูตรนี้คือ “หลักสูตรรวมมิตร”
'โรม' ตั้งคำถาม ความสัมพันธ์รัฐบาล-เบน สมิธ 4 ข้อ
หลังจากมีการเผยแพร่ภาพร่วมเฟรม บุคคลทางการเมืองระดับสูง และเบน สมิธ ด้าน รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ที่ติดตามปัญหาธุรกิจทุนสีเทามานาน ได้ออกมาโพสต์บนสื่อโซเชียลมีเดีย ตั้งคำถามจำนวน 4 ข้อถึงรัฐบาล ดังนี้
- นี่หรือเปล่าที่ทำให้ เบน สมิธ ไม่มีใครกล้าแตะต้อง จนถึงวันนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ สรุปคือเป็นการช่วยเหลือกันหรือไม่ คงไม่ต้องพูดถึงหมายแดงจากตำรวจสากล (Interpol) เพื่อตามล่าตัวจากต่างประเทศ คงไม่มีวันเกิดขึ้นหรือเปล่า
- การที่รัฐบาลออกมาอายัดทรัพย์ของเบน สมิธ เป็นแค่การลดกระแสสังคมใช่หรือไม่ เดี๋ยวก็ปล่อยทรัพย์คืนให้ขบวนการสแกมเมอร์ สรุปรัฐบาลไม่เอาจริง เช่นนี้แล้ว เหยื่อสแกมเมอร์เมื่อไรจะได้รับเงินคืน
- เพราะมีบางคนมีภาพพวกนี้อยู่ รอ.ธรรมนัส จึงยังคงทำหน้าที่เป็นรองนายกต่อไปได้ เพราะคงกุมความลับไว้มาก ท่านอนุทินจึงไม่กล้าปลดคุณธรรมนัส แม้ว่าจะมีความเชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ ก็ตาม
- ไม่น่าเชื่อว่าแก๊งสแกมเมอร์จะยิ่งใหญ่บนผืนแผ่นดินไทยได้ขนาดนี้ มีเครือข่ายกว้างขวางอย่างไม่น่าเชื่อ เจ้าหน้ารัฐจะกล้าปราบทุนเทายึดประเทศหรือไม่
'เอกนิติ' แจงเป็นภาพเก่า ไม่ได้รู้จักเบน สมิธ แค่ไปร่วมงานเลี้ยง
เอกนิติ ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีภาพร่วมกับเบน สมิธ ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” วันนี้ (4 ธ.ค.) เผยว่า ภาพที่ถ่ายกับเบน สมิธ มาจากงานเลี้ยง กิจกรรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ซึ่งเขาเป็นทั้งที่ปรึกษาและเป็นอาจารย์สอนในหลักสูตรด้วย
เอกนิติ ระบุว่า ตัวของเบน สมิธ ไม่ได้เรียนในหลักสูตรฯ แต่เขาแค่เข้ามาร่วมกิจกรรมในฐานะคนนอก ซึ่งไม่ทราบว่าใครเป็นผู้พาเบน สมิธ เข้ามาในงานเลี้ยง
"เวลาไปงานเลี้ยง หรืองานกล่าว speech (ปาฐกถา) งานต่างๆ ก็มักจะมีคนมาขอถ่ายรูปแบบนี้ ตามธรรมชาติเราก็ถ่ายรูปด้วย ไม่ได้มองว่าเป็นอะไร เพราะในงานเลี้ยงทุกคนก็มาขอถ่ายภาพเป็นปกติ" เอกนิติ กล่าวชี้แจง
ภาพ (ขวา) เบน สมิธ และ (ซ้าย) เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (ที่มา: เฟซบุ๊ก ชนะ ผาสุกสกุล)
ภาพ (กลาง) เบน สมิธ และ (ซ้าย) เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (ที่มา: เฟซบุ๊ก ชนะ ผาสุกสกุล)
'อนุทิน' เผยเป็นภาพเก่าปี'57 รับรู้จักเบน สมิธ เป็นเพื่อนของเพื่อน รู้ดีใครปล่อยภาพ
อนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ก่อนเข้าประชุมทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (4 ธ.ค.) หลังกรณีที่มีภาพร่วมเฟรมกับ เบน สมิธ เผยแพร่บนโลกออนไลน์ โดยเจ้าตัวยอมรับรู้จักกับเบน สมิธ แต่เป็นเพื่อนของเพื่อน เผยเหตุไม่ให้สัญชาติ ทำถูกขอมหาดไทยคืน บอกรู้หมดใครเป็นคนปล่อยภาพ
อนุทิน กล่าวให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนถึงกรณีที่ปรากฏภาพร่วมกับเบน สมิธ หนึ่งในเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติว่า ทุกคนเห็นอยู่ว่าเป็นภาพถ่ายตั้งแต่เมื่อใด ที่สำคัญเมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.) เขาได้แถลงข่าวว่า ไม่ว่าเป็นใครก็ดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง พร้อมยอมรับว่ารู้จักกับเบน สมิธ แต่ไม่สนิท และภาพดังกล่าวเป็นการเจอเบน สมิธ ครั้งแรก
ต่อกรณีที่สื่อถามว่าการปล่อยภาพในช่วงนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แล้วแต่จะคิด โดยปกติไม่ได้มีธุรกิจธุรกรรมเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว พร้อมย้อนถามสื่อมวลชนว่าตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่า ทำไมเขาถึงไม่ได้สัญชาติไทย และยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลและหนึ่งในข้อหาที่เขาถูกขอให้ออกจากตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ซึ่งขณะนั้นเขาไม่ได้ถูกปลดจากรัฐบาล แต่โดนขอให้ไปเป็น รมว.สาธารณสุข แต่เขาไม่เอา
"เขา (รัฐบาลสมัย แพทองธาร ชินวัตร) ไม่ได้ปลดผมออกจากรัฐบาล แต่ผมขอออกเอง ขอพูดให้แฟร์ๆ ให้เสนอข่าวให้ชัดเจนว่าภูมิใจไทยไม่ได้โดนปลดออกจากรัฐบาล ภูมิใจไทยได้รับการขอให้ออกจากมหาดไทย และไปอยู่สาธารณสุข และภูมิใจไทยก็ปฏิเสธ" อนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่านายกฯ ทราบหรือไม่ว่าใครเป็นคนปล่อย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "รู้หมดแหละ นักข่าวก็รู้"
ส่วนจะมีการออกหมายจับเบน สมิธ หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้ไปถามตำรวจ แต่ในทางสืบสวนสอบสวน เขาก็บอกแล้วว่าให้ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม และขณะที่เบน สมิธ เข้ามา ก็ไม่ได้บอกว่าจะทำธุรกิจใด ซึ่งเบน สมิธ อยู่ในวงเพื่อนของเพื่อนที่รู้จักกัน เขาก็รู้จักและหลังจากนั้นพบกัน ก็ทักทาย พร้อมถามว่าการพบกันกี่ครั้งหมายความว่าอย่างไร ก็พบกันตามงาน เพราะเขาก็มีแวดวง ซึ่งเขาเคยพบ 5-6 ครั้ง
เมื่อถามย้ำว่าเบน สมิธ รู้จักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราดีใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีหัวเราะ พร้อมกล่าวว่าก็เห็นภาพอยู่ จะมาเอาอะไรกับรูปถ่ายเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว
ต่อประเด็นที่ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อมีภาพปรากฏออกมา ฝ่ายค้านระบุว่านายกรัฐมนตรีไม่กล้าแตะเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี หันกลับมาหาผู้สื่อข่าวพร้อมกล่าวว่า "ผมนี่เหรอไม่กล้าแตะ ‘You know me little go’ คุณรู้จักผมน้อยไป" ก่อนที่จะเดินเข้าห้องประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลทันที
ด้านสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ชี้แจงสอดคล้องกันว่าเป็นภาพดังกล่าวมาจากงานที่สิงคโปร์เมื่อปี 2557 เช่นเดียวกัน และไม่มีความสนิทสนมหรือความเกี่ยวข้องใดกับเบน สมิธ
'อภิรัชต์' เผยเป็นภาพเก่าปี’57 ตอนเรียน วปอ. รู้จักผิวเผิน
พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ในรายการ “กรรมกรข่าว นอกจอ” กรณีที่มีภาพถ่ายเบน สมิธ หนึ่งในบุคคลที่ ปปง. ยึดและอายัดทรัพย์สิน ระบุว่า ภาพที่ถ่ายกับเบน สมิธ เป็นภาพเก่าตั้งแต่ปี 2557 ขณะเรียนหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) และเดินทางไปดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักว่า เบน สมิธ เป็นนักธุรกิจ และอีกภาพขณะร่วมกันรับประทานอาหาร
พลเอกอภิรัชต์ ชี้แจงต่อว่า จำได้ว่าอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกในขณะนั้นว่าอเมริกันแชร์ คือทุกคนจ่ายค่าอาหาร ไม่มีใครเลี้ยง ส่วนอีกภาพเป็นงานแต่งลูกสาวของตนเอง และคนมาร่วมงานจำนวนมาก พล.อ.อภิรัชต์ ยืนยันในตอนท้ายว่า ส่วนตัวไม่สนิทสนมคบหา แต่เป็นการรู้จักแบบผิวเผินกับเบน สมิธ
พล.อ.อภิรัชต์ ชี้แจงต่อไป จำได้ว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกในขณะนั้นว่าอเมริกันแชร์ คือทุกคนจ่ายค่าอาหาร ไม่มีใครเลี้ยง ส่วนอีกภาพเป็นงานแต่งลูกสาวของเขาเอง และมีคนมาร่วมงานจำนวนมาก เขายืนยันในตอนท้ายว่า ส่วนตัวไม่สนิทสนมคบหา แต่เป็นการรู้จักแบบผิวเผินกับเบน สมิธ เท่านั้น
ภาพเมื่อปี 2557 ที่สิงคโปร์ บุคคลทางหารเมืองระดับสูง และเบน สมิธ (ที่มา: ชนะ ผาสุกสกุล)
