Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รายงานพิเศษจากสื่อ The Korea Times ชี้ AI ไม่ได้แค่ลดต้นทุน แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างงานคอลเซ็นเตอร์ในเกาหลีใต้ ทั้งเพิ่มภาระพนักงาน สร้างความไม่พอใจลูกค้า และตั้งคำถามใหญ่ถึงอนาคตแรงงาน เมื่อมนุษย์ต้องอยู่ร่วมกับระบบที่ยัง “ไม่ฉลาดพอ”


คิม ฮยอนจู (Kim Hyun-ju) พนักงานบริการลูกค้า KB Kookmin Bank จำลองการรับสายคอลเซ็นเตอร์ที่สำนักงานในกรุงโซล เมื่อเดือนมีนาคม 2026 พนักงานประสบการณ์ 20 ปีกล่าวว่า "เป็นโศกนาฏกรรมที่คาดเดาได้ว่าทั้งลูกค้าและพนักงานจะไม่พอใจกับ AI" | ภาพจาก: Kang Ye-jin/Korea Times

"คุณเป็นคนจริงๆ หรือเปล่า?"

เสียงของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยความโกรธดังผ่านโทรศัพท์

สำหรับลี อึนยอง (Lee Eun-young) นามสมมติของหญิงวัย 40 ปี ที่ทำงานฝ่ายบริการลูกค้าของบริษัทบัตรเครดิตรายใหญ่ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เธอหยุดสักครู่ก่อนตอบ "ค่ะ เป็นคนจริงค่ะ"

แต่คราวนี้ลูกค้าไม่ยอมสงบง่ายๆ "ตั้งแต่เมื่อไรที่ผมบอกว่าอยากคุยกับ AI?" เขาตวาด "พวกคุณปล่อยให้เครื่องทำงานแทนแล้วนั่งเก็บเงินง่ายๆ งั้นเหรอ?"

คำพูดเจ็บแสบ แต่ไม่น่าแปลกใจนัก ทุกวันนี้ราว 1 ใน 4 ของสายที่ลีรับเริ่มต้นด้วยการบ่นเรื่องระบบ AI ของบริษัท ไม่มีใครแจ้งตัวเลขให้เธอ แต่เธอรู้สึกได้จากกองความหงุดหริดที่ลูกค้าระบายทันทีที่ได้คุยกับคนจริง

งานคอลเซ็นเตอร์อย่างที่ลีทำกำลังเผชิญอนาคตเร็วกว่าอุตสาหกรรมอื่น และไม่ใช่อนาคตที่น่ายินดี

หลายปีแล้วที่งานนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในงานแรกๆ ที่ AI จะมาแทน ราวปี 2024 ธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต บริษัทประกัน และหน่วยงานรัฐอย่างกรมสรรพากร เริ่มใช้ระบบ AI รับสายลูกค้า สำหรับพนักงานรับโทรศัพท์ ความเปลี่ยนแปลงนี้เห็นชัดจนไม่มีทางมองข้าม

ปัญหาคือทั้งลูกค้าและพนักงานไม่พอใจกับ AI มีแต่บริษัทที่ได้ลดต้นทุน คิม ฮยอนจู (Kim Hyun-ju) วัย 48 ปี พนักงานบริการลูกค้าของ KB Kookmin Bank ที่มีประสบการณ์ 20 ปี ถอนหายใจเบาๆ ก่อนบอกว่าผลลัพธ์คาดเดาได้ตั้งแต่ต้น

"ถ้าบริษัทปรึกษาพนักงานที่รู้พฤติกรรมลูกค้าอย่างถ่องแท้ก่อนจะนำระบบอัตโนมัติมาใช้ ผลลัพธ์คงต่างออกไป AI ไร้ประโยชน์ตัวนี้คงไม่เกิดขึ้น" เธอกล่าว

พูดง่ายๆ คือ บริษัทนำ AI มาใช้อย่างไร้ประโยชน์ที่สุด เพราะพยายามปิดบังว่ากำลังเอา AI มาแทนคน

หนังสือพิมพ์ Hankook Ilbo สัมภาษณ์ 15 คน รวมถึงพนักงานคอลเซ็นเตอร์ 6 คน นักวิชาการ 4 คน เจ้าหน้าที่บริษัท 3 คน และลูกค้า 2 คน พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจว่า AI ที่ถูกนำมาใช้โดยไม่ปรึกษาพนักงานผู้เชี่ยวชาญสร้างหายนะแบบไหนบ้าง

AI เข้ามาอย่างเงียบๆ ไม่มีใครบอก

AI เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมงานของพนักงานคอลเซ็นเตอร์อย่างเงียบๆ ราวปี 2023 บริษัทไม่เคยอธิบายการเปลี่ยนแปลงให้พนักงาน คิมรู้ตัวก็ต่อเมื่อลูกค้าถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอเป็น AI หรือคนจริง เธอเลยลองโทรเข้าศูนย์บริการเองและถูกเชื่อมต่อกับ AI เธอไม่รู้เรื่องระบบนี้เกือบ 1 ปี

ด้าน คิม กวานอุค (Kim Kwan-uk) ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัยด็อกซอง (Duksung Women's University) ที่ศึกษาธุรกิจคอลเซ็นเตอร์มา 10 ปี อธิบายว่าเหตุผลง่ายมาก ไม่มีกฎหมายบังคับให้บริษัทแจ้งพนักงานเมื่อนำ AI มาใช้ "บริษัทไม่จำเป็นต้องมีศีลธรรมมากกว่าที่กฎหมายกำหนด" เขาพูดตรงๆ

อีกปัญหาคือเรื่องการรับรู้ งานคอลเซ็นเตอร์ถูกมองว่าเป็น "แรงงานง่ายๆ ไม่ต้องใช้ทักษะ" โดยเฉพาะในสายตาบริษัท "การที่พนักงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ไม่ได้จบสูงและกลับมาทำงานหลังหยุดเลี้ยงลูก ทำให้ดูเหมือนแทนที่ได้ง่าย" เขากล่าว

แต่ผลที่ตามมาจากการสร้าง AI โดยไม่ให้พนักงานผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบนั้นมีราคาแพง AI ได้แค่เลียนแบบงาน ไม่ได้ทำได้จริง ปัญหาที่แค่ถามพนักงานสักคำก็หลีกเลี่ยงได้กลับเกิดขึ้น

คิมระบาย "วันจันทร์สายล้นเข้ามา เราเรียกว่า 'วันพีค' บริษัทไม่ให้ลาวันนี้ด้วยซ้ำ แต่ AI กลับส่งข้อความเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างแจ้งปิดบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหว ทำให้ลูกค้าโทรเข้ามาถามจนสายล้น กลายเป็นว่ารอนานขึ้นอีก"


ระบบแชตบอท AI ที่ปรากฏบนหน้าจอแนะนำระบบยื่นภาษี Hometax ของกรมสรรพากร | ภาพจาก: สื่อประชาสัมพันธ์ของกรมสรรพากรเกาหลีใต้

นัม มีคยอง (Nam Mi-kyung) วัย 35 ปี ที่ทำงานที่กรมสรรพากร เล่าคล้ายกัน หน่วยงานนำ AI มาใช้ในระบบยื่นภาษี แต่กลับทำให้ผู้เสียภาษีโกรธเมื่อ AI ไม่เข้าใจเรื่องภาษีที่ซับซ้อนและอ่อนไหว "เราขอให้หน่วยงานคุยกับสหภาพแรงงานก่อนนำ AI มาใช้ แต่ได้รับแจ้งในวันที่ระบบเปิดใช้ ไม่มีการฝึกอบรมอะไรเลย แค่กระดาษแผ่นเดียวบอกให้เรียนรู้เอง"

AI ที่ถูกฝึกจากความรู้ของพนักงาน


หนังสือแจ้งเลิกจ้างที่บริษัทรับเหมาช่วงส่งถึงพนักงานคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งเมื่อปลายปี 2023 | ภาพจาก: Call Center Workers' Union

สิ่งที่พนักงานคอลเซ็นเตอร์กังวลมากกว่าคือ พวกเธออาจสอน AI ที่จะมาแทนที่โดยไม่รู้ตัว

ราวปี 2022 สถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มติดตั้งระบบที่ฟังดูแปลกหูสำหรับพนักงาน เรียกว่า STT (แปลงเสียงเป็นข้อความ) และ TA (วิเคราะห์ข้อความ) พนักงานเห็นบทสนทนากับลูกค้าปรากฏบนจอแบบเรียลไทม์ บริษัทสั่งให้บันทึกข้อความที่ AI สร้างขึ้น บางแห่งให้แรงจูงใจตามจำนวนที่บันทึก พนักงานยังถูกมอบหมายให้หาข้อผิดพลาดด้านสะกดและไวยากรณ์

ข้อมูลที่รวบรวมคำถามลูกค้าและความรู้ของพนักงานถูกนำไปเป็นตำราเรียนของ AI ฮยอน จินอา (Hyun Jin-ah) ที่ทำงานเป็นพนักงานธนาคาร Hana Bank 12 ปี รู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น "ฉันฝึก AI ให้มาแทนที่ฉันด้วยปากของฉันเอง" เธอกล่าว

พนักงานเคยเกือบตกงานจริงๆ ปลายปี 2023 ธนาคารแห่งหนึ่งตัดสินใจมอบงานบริการลูกค้าให้ AI ทำให้บริษัทรับเหมาช่วง 2 แห่งประกาศเลิกจ้างพนักงาน 240 คน กระแสต่อต้านจากสหภาพแรงงานและนักการเมืองบีบให้ธนาคารกลับลำ แต่การอยู่ร่วมกับเครื่องจักรอย่างอึดอัดยังดำเนินต่อ

AI ทิ้งงานยากให้คน

ตอนแรกพนักงานก็มีความหวังกับ AI คิมที่เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากรับสาย 200 สายต่อวัน หวังว่า AI จะช่วยแบ่งเบาภาระและทำให้สภาพการทำงานดีขึ้น

แต่ความหวังพังทลาย เพราะ AI กลับเพิ่มภาระให้พนักงาน หลังรับสายทั้งหมดเข้ามา AI ทำได้แค่งานง่ายๆ ตามคู่มือ ทิ้งงานยากและซับซ้อนให้คนทำ

ลี ยองซอน (Lee Young-sun) วัย 50 ปี ที่ทำงานเป็นพนักงานธนาคาร 8 ปี อธิบายว่า "ก่อนหน้านี้เรารับสายวันละ 200 สาย ตอนนี้รับ 120-130 สาย แต่ทุกสายยากกว่าเดิมมาก ความยาวเฉลี่ยของแต่ละสายยืดออก 2-3 เท่า"

"ลูกค้าสูงอายุต้องอธิบายเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่าง ดาวน์โหลดแอปฯ ยังไง กดตรงไหน บางทีใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง ทำให้จำนวนสายที่รับได้ลดลง แต่เมื่อบริษัทดูสถิติ เห็นแค่ว่าจำนวนสายต่อคนลดลง ก็ตัดสินใจลดพนักงาน"

ผลสำรวจเมื่อปี 2025 ของสถาบันวิจัยแห่งสหพันธ์สหภาพแรงงานเกาหลี (Federation of Korean Trade Unions) จากพนักงานคอลเซ็นเตอร์ 168 คน พบว่าแม้จำนวนสายที่รับต่อวันลดลงหลังนำ AI มาใช้ แต่ความยาวเฉลี่ยของแต่ละสายกลับเพิ่มขึ้น ความหวังว่า "AI จะช่วยพนักงานที่ทำงานหนักเกินไป" ยังไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติ


Dasan 120 Call Center Foundation นำเสนอแผนการนำ AI มาใช้ในคอลเซ็นเตอร์ภาครัฐ ในงานประชุม KCCM Conference ปี 2024 | ภาพจาก: Yonhap

AI ที่ไม่ฉลาดพอทำให้ลูกค้าหมดแรงเช่นกัน AI มักไม่เข้าใจคำขอที่ซับซ้อนหรือมีหลายคำถาม

ชเว ยุนรัก (Choi Yoon-rak) วัย 68 ปี เจ้าของร้านสะดวกซื้อ โทรสอบถามปัญหาการเปิดบัญชีหลักทรัพย์ใหม่ ถูกเชื่อมต่อกับ AI ที่มีเสียงเหมือนคนจริงมาก แต่ถูกบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต้อง "ระบุคำขอให้ชัดเจน" AI ยังรับมือบริการใหม่ที่ยังไม่ได้เรียนรู้ไม่ได้ เมื่อรัฐบาลประกาศนโยบายใหม่ สายท่วมเข้ามาแต่ AI ไร้ประโยชน์

ปัญหาใหญ่กว่าคือ AI แบ่งปันอารมณ์ความรู้สึกกับลูกค้าไม่ได้ ตัวอย่างเช่น พนักงานบริษัทประกันรถยนต์บางครั้งรับสายจากคนขับที่รถเสียกลางทางด่วน ในช่วงเวลาเหล่านั้น บทบาทสำคัญที่สุดของพนักงานคือทำให้ลูกค้าสงบลง

นัมจากกรมสรรพากรเคยเจอสถานการณ์ที่ลูกค้าผ่าน AI มาแล้วอารมณ์เดือด "ดูประวัติการสนทนาแล้วก็ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไร ต้องถามใหม่ตั้งแต่ต้น แล้วลูกค้าก็โกรธ 'อีกแล้วเหรอ? ต้องอธิบายทุกอย่างใหม่อีกรอบ?'"

ลูกค้าโกรธหรือไม่ก็ยอมแพ้

AI ที่ไม่เป็นมิตรทำให้ลูกค้าทุกข์ ฮยอน พนักงานประสบการณ์ 12 ปี เล่าว่า "AI บังคับให้ลูกค้าตอบว่า 'เน' (ครับ/ค่ะ แบบสุภาพ) หรือ 'อานีโย' (ไม่ครับ/ค่ะ แบบสุภาพ) พอลูกค้าได้คุยกับคนจริงก็ระเบิดอารมณ์ว่า 'ทำไมผมต้องพูดสุภาพกับเครื่องด้วย'"

นักข่าวลองโทรเข้าบริษัทหลักทรัพย์เพื่อทดสอบ กดปุ่ม "0" เพื่อต่อสายพนักงาน แต่ระบบบอกว่าสายยุ่งและแนะนำให้ใช้บริการ ARS ผ่านข้อความแทน เมื่อนักข่าวไม่สนใจและรอต่อ สายถูกส่งไปยัง AI หลังบอกว่า "ต้องการใบรับรองยอดเงิน" AI ตอบผิดเรื่องว่า "จะช่วยตรวจสอบยอดเงิน กรุณาใส่เลขบัญชี 10 หลักและรหัสผ่าน" ระบบวนกลับไปจุดเริ่มต้น นักข่าวพูดชัดว่า "ต่อสายพนักงานคนจริง" แต่เสียงตอบแค่ "กรุณาบอกบริการที่ต้องการ" แล้วสายก็ถูกตัด หลัง 8 นาทีไม่ได้อะไรเลย

ยุน จีฮยอน (Yoon Ji-hyun) วัย 26 ปี ครูสอนศิลปะ โทรเปรียบเทียบสินเชื่อบัตรเครดิตแต่วางสายก่อนจะได้คุยกับคน "มันพูดจารู้เรื่องไม่เท่าเด็กอนุบาลด้วยซ้ำ ถ้าได้คุยกับคนหลังจากนั้น คงต้องระเบิดอารมณ์ใส่ เลยวางสายไปเลย" สุดท้ายเธอยอมรับดอกเบี้ยที่สูงกว่าและกู้เงินฉุกเฉินก้อนเล็กกว่าที่ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ


ผู้เข้าร่วมชุมนุมชูป้ายตะโกนคำขวัญระหว่างการชุมนุมหน้าสำนักงานใหญ่ KB Kookmin Bank ในยออิโด กรุงโซล เมื่อปี 2023 เรียกร้องให้ยกเลิกหนังสือเลิกจ้างพนักงานคอลเซ็นเตอร์ราว 240 คนจากบริษัทรับเหมาช่วง 2 แห่งในเมืองแทจอน | ภาพจาก: Yonhap

ในทางตรงข้าม พนักงานคนจริงมีความสามารถพิเศษในการเข้าใจว่าลูกค้าหมายความว่าอะไรจริงๆ มีองค์ความรู้แบบ "รู้โดยไม่ต้องพูด" จากประสบการณ์ สัญชาตญาณ และทักษะที่ฝังลึกซึ่ง AI เรียนรู้ได้ยาก

ลีที่ทำงานธนาคารเก่งมากในการ "แปล" ศัพท์การเงินให้ลูกค้าเข้าใจ "ลูกค้าหลายคนเรียกใบรับรองดิจิทัลว่า 'อ้ะ ไอ้ตัวที่ต้องใช้ตอนลดหย่อนภาษีปลายปี' หรือเรียก OTP ว่า 'ไอ้เครื่องที่ให้รหัสผ่าน'"

คิม ยุนซอก (Kim Yoon-suk) วัย 55 ปี พนักงานมูลนิธิช่วยเหลือนักศึกษาเกาหลี (Korea Student Aid Foundation) เล่าว่า "นักศึกษาหลายคนโทรมาเรื่องกู้ยืมเพื่อการศึกษา ศัพท์ซับซ้อนมาก เวลาหงุดหงิดก็แค่บอกว่า 'ทำไมมันไม่ได้?' จากประสบการณ์เราก็เข้าใจว่าหมายถึงอะไร"

ลูกค้าต่อคิวหลีกเลี่ยง AI เพื่อคุยกับคนจริง ถึงขั้นหาวิธีแก้เกมขึ้นมา "สายแจ้งบัตรหายถูกเชื่อมต่อเร็ว" ลีเล่า "ลูกค้าก็กดแจ้งบัตรหายแม้จะมีเรื่องอื่นที่ต้องการ พอได้คุยกับคนก็หยิบเรื่องจริงขึ้นมา เช่น ยกเลิกรายการ" ลีบอกว่าจำนวนแจ้งบัตรหายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ AI เข้ามา


โพสต์ในบล็อกอธิบายวิธีต่อสายพนักงานคนจริงแทน AI ของ Shinhan Card

คิมที่เคยช่วยหยุดยั้งหลายบริษัทไม่ให้ใช้ AI เป็นข้ออ้างเลิกจ้างพนักงานคอลเซ็นเตอร์จำนวนมาก เล่าว่าตอนนี้มักได้รับคำขอบคุณจากเจ้าหน้าที่บริษัท ซึ่งเธอรู้สึกเขินๆ

"เจ้าหน้าที่บริษัทบอกว่า 'ขอบคุณที่หยุดการเลิกจ้าง กลายเป็นเรื่องดีโดยไม่คาดคิด ถ้าตอนนั้นเลิกจ้างพนักงานไปมาก อาจไม่เหลือคนมากพอรับมือบริการลูกค้า'" นี่คือคำสารภาพจากฝ่ายที่มีอำนาจ

ใครรับผิดชอบเมื่อ AI ให้ข้อมูลผิด?


พนักงานคอลเซ็นเตอร์รับสายลูกค้า | ภาพจาก: Call Center Workers' Union

ธนาคารและบริษัทบัตรเครดิตแห่นำ AI มาใช้โดยสนใจแค่ลดต้นทุน ไม่ได้จัดการปัญหาเรื่องความรับผิดชอบ ถ้าลูกค้าขอโอน 150,000 วอนแต่ระบบโอนผิดเป็น 1.5 ล้านวอน? ถ้าหักเงินผิดบัญชี? ถ้าอธิบายผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูงผิดพลาด? หน่วยงานกำกับดูแลก็ทำเหมือนยังยืนดูโดยไม่ออกแนวทางชัดเจน

ที่แย่กว่าคือตอนนี้ AI กลับมาประเมินพนักงานคนจริง บางบริษัทให้ AI ทำหน้าที่ประเมินคุณภาพบริการ (QA) ผลประเมินถูกใช้จัดอันดับพนักงานและกำหนดเงินเดือนและสิ่งจูงใจ ถึงกับมีกรณีที่ระบบหักคะแนนเพราะเข้าใจผิดว่าตัวเลข "18" เป็นคำหยาบ

"พวกเขาวัดแม้กระทั่งสัดส่วนการใช้ภาษาสุภาพ ความถี่ของ 'คำรองรับ' อย่าง 'ค่ะ เข้าใจค่ะ' หรือแม้แต่ว่าระดับเสียงอยู่ที่โน้ตซอลหรือเปล่า แต่ AI จะจับน้ำเสียงแห่งความเห็นอกเห็นใจอย่าง 'อ๋อ ค่ะ เข้าใจค่ะ' ได้จริงเหรอ?" คิมตั้งคำถาม

AI ยังกลายเป็นข้ออ้างในการเฝ้าดูพนักงานแบบเรียลไทม์ เพราะสายถูกถอดเป็นข้อความและวิเคราะห์อัตโนมัติ หัวหน้าเห็นทุกอย่างบนจอ ใครรับสาย ใครรอ ใครไปห้องน้ำ ถ้าสายนานก็เปิดดูว่าคุยเรื่องอะไร บางทีแอบฟังแล้วส่งข้อความบอกว่าอย่าพูดเรื่องนี้ "รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา"

ถ้าไม่อยากให้เป็นอนาคต


หัวหน้างานระดับกลางในศูนย์คอลเซ็นเตอร์ตั้งเป้า "จำนวนสายต่อชั่วโมง" ในแอปส่งข้อความของที่ทำงาน | ภาพจาก: Hankook Ilbo

การนำ AI มาใช้ในศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ในเกาหลีใต้ปี 2026 สะท้อนภาพการปรับตัวที่รวดเร็ว โดยมีสัดส่วนการใช้งานพนักงานถึง 51.8% ตามรายงานของธนาคารแห่งเกาหลี (Bank of Korea - BOK) ซึ่งสูงกว่าสหรัฐฯ เกือบ 2 เท่า โดยพนักงานเกือบครึ่งมองว่า AI เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่าโทษ

แต่เมื่อสิงหาคม 2025 MIT Media Lab ระบุว่า 95% ของบริษัทที่ลงทุนใน AI ไม่เห็นผลตอบแทนที่มีความหมาย พูดง่ายๆ คือเทคโนโลยีอาจไม่สดใสอย่างที่หวัง

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าจุดเริ่มต้นต้องยอมรับว่า AI ไม่สมบูรณ์แบบ คิม กวานอุค กล่าวว่าหลายบริษัทติดกับ "ความมองโลกในแง่ดีเกินไปเรื่องเทคโนโลยี" โดยโฆษณาว่า AI ให้คำปรึกษาแม่นยำ รวดเร็ว เฉพาะบุคคล ไม่จำกัดเวลา แต่ซ่อนว่าในความเป็นจริงมีข้อจำกัดร้ายแรง

การสร้าง AI ที่ฉลาดจริงต้องฟังเสียงพนักงานเมื่อพัฒนาระบบ คิม จองฮุน (Kim Jung-hoon) วัย 38 ปี นักศึกษาปริญญาเอกด้านแรงงานสัมพันธ์จากมหาวิทยาลัย Cornell กล่าวว่า "การนำ AI มาใช้แบบบนสั่งลงล่างทำให้ยากที่จะประเมินผลข้างเคียง ข้อค้นพบสำคัญของงานวิจัย MIT คือ AI มักทำงานไม่ได้ดีเพราะขาดข้อมูลที่จำเป็นในหน้างาน"

ปลายปี 2023 Microsoft ทำข้อตกลงกับสหพันธ์แรงงาน AFL-CIO ซึ่งเป็นสหพันธ์แรงงานใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ให้เจรจากับสหภาพแรงงานเมื่อพัฒนาและนำ AI มาใช้ พร้อมฝึกอบรมพนักงานและผู้นำสหภาพ ถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างบริษัทเทคโนโลยีกับสหภาพแรงงานเรื่อง AI

คิมย้ำว่าโลกต้องระวังเทคโนโลยีที่ทิ้งมนุษย์ไว้ข้างหลัง "ท้ายที่สุดคนสร้าง AI ไม่มีข้อมูลก็ไม่มี AI ถ้าคนงานหายไป ก็ไม่มีเศรษฐกิจ ไม่มีรัฐ และไม่มีอนาคต เราต้องการให้ AI ปรับตัวเข้าหาเรา ไม่ใช่เราปรับตัวเข้าหา AI"


ที่มา:
What AI overtaking jobs looks like (The Korea Times, 16 March 2026)
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง