Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พรรคประชาชน ยื่น 'ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับสร้างความมั่นคงการทำงาน' พร้อมเรียกร้องรัฐบาลนำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ 'ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับมีเวลาพักผ่อน-ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์' ที่ค้างจากการยุบสภา กลับเข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงาน


ภาพจาก: เครือข่าย “คนทำงาน”

25 มีนาคม 2569 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ นางสาวรัชดาภรณ์ เอี่ยมอนันต์ นิติกรเชี่ยวชาญ รักษาการในตำแหน่งผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้แทนรับการยื่นเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน จากนายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ที่เข้าร่วมการยื่นเสนอร่างฯ พร้อมยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลนำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับที่ผ่านการพิจารณาแล้ว กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน

นายเซีย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานหลายฉบับเข้าสู่สภา แต่เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เกิดการยุบสภา ทำให้ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาค้างอยู่จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับแรก คือ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับมีเวลาพักผ่อน ซึ่งมีสาระสำคัญในการคืนเวลาให้ชีวิตคนทำงาน โดยกำหนดให้ลดชั่วโมงการทำงานเหลือไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ และเพิ่มวันลาพักผ่อนประจำปีเป็น 10 วันต่อปี และอีกฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่มุ่งยืนยันหลักการว่าผู้ใช้แรงงานทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม โดยกำหนดให้สถานประกอบการต้องมีพื้นที่สำหรับปั๊มนมบุตร มีสิทธิลาเพื่อดูแลบุคคลใกล้ชิดที่เจ็บป่วย รวมถึงสิทธิลาในช่วงมีประจำเดือน ทั้งนี้ ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับได้ผ่านการพิจารณาในวาระที่ 1 ของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 แล้ว แต่ต้องชะงักลงและค้างอยู่ในกระบวนการพิจารณาเนื่องจากการยุบสภา

นายเซีย ย้ำว่า ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับไม่ใช่เพียงข้อบททางกฎหมาย แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในทุกภาคส่วน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลรับรองร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้งสองฉบับ เพื่อนำกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว พร้อมขอให้รัฐบาลและพรรคการเมืองสนับสนุนร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ที่มุ่งสร้างความมั่นคงในการทำงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานให้ดียิ่งขึ้น

เครือข่าย “คนทำงาน” ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลนำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ กลับเข้าสู่การพิจารณา

วันเดียวกันนี้ (25 มี.ค.) เครือข่าย “คนทำงาน” ออกแถลงการณ์เรียกร้อง เรียกร้องให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เร่งนำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานจำนวน 2 ฉบับ กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็วที่สุด หลังจากร่างกฎหมายทั้งสองตกค้างอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติ อันเป็นผลสืบเนื่องจากการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568

ฉบับแรก คือร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน "ฉบับมีเวลาพักผ่อน" เสนอโดย ส.ส.จรัส คุ้มไขนำ มีสาระสำคัญได้แก่ การลดชั่วโมงทำงานเหลือไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ และเพิ่มวันลาหยุดพักผ่อนประจำปีเป็น 10 วันต่อปี

ฉบับที่สอง คือร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน "ฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" เสนอโดย ส.ส.วรรณวิภา ไม้สน มุ่งยืนยันสิทธิของแรงงานทุกคนให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม รวมถึงการกำหนดให้สถานประกอบการจัดพื้นที่ปั๊มนมบุตร สิทธิลาเพื่อดูแลคนใกล้ชิดยามเจ็บป่วย และการลาในวันที่มีประจำเดือน ทั้งสองฉบับผ่านการพิจารณาวาระที่ 1 ของรัฐสภามาแล้ว แต่ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเกิดการยุบสภาขึ้นเสียก่อน

เครือข่ายฯ ระบุว่า ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีมีอำนาจนำร่างกฎหมายที่ค้างพิจารณากลับเข้าสู่สภาได้ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันเปิดประชุมสภาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ซึ่งหมายความว่าขณะนี้เวลาของผู้ใช้แรงงานกำลังถูกนับถอยหลังลงทุกขณะ

เครือข่ายฯ ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 2 ข้อ ได้แก่ หนึ่ง ให้รัฐบาลรับรองและนำร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยทันที และสอง ให้รัฐบาลพร้อมด้วยพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลสนับสนุนร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน "ฉบับมีความมั่นคงในการทำงาน" อีก 1 ฉบับ เมื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

แถลงการณ์ดังกล่าวปิดท้ายด้วยการย้ำจุดยืนว่า แรงงานมิใช่เพียง "ทุนมนุษย์" หรือตัวเลขในสมการต้นทุน หากแต่คือมนุษย์ที่มีชีวิต มีจิตใจ และมีศักดิ์ศรีที่ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกับทุกคนในสังคม

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง