พรรคประชาชน ยื่น 9 ญัตติ 9 กฎหมายชุดแรก ผลักดันการเปลี่ยนแปลงประเทศ 'พริษฐ์' เรียกร้องประธานสภาเพิ่มวันประชุม เร่งพิจารณาแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน-ความเดือดร้อนประชาชน
20 มี.ค. 2569 ทีมสื่อพรรคประชาชน รายงานวันนี้ (20 มี.ค.) ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และ สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวการยื่นร่างกฎหมายและญัตติชุดแรกของพรรคประชาชน โดยพริษฐ์กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาชนได้ยื่นญัตติ 9 ญัตติและชุดกฎหมาย 9 ชุดแรก เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว และหวังว่าสภาจะมีการพิจารณาโดยเร็ว
ในส่วนของ 9 ญัตติแรก ประกอบด้วย 4 ญัตติที่พรรคประชาชนมองว่าเป็นเรื่องด่วนที่กระทบต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทย ณ ปัจจุบัน ประกอบด้วย
ญัตติที่ 1 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการจัดทำข้อเสนอแนะและติดตามผลกระทบเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานและสงครามสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน
ญัตติที่ 2 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร
ญัตติที่ 3 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและตั้งกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการติดตามความคืบหน้าในการชดเชย เยียวยา ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่นพื้นที่หาดใหญ่และภาคใต้
ญัตติที่ 4 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่มีปัญหา และสร้างอุปสรรคต่อประชาชน ซึ่งความจริง ณ เวลานี้ ก็ใกล้เวลาครบรอบ 1 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
ขณะที่อีก 5 ญัตติ เป็นญัตติทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสำคัญในเชิงโครงสร้าง ที่อาจจะคาบเกี่ยวหลายกระทรวง และคาบเกี่ยวกับกรรมาธิการวิสามัญหลายคณะ จึงเสนอญัตติเพื่อให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ประกอบด้วย
- กรรมาธิการวิสามัญฯ ติดตามการปฏิรูปกฎหมายและการยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัย
- กรรมาธิการวิสามัญฯ ปฏิรูประบบราชการ และพันธกิจของส่วนราชการ
- กรรมาธิการวิสามัญฯ ติดตามการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero (ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) ภายในปี 2593 หรือ ค.ศ. 2050
- กรรมาธิการวิสามัญฯ จัดทำและติดตามข้อเสนอในการยกระดับทักษะคนไทย5. กรรมาธิการวิสามัญฯ ปฏิรูประบบภาษี
เสนอกฎหมาย 9 ชุด ผลักดันเปลี่ยนแปลงประเทศ
ต่อมา ในส่วนของชุดกฎหมาย 9 ชุดแรก ประกอบด้วย 20 วาระ และ 34 ร่างกฎหมายดังนี้
- ชุดที่ 1 เศรษฐกิจเพื่อทุกคน มี 3 วาระด้วยกัน ได้แก่
วาระที่ 1 คือการปฏิรูปประกันสังคม ให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม
วาระที่ 2 คือการปรับสูตรค่าจ้างขั้นต่ำให้มีความเป็นธรรม ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
วาระที่ 3 การให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่พักทุกขนาด หรือที่เราเรียกว่า “ที่พักเท่าเทียม” ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. โรงแรม
- ชุดที่ 2 ปราบโกง มี 2 วาระ ได้แก่
วาระที่ 1 เปิดเผยข้อมูลรัฐให้มีความโปร่งใส ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ
วาระที่ 2 คือการปฏิรูปงบประมาณ ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ และร่าง พ.ร.บ. สถาบันวิเคราะห์งบประมาณ
- ชุดที่ 3 การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น มี 2 วาระ ได้แก่
วาระที่ 1 คือการอัปเกรด กทม. โดยการยื่นร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
วาระที่ 2 คือการปลดล็อกท้องถิ่น ทั้งในเรื่องอำนาจในการจัดทำบริการสาธารณะ และอำนาจในการหารายได้ จะมีร่าง พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ และร่าง พ.ร.บ. จัดตั้ง อปท. คือทั้ง อบจ. อบต. เทศบาล เมืองพัทยา ประเภทละ 2 ร่าง รวมทั้งหมดในชุดนี้มี 9 ร่าง
- ชุดที่ 4 คือ การลดค่าไฟให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน มีวาระเดินหน้าสร้างตลาดพลังงานเสรี ผ่านร่าง พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน
- ชุดที่ 5 ยกระดับมาตรฐานบริการสาธารณะให้ได้มาตรฐานสากล มี 2 วาระ ได้แก่
วาระที่ 1 คือการยกระดับมาตรฐานในเรื่องของน้ำประปา ผ่านร่าง พ.ร.บ. ประปาแห่งชาติ
วาระที่ 2 การปลดล็อกขนส่งสาธารณะ ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. ขนส่งทางบก
- ชุดที่ 6 ปกป้องสิ่งแวดล้อม มี 2 วาระ ได้แก่
วาระที่ 1 การรับมือปัญหาโลกรวน ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ
วาระที่ 2 คือการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. การบริหารจัดการขยะและหมุนเวียนทรัพยากร
- ชุดที่ 7 ปฏิรูปการศึกษา โดยมี 2 วาระ ได้แก่
วาระที่ 1 คือการปฏิรูปการศึกษาให้มีความหมายและมีความสุข ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ
วาระที่ 2 คือการมุ่งเป้าในการลดงานครู และสร้างโรงเรียนที่ปลอดภัย ผ่านร่าง พ.ร.บ. ระเบียบราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ชุดที่ 8 คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ได้แก่
วาระที่ 1 คือ การป้องกันการฟ้องปิดปาก หรือ Anti-SLAPP โดยแบ่งออกเป็น 4 ร่างกฎหมายด้วยกัน คือ ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
วาระที่ 2 คือการคุ้มครองการชุมนุมโดยสันติ ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ
วาระที่ 3 คือการคุ้มครองสิทธิในการประกันตัว ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
และวาระที่ 4 คือการยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด โดยมี 3 ร่าง คือ
- ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา
- ร่าง พ.ร.ป. วิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- ร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร
- ชุดที่ 9 ปฏิรูปการเมือง มี 2 วาระ ได้แก่
วาระที่ 1 คือ การเพิ่มกลไกในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งรวมถึงทั้ง สส. สว. รัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เป็นต้น เป็นการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา
วาระที่ 2 คือ การป้องกันการฮั้วกันระหว่างรัฐบาลกับ ป.ป.ช. ซึ่งจะเป็นการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเช่นกัน
พริษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจาก 9 ญัตติ และ 9 ชุดกฎหมายแรกที่ได้ยื่นต่อสภาฯ ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่สอดคล้องกับนโยบายที่พรรคประชาชนได้หาเสียงไว้ ซึ่งพวกเขาตั้งใจที่จะผลักดันผ่านสภาชุดนี้เช่นกัน วันนี้เราพร้อมทำหน้าที่เต็มที่ในฐานะแกนนำฝ่ายค้าน ในฐานะพรรคการเมืองที่มี สส.หลายคนในสภา เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านกลไกนิติบัญญัติ โดยวันนี้มี 3 ข้อเรียกร้องเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรทำงานกันอย่างแข็งขัน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
ประการที่ 1 เขาหวังว่า ญัตติเรื่องวิกฤตพลังงาน ที่พรรคประชาชนตั้งใจที่จะเสนอตั้งแต่เมื่อวาน (19 มี.ค.) แล้วมีการปิดประชุมสภาโดยประธานสภาตั้งแต่ไม่ถึง 14.00 น. ตนหวังว่าญัตตินี้จะถูกบรรจุเป็นญัตติที่ให้ สส.ได้อภิปราย และเสนอแนะกันอย่างเต็มที่ในการประชุมครั้งถัดไปคือวันพุธที่ 25 มี.ค. ซึ่งคาดหวังให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีรักษาการณ์ เข้ามาร่วมรับฟังคำอภิปรายและข้อเสนอแนะ และชี้แจงข้อสงสัยของ สส. ด้วยตนเองในที่ประชุมสภา
ประการที่ 2 พวกเขาเห็นว่าสัปดาห์หน้ามีการนัดประชุมสภาแค่ 1 วัน ซึ่งค่อนข้างจะผิดวิสัย ที่ปกติจะมีการนัดประชุมสภาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง คือ วันพุธ และวันพฤหัสบดี จึงเรียกร้องไปยังประธานสภาว่าเหตุใดจึงมีการนัดเพียงวันเดียว ขั้นต่ำอย่างน้อยควรเพิ่มวันประชุมวันพฤหัสบดี เพื่อให้สามารถพิจารณาญัตติด่วนเรื่องอื่นๆ ได้
ประการที่ 3 หากใครได้ฟังการแสดงวิสัยทัศน์ของประธานสภาคนใหม่ โสภณ ซารัมย์ ก็ได้พูดชัดว่าต้องการให้สภาฯ มีเวลามากขึ้นในการพิจารณาร่างกฎหมายที่ถูกเสนอโดย สส.หรือภาคประชาชน ไม่ใช่เพียงร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียว ซึ่งพวกตนก็หวังว่าประธานสภาฯ จะดำเนินการตามที่พูดไว้ และหารือกับทุกฝ่ายเพื่อเพิ่มวันประชุม ให้มีเวลาในการพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. และของภาคประชาชนมากขึ้น
ยกตัวอย่าง อย่างเป็นรูปธรรมคือ ที่ผ่านมาจะมีการประชุมสภา 2 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งพวกเขาเห็นว่ามีความเหมาะสม และหากมีกฎหมายที่ สส. และภาคประชาชนเข้ามาแล้วค้างอยู่ในวาระจำนวนมาก บางสัปดาห์อาจเพิ่มวันประชุมอีก 1 วัน เพื่อใช้สำหรับพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. และภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ
