ตัวแทนเครือข่ายคนทำงาน 147 กลุ่มและองค์กร ยื่นหนังสือเรียกร้อง ปธ.กมธ.แรงงาน วุฒิสภา สนับสนุน 3 ร่างแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เชื่อช่วยแก้ไขปัญหาแรงงาน 40 ล้านคนทั่วประเทศ ทั้งในด้านความมั่นคงทางรายได้ ชม.พักผ่อน ตลอดจนยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต พร้อมเรียกร้องถึง กกร.ที่ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้าน ให้พิจารณาอย่างรอบด้าน และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนงาน
24 พ.ย. 2568 เพจเฟซบุ๊ก "สำนักประชาสัมพันธ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร" รายงานวันนี้ (24 พ.ย.) ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา เวลา 11.30 น. เซีย จำปาทอง และพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน นำตัวแทนเครือข่ายคนทำงาน 147 กลุ่มและองค์กร ยื่นหนังสือต่อ วิรัตน์ รักษ์พันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เพื่อสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานทั้ง 3 ฉบับที่เสนอโดยพรรคประชาชน
ธวัช ภัคดีสกุลวงศ์ ตัวแทนเครือข่ายคนทำงาน กล่าวว่า เครือข่ายคนทำงานขอสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งแม้การต่อสู้กับภัยความยากจน หนี้สิน ค่าครองชีพ และความเหลื่อมล้ำทางสังคมจะเป็นฉันทามติในสามัญสำนึกของคนส่วนใหญ่ แต่หากพวกเราละเลยต้นตอปัญหาที่มาจากการขูดรีดมูลค่าส่วนเกินจากแรงงาน หรือการกดค่าแรง ผ่านการจ้างงานที่ทำให้ต้องทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง ด้วยค่าตอบแทนที่คงเดิมหรือน้อยลง และการกดขี่ควบคุมผ่านความเสี่ยงของการถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับเงินค่าชดเชย สิทธิประกันสังคม หรือการคุ้มครองตามกฎหมายอื่นๆ พวกเราในฐานะประเทศที่อยู่ในสภาวะสังคมสูงวัย วิกฤตหนี้สินและความเหลื่อมล้ำสูง ก็จะไม่สามารถตอบสนองข้อท้าทายของห่วงโซ่การผลิตสมัยใหม่ที่มีความผันผวนสูงขึ้นจากเทคโนโลยี สงครามจริง และสงครามการค้าได้เลย
ทั้งนี้ ด้วยการขยับขยายสิทธิแรงงานผ่านการปรับแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงานตามแนวทางของร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับนี้ จะเป็นการแก้ไขปัญหาโดยตรงให้กับผู้ใช้แรงงานอย่างน้อยกว่า 40 ล้านคนในประเทศไทย ทั้งในมิติของความมั่นคงในรายได้และเงินเก็บออม การเข้าถึงสิทธิในการพักผ่อนและการเรียนรู้ การเข้าถึงมาตรฐานการดำรงชีพที่มนุษย์ล้วนพึงมีตามหลักการ "งานที่มีคุณค่า" (หรือ Decent Work) ตามที่บัญญัติไว้โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตสำหรับคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยอย่างตรงไปตรงมาและเป็นการส่งต่อความยั่งยืนให้กับคนในอนาคตอีกด้วย เครือข่ายคนทำงานจึงขอสนับสนุนร่างแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้ง 3 ฉบับ ดังนี้
- ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เสนอโดย เซีย จำปาทอง และคณะ มีเนื้อหาในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในการทำงาน ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เป็นรากฐานของความเหลื่อมล้ำในตลาดแรงงาน
- ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เสนอโดย จรัส คุ้มไข่น้ำ และคณะ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแก้ไขระยะเวลาการทำงานและวันหยุดถือเป็นรากฐานของการมีชีวิตที่สมดุลและมีประสิทธิภาพ
- ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เสนอโดย วรรณวิภา ไม้สน และคณะ มีเนื้อหามุ่งเน้นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
อย่างไรก็ตาม เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทยในระยะยาว พวกเราขอเรียกร้องต่อสภาองค์การนายจ้าง หน่วยงานที่ออกมาคัดค้านกฎหมายทั้ง 3 ฉบับนี้ ให้พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ซึ่งต้องคำนึงถึงชีวิตของผู้ใช้แรงงานในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วย เหนื่อยล้า หิวโหย วิตกกังวล มิใช่เพียงเครื่องจักรกลที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับผลิตผลกำไรของนายจ้างแล้วก็ถูกทดแทนไปเมื่อหมดสภาพ จึงขอยืนยันว่าสังคมที่มั่นคงและเป็นธรรมจะเป็นสังคมที่ส่งผลดีต่อประชาชนทุกคนในที่สุด จึงขอเรียกร้องต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา โปรดพิจารณาโดยถี่ถ้วนและให้การสนับสนุนหลักการของร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานทั้ง 3 ฉบับนี้ เพื่อเป็นการสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศ
วิรัตน์ ประธาน กมธ.แรงงาน วุฒิสภา กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ในส่วนของวุฒิสภา เมื่อทราบว่าร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภามีความเห็นให้คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เริ่มศึกษาร่างกฎหมายควบคู่กันไปได้ทันที เนื่องจากเมื่อร่างกฎหมายผ่านวาระ 3 จากสภาผู้แทนราษฎร และถูกส่งมายังวุฒิสภา วุฒิสภามีกำหนดเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ดังนั้น เมื่อ กมธ.ได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องและดำเนินการส่งเรื่องไปยังประธานวุฒิสภาตามลำดับแล้ว ก็สามารถเริ่มดำเนินการศึกษาและพิจารณารายละเอียดของร่างกฎหมายได้ทันทีในช่วงที่มีการเปิดประชุม เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามกรอบเวลาที่กำหนด
ขณะที่ สส.เซีย จำปาทอง กล่าวขอบคุณวุฒิสภาที่ให้ความชัดเจนในการผลักดันกฎหมาย ถือเป็นแรงใจที่จะให้พี่น้องแรงงาน มีกำลังสู้ต่อไป
ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ชั้น 1 อาคารรัฐสภา ตัวแทนแรงงานทั้ง 147 กลุ่มและองค์กรได้ตบเท้ายื่นหนังสือถึง นาถะ ดวงวิชัย ผู้อำนวยการสำนักประชุม เพื่อเรียกร้องต่อวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา แสดงเจตจำนงสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานทั้ง 3 ฉบับเช่นเดียวกัน
สำหรับการยื่นหนังสือเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, และ สมาคมธนาคารไทย ได้ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานที่กำลังพิจารณาอยู่ในรัฐสภา โดยให้เหตุผลว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักการของ ILO ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย (SME) ได้รับผลกระทบหนัก อีกทั้งยังขาดการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน
นอกจากนี้ กกร.ยังเคยเสนอให้กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เป็นตัวกลางจัดการรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งอย่างรอบด้าน
