Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ระบุราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 6 บาทต่อลิตรในช่วงข้ามคืน สร้างความตกใจให้เกษตรกรทั่วประเทศ ซ้ำเติมต้นทุนการผลิต ขณะเดียวกันหลายพื้นที่กลับประสบปัญหาน้ำมันขาด ไม่สามารถเติมหาเติมรถเกี่ยวข้าว​ได้ หวั่นผลผลิต​ข้าวนาปรังร่วงจากอากาศ​ที่​ร้อน​จัด - ชาวประมงพื้นบ้านสงขลาเดือดร้อนหนัก เรือจอด-รายได้หดกว่าครึ่ง

26 มีนาคม 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยระบุว่า​ การปรับขึ้นราคาน้ำมันในลักษณะก้าวกระโดดเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประสบการณ์ของตน โดยปกติจะปรับขึ้นครั้งละเล็กน้อย แต่ครั้งนี้เพิ่มขึ้นทันที 6 บาท ทำให้เกษตรกรทั่วประเทศ​ “ช็อก” ทั้งด้านราคาและการเข้าถึงน้ำมัน

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้ภาครัฐจะระบุว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอประมาณ​ 100 วัน แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่า​ ในหลายพื้นที่ไม่มีน้ำมันขายให้เกษตรกร​

เฉพาะเช้านี้ได้รับการร้องเรียน​จาก​สมาชิก​แล้ว​ 17​ จังหวัด​ว่า​ กำลัง​จะเกี่ยวข้าว​ แต่ตามปั๊มไม่มี​น้ำมัน​จำหน่าย​ เช่น นครสวรรค์ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ ชัยนาท และพระนครศรีอยุธยา รวมถึงพื้นที่อื่นๆ

โฆษณา - Advertising

“ขึ้นราคา​ แล้วยังไม่มีน้ำมันให้เติม ถามว่า​ ขึ้นไปเพื่ออะไร เกษตรกรเดือดร้อนหนัก เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ถ้าไม่มีน้ำมันให้รถเกี่ยวข้าวทำงาน จะทำให้การเก็บเกี่ยวล่าช้า​ อากาศ​ที่​ร้อน​จัด​ทำให้​ข้าว​แก่เร็ว​ หากไม่รีบเกี่ยวตามอายุ​ รวงจะกรอบ​ เมล็ดร่วงหล่น​เสียหาย​” นายปราโมทย์กล่าว

นอกจากนี้ ยังสะท้อนภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาปุ๋ยยูเรียที่อยู่ในระดับสูงราวกระสอบละ​ 1,200 บาท​ ส่วนปุ๋ย​สูตร 950–1,000 บาทต่อกระสอบ​

ก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงพลังงาน และนายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งดำเนินมาตรการดูแลสถานการณ์น้ำมัน โดยเฉพาะการจัดสรรน้ำมันให้เพียงพอสำหรับภาคเกษตร รวมถึงผลักดันน้ำมันทางเลือก เช่น B20 เพื่อรองรับการใช้งานของเครื่องจักรกลการเกษตร

“อยากให้หน่วยงานลงมาดูของจริงในพื้นที่ ไม่ใช่ดูจากรายงาน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือเกษตรกรได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง” นายปราโมทย์กล่าว

โฆษณา - Advertising

นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยย้ำว่า แม้ที่ผ่านมา​ราคา​ข้าว​จะตกต่ำ​ สวนทาง​กับ​ต้นทุน​การผลิต​ที่​สูง​ ชาวนาไม่คิดจะรวมตัว​เพื่อ​เรียกร้อง​ภาครัฐ​ แต่​หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อาจต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกร เนื่องจากขณะนี้ปัญหาได้กระจายไปทั่วประเทศ​และส่งผลกระทบโดยตรง​ต่อ​ชาวนา​ ทั้งยังอาจส่งผล​ต่อเนื่อง​ถึง​การส่งออก​ รวม​ถึง​ความมั่นคงด้านอาหารของประเทศในระยะต่อไป

ชาวประมงพื้นบ้านสงขลาเดือดร้อนหนัก เรือจอด-รายได้หดกว่าครึ่ง

สวท.สงขลา รายงานว่า  ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ชายหาดนาทับ หมู่ 11 ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เรือประมงจำนวนมากต้องจอดอยู่บนชายหาด บางส่วนจำเป็นต้องงดออกทะเล ขณะที่บางลำลดระยะทางการทำประมงเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ลดลง และรายได้หดหายไปกว่าครึ่ง

จากการสอบถามพบว่า เรือประมงพื้นบ้านจำนวนมากถูกนำขึ้นมาจอดไว้ เนื่องจากต้นทุนการออกเรือเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเรือที่ใช้น้ำมันดีเซลซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง ขณะที่เรือที่ใช้น้ำมันเบนซินยังสามารถจัดหาได้ แต่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าปั๊มน้ำมันบางแห่งไม่อนุญาตให้นำน้ำมันใส่แกลลอนเพื่อนำไปใช้กับเรือประมง ส่งผลให้ชาวประมงต้องเสียเวลาในการจัดหาเชื้อเพลิงมากขึ้น

ชาวประมงพื้นบ้าน เปิดเผยว่า เดิมสามารถออกเรือไปทำประมงไกลจากฝั่งประมาณ 10 กิโลเมตร มีรายได้เฉลี่ยวันละเกือบ 1,000 บาท แต่ปัจจุบันจำเป็นต้องลดระยะทางเหลือเพียง 4–5 กิโลเมตร ทำให้จับสัตว์น้ำได้น้อยลง รายได้ลดลงเหลือเพียง 500–600 บาทต่อวัน อีกทั้งยังต้องงดจ้างแรงงาน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายได้ พร้อมระบุว่า หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงปรับสูงขึ้น อาจจำเป็นต้องปรับราคาสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อความอยู่รอดของอาชีพประมงพื้นบ้านในพื้นที่

โฆษณา - Advertising
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising