Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ในญี่ปุ่น พระสงฆ์ไม่ได้ถูกกำหนดให้ต้องถือพรหมจรรย์ ความรักและเรื่องเพศไม่ได้ผิดกฎสงฆ์ พระสงฆ์ในญี่ปุ่นจึงออกเดต แต่งงาน มีลูกได้ และดูเหมือนว่าตอนนี้มีพระสงฆ์ที่ใช้แอปหาคู่ออนไลน์ด้วยเช่นกัน สื่อญี่ปุ่นเล่าประสบการณ์เดตของนักข่าวสาวคนหนึ่งกับพระสงฆ์ซึ่งเจอกันในแอปหาคู่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปด้วยดี แม้บทสนทนาจะแปลกไปสักหน่อย “ผมจะมาที่ร้านอาหารต่อจากที่ทำงาน เลยขอโทษไว้ล่วงหน้าถ้าตัวจะมีกลิ่นธูปนะครับ” แต่สุดท้ายก็มิอาจลงเอย นอกจากประสบการณ์ดังกล่าว นักข่าวสาวยังได้แสดงทัศนะต่อแอปหาคู่ไว้อย่างน่าสนใจ

 

24 ธ.ค. 2568 สื่อญี่ปุ่นบอกเล่าประสบการณ์ของนักข่าวสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ลองใช้แอปหาคู่ออนไลน์ และบังเอิญได้จับคู่กับชายนิสัยดีคนหนึ่งที่เธอมารู้ภายหลังว่าเป็นพระ แม้พระในญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ชู้สาวได้ แต่หลังดูใจกันได้ไม่นาน นักข่าวหญิงตระหนักว่าภาระหน้าที่อันเคร่งครัดที่มาพร้อมกับฝ่ายชายไม่เหมาะกับเธอ เธอได้รู้ด้วยว่าเธอไม่เหมาะกับแอปหาคู่ที่รบเร้าให้เธอคิดถึงความสัมพันธ์ระดับจริงจังในอนาคตตลอดเวลา สวนทางกับการรู้จักกันในที่ทำงานก่อนแล้วสานต่ออย่างค่อยเป็นค่อยไป

“ผมจะมาที่ร้านอาหารต่อจากที่ทำงาน เลยขอโทษไว้ล่วงหน้าถ้าตัวจะมีกลิ่นธูปนะครับ”

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน อาซามิ โอชิมะ นักข่าวสาวโสดประจำภาคภาษาญี่ปุ่นของสำนักข่าว soranews24 ได้ตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกของการเดตออนไลน์ดูบ้าง ก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์โรแมนติกของอาซามิส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงานจากที่ทำงานเก่าๆ แต่เมื่อไม่มีประกายความรู้สึกแบบนั้นเกิดขึ้นระหว่างเธอกับเพื่อนนักเขียนของ SoraNews24 และชีวิตประจำวันนอกที่ทำงานก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ได้พบว่าที่คนรักใหม่ๆ สักเท่าไร เธอจึงคิดว่าถึงเวลาต้องลองใช้แนวทางใหม่

อาซามิไม่ได้บอกว่าใช้แอปไหน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่แอปน่าสงสัย และเป็นแอพทั่วไปที่ไม่ได้เจาะจงผู้ใช้เฉพาะกลุ่ม แม้เธอจะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่พบกับโปรไฟล์ของ “บีซัง” (นามสมมติ) บีซังไม่บอกในแอพว่าประกอบอาชีพอะไร เสื้อผ้าในบางรูปดูออกแนวร็อกสตาร์นิดๆ และโกนหัว อาซามิไม่รู้สึกระแวงเป็นพิเศษ เมื่อได้เริ่มคุยกัน เธอพบว่าเขาไม่ได้ให้ภาพลักษณ์แบบแบดบอยเลย แต่กลับดูเป็นคนมีความคิด สุภาพ และใส่ใจ ทั้งคู่จึงเริ่มคุยกันบ่อยขึ้น

บีซัง: “วันนี้คุณมีแผนอะไรหรือเปล่า?”
อาซามิ: “จะออกไปดื่มกับเพื่อนๆ แล้วคุณล่ะ?”
บีซัง: “ผมมีพิธีรำลึกผู้เสียชีวิตตามกำหนดการ”

อาซามิสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความ ในตอนแรกเธอตั้งใจจะแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียญาติมิตรของบีซัง แต่เมื่ออ่านทวนอีกครั้ง เธอจึงสังเกตเห็นความต่างของการใช้คำ บีซังไม่ได้บอกว่า “จะไป” งานรำลึก แต่บอกว่า “มีงานรำลึกตามกำหนด” ฟังดูเหมือนบีซังไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้เสียชีวิต แต่ไปในฐานะหน้าที่การงาน

อาซามิสงสัยว่าบีซังอาจจะทำงานอยู่ที่สถานประกอบพิธีศพ แต่ต่อมาอาซามิจึงถึงบางอ้อว่าบีซังไม่ใช่สัปเปร่อ แต่คือพระสงฆ์นั่นเอง

ลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งของพุทธศาสนาในญี่ปุ่นคือ พระสงฆ์ไม่ได้ถูกกำหนดให้ต้องถือพรหมจรรย์ แม้ควรประพฤติตนอย่างมีศีลธรรม แต่ความรักและเรื่องเพศไม่ได้ถูกมองว่าเป็นสิ่งผิดศีลธรรมโดยเนื้อแท้ พระสงฆ์ในญี่ปุ่นจึงออกเดต แต่งงาน มีลูกได้ และดูเหมือนว่าตอนนี้ก็มีพระสงฆ์ที่ใช้แอปหาคู่ออนไลน์ด้วยเช่นกัน ไม่ต่างจากคนประกอบอาชีพอื่นๆ

บีซังไม่ได้ใช้แอปเพื่อเผยแผ่ศาสนา ไม่ได้ปิดท้ายการสนทนาด้วยการบอกให้อาซามิสวดมนต์หรือหลีกเลี่ยงความคิดอกุศล บีซังนิสัยดีและน่ารัก เพียงแต่เวลาคุยกันในเรื่องชีวิตประจำวัน เขาอาจจะพูดอะไรแปลกๆ ไปบ้าง เช่น “พวกเราสวดพระสูตรขณะเดินไปทำงานเมื่อเช้านี้” หรือบางครั้งใช้คำพูดเจียระไนเกินเบอร์ เช่น “ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่มีความหมายในวันนี้”

หลังจากส่งข้อความคุยกันได้ไม่กี่วัน บีซังก็ชวนอาซามิออกเดต อาซามิตอบตกลง แม้เขาจะต้องยกเลิกนัดเพราะถูกเรียกตัวไปประกอบพิธีศพอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นปัญหาที่คาดไม่ถึงในการคบกับพระสงฆ์ แต่ทั้งคู่ก็นัดวันใหม่และได้เจอกันอีกในไม่ช้า กิจกรรมที่ทำด้วยกันก็ไม่ใช่การเดินขึ้นยอดเขาศักดิ์สิทธิ์หรือการชวนกันไปนั่งสมาธิแต่อย่างใด แต่เป็นการออกไปกินยากินิกุ

“ผมจะมาที่ร้านอาหารต่อจากที่ทำงาน เลยขอโทษไว้ล่วงหน้าถ้าตัวจะมีกลิ่นธูปนะครับ” บีซังส่งข้อความมาขณะกำลังเดินทางไปร้านอาหาร ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในชีวิตของอาซามิที่มีใครสักคนแสดงความสุภาพในลักษณะนี้กับเธอ

บีซังเป็นคนที่เปิดเผยและจริงใจมากในข้อความที่คุยกัน และเมื่อได้พบกันตัวจริง เขาก็ยังคงเป็นคนที่น่าสนใจและจริงใจไม่ต่างจากที่สื่อสารผ่านตัวอักษร บีซังไม่ได้พูดถึงนิกายหรือความเชื่อเฉพาะของตนเองโดยตรง แต่ระหว่างการพูดคุยถึงชีวิตประจำวันและประวัติส่วนตัวอย่างเป็นธรรมชาติ เขามักจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับวัดหรือการฝึกฝนที่ผ่านมาเพื่อบวชเป็นพระ ซึ่งฟังแล้วชวนติดตามอย่างยิ่ง บีซังยังดูดวงปีนักษัตรจีนให้อาซามิด้วย

หลังจากนั้น อาซามิและบีซังก็นัดเจอกันอีกหลายครั้ง น่าประหลาดใจว่าบีซังค่อนข้างเลือกกินพอสมควร ทำให้ร้านยากินิกุและร้านอาหารไทยกลายเป็นตัวเลือกประจำของทั้งคู่ แม้ทั้งสองจะใช้เวลาด้วยกันอย่างเพลิดเพลิน ในท้ายที่สุดพวกเขาก็ไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์เป็นคู่รัก และแยกทางกันด้วยดี

ในมุมมองของอาซามิ บีซังเป็นคนมีเสน่ห์ หน้าตาดี คุยสนุก และน่าดึงดูด แต่อาซามิไม่รู้สึกผูกพันหรือหลงใหลมากพอ เมื่อพิจารณาความเป็นจริงว่าในความสัมพันธ์ระยะยาว พระสงฆ์ต้องมีวิถีชีวิตและตารางเวลาจะหมุนรอบศาสนกิจและกิจกรรมของวัด บางครั้งต้องค้างคืนที่วัด และบ่อยครั้งไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไป อีกทั้งการเป็นพระสงฆ์ในญี่ปุ่นไม่ใช่จะสึกกันง่ายๆ ด้วย

แม้อาซามิอาจไม่พร้อมยอมรับและปรับตัวเข้ากับกรอบของวิถีชีวิตของฝ่ายชายที่เป็นพระสงฆ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอมีข้อสรุปตายตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอเห็นว่าการปรับตัวเข้าหาบีซังอาจจะคุ้มค่าก็ได้ ประเด็นสำคัญที่สุดอยู่ตรงที่อาซามิอาจไม่เหมาะกับการเดตออนไลน์เท่าไรนัก

ที่ผ่านมา แฟนหนุ่มส่วนใหญ่ของอาซามิล้วนเป็นคนที่เธอพบเจอจากที่ทำงาน การได้ใช้เวลาห้าวันต่อสัปดาห์อยู่ในออฟฟิศเดียวกันทำให้เธอรู้สึกว่าสามารถมองเห็นตัวตนของอีกฝ่ายได้อย่างรอบด้านจริงๆ เช่น อะไรทำให้เขาตื่นเต้นและทุ่มเทเต็มที่ เขารับมือกับอุปสรรคอย่างไร จัดการกับความเครียดอย่างไร และปฏิบัติต่อผู้คนรอบตัวอย่างไร เพราะออฟฟิศไม่ใช่พื้นที่ที่มีบรรยากาศโรแมนติกโดยเนื้อแท้ ปฏิสัมพันธ์และการสังเกตทั้งหมดเหล่านั้นจึงค่อย ๆ หล่อหลอมภาพจำของเธอที่มีต่ออีกฝ่ายอย่างเป็นธรรมชาติ และบางครั้งก็สร้างแรงดึงดูดขึ้นมาโดยที่เธอเองไม่รู้ตัว เมื่อถึงจุดหนึ่งแรงดึงดูดนั้นก็อาจมากพอที่จะทำให้เธอสานต่อความสัมพันธ์อย่างจริงจัง

แต่การใช้แอปหาคู่กระบวนการกลับสลับด้าน ตั้งแต่ข้อความแรกก็มีความเข้าใจร่วมกันแล้วว่า “เราคุยกันเพราะคิดว่าอาจอยากเดตกัน” ซึ่งจะช่วยให้ทุกอย่างเริ่มต้นได้เร็วขึ้น แต่ก็ทำให้อาซามิต้องคิดถึงประเด็นระยะยาว ตั้งแต่ที่เธอเพิ่งรู้จักอีกฝ่ายได้ไม่นาน เธอไม่ได้รู้สึกแบบนี้แค่กับบีซังเท่านั้น แต่รู้สึกแบบนี้กับการออกเดตกับคนอื่นๆ ที่พบผ่านแอปเช่นกัน คำถามว่า “เราจะเป็นแฟนกันหรือไม่?” คอยรบเร้าเธอในทุกการปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ทั้งที่ยังเร็วเกินไปสำหรับอาซามิที่จะรู้จักอีกฝ่ายมากพอ จนรู้สึกพร้อมที่จะปรับตัวในแบบที่ใครก็ตามต้องทำเมื่อเข้าสู่ความสัมพันธ์อย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้ ความสัมพันธ์ที่เหมือนกำลังจะเริ่มต้นขึ้นเหล่านั้นจึงค่อยๆ จางหายไปในที่สุด ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าอาซามิเห็นว่าแอปหาคู่เป็นสิ่งไม่ดีโดยทั่วไป เพียงแค่มันไม่เหมาะกับเธอ เช่นเดียวกับที่ในท้ายที่สุด เธอกับบีซังก็ไม่ใช่คู่ที่ลงเอยกันเท่านั้นเอง

 

เรียบเรียงจาก

A Japanese dating app matched our bachelorette with a Buddhist monk, and she learned some things

https://soranews24.com/2025/12/23/a-japanese-dating-app-matched-our-bachelorette-with-a-buddhist-monk-and-she-learned-some-things/

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง