Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากภัยช้างป่า วอน “กมธ.งบ-สำนักงบ” อย่าตัดงบประมาณ “กรมอุทยานฯ” เยียวยาประชาชนได้รับผลกระทบจากช้างป่า - เผย ระเบียบใหม่ที่บังคับใช้ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 68 เพิ่งมีผู้เสียหายล็อตแรกเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาเยียวยา

NBT Connext รายงานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ว่า ดร.สุวิชาณ สุวรรณาคะ เลขาธิการเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากภัยช้างป่า ภาคประชาชน อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า สภาผู้แทนราษฎร และอดีตอนุกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบหลักเกณฑ์และมาตรการเยียวยาความเสียหายจากภัยช้างป่าให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว NBT Connext ว่า ตามที่ระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า พ.ศ. 2568 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2568 ซึ่งมีใจความกำหนดอัตราเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า กรณีเสียชีวิต รายละ 500,000 บาท, กรณีทุพพลภาพ/อัมพาต เยียวยารายละ 500,000 บาท, กรณีสูญเสียอวัยวะ (แขน ขา หรือสายตา) สูญเสีย 1 ข้าง 250,000 บาท / สูญเสีย 2 ข้าง (หรือรวม 2 แห่ง) 500,000 บาท และกรณีบาดเจ็บทั่วไป จ่ายตามจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท

ส่วนกรณีพืชผลทางการเกษตรเสียหาย มีการปรับเกณฑ์การคำนวณใหม่เพื่อให้เป็นธรรมกับเกษตรกรมากขึ้น โดยใช้หลักเกณฑ์ (มูลค่าต้นทุนเฉลี่ย 3 ปี + อัตราผลตอบแทน 25%) x จำนวนพื้นที่เสียหายจริง พืชไร่/พืชสวน เยียวยาตามความเสียหายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย ขณะที่ กรณีทรัพย์สินและอาคารบ้านเรือนเสียหายเยียวยาตามความเสียหายจริง (ประเมินตามราคาวัสดุและค่าแรง) แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย

ดร.สุวิชาณ ระบุว่า แม้ระเบียบดังกล่าวจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาและบังคับใช้มาประมาณ 5-6 เดือนแล้ว แต่กลับยังไม่มีผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่าคนใดได้รับการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบใหม่ฉบับดังกล่าวแม้แต่รายเดียว เนื่องจากสำนักงบประมาณมองว่า หากนำงบกลางไปวางไว้ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อรอการจ่ายเงินให้ผู้ได้รับผลกระทบ จะขัดกับเหตุผลเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน ทำให้ขั้นตอนการขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา ต้องดำเนินการดังนี้

โฆษณา - Advertising

“ผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ต้องยื่นเรื่องด้วยตนเอง หรือผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือหน่วยงานของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อประเมินความเสียหาย เพื่อส่งหลักฐานทั้งหมดไปที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ และจะรวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ส่งไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อพิจารณาโอนเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นรอบ ๆ ไป ซึ่งไม่แน่ใจว่ากรมอุทยานแห่งชาติฯ จะรอรวบรวมเอกสารหลักฐานส่งไปแต่ละรอบ ภายในกี่วัน หรือรวมผู้เสียหายให้ได้กี่ราย หรือวงเงินงบประมาณเท่าไร จึงจะส่งเอกสารหลักฐานไปที่สำนักงบประมาณครั้งหนึ่ง แต่ขณะนี้มีข้อมูลว่าล็อตแรกที่ถูกส่งเรื่องไปที่สำนักงบประมาณแล้ว เงินช่วยเหลือเยียวยาประมาณ 9,000,000 บาท โดยไม่ทราบว่าจากผู้เสียหายกี่ราย” ดร.สุวิชาณ กล่าว

นอกจากนั้น ดร.สุวิชาณ ยังเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี และสำนักงบประมาณ ว่า “ขออย่าตัดงบประมาณของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งส่วนหนึ่งจะถูกนำมาใช้แก้ปัญหาช้างป่า โดยเฉพาะการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว NBT Connext ได้สอบถามไปยัง ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้รับการเปิดเผยว่า ได้มีการส่งหลักฐานต่าง ๆ ของผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่าล็อตแรก ภายหลังระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ ไปที่สำนักงบประมาณ จริง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา หลังจากนั้น สำนักงบประมาณจะมีการโอนเงินช่วยเหลือเยียวยามายังกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อโอนต่อไปยังผู้ได้รับผลกระทบหรือญาติ (กรณีเสียชีวิต)

สำหรับยอดรวมเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ไม่ใช่ 9,000,000 บาท แต่อยู่ที่ประมาณ 7,600,000 บาท จากผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด 74 ราย แบ่งเป็น เสียชีวิต 6 ราย, ทรัพย์สินเสียหาย 6 ราย และพืชผลทางการเกษตรเสียหาย 62 ราย โดยผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีนี้ สำนักงบประมาณ อาจยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาถึงการใช้งบกลางเพื่อการช่วยเหลือเยียวยา ว่าจะเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลอยู่ระหว่างรักษาการ ซึ่งหาก กกต. ตีตก เรื่องจะกลับไปที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ อีกครั้ง

โฆษณา - Advertising
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising