สงครามอิหร่านก่อวิกฤตพลังงานส่งผลกระทบไปทั่วโลก และเวียดนามก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามรัฐบาลเเวียดนามก็เสนอมาตรการลดภาษีน้ำมันเหลือ 0% รวมถึงมีมาตรการอื่นๆ เช่นการ เร่งปรับใช้พลังงานนิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียน ลดพึ่งพาการนำเข้าจากแหล่งเดิม มีการขอความร่วมมือรัสเซียมากขึ้น ซึ่งจะกระทบกับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และยุโรป
สงครามที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลโจมตีอิหร่านจนตามมาด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้ส่งผลสะเทือนด้านพลังงานต่อหลายประเทศ ทำให้น้ำมันและก๊าซราคาสูงขึ้นทั่วโลกจนกลายเป็นวิกฤตพลังงาน ซึ่งนอกจากไทยแล้ว ประเทศที่ในภูมิภาคเดียวกันอย่างเวียดนามก็เผชิญผลกระทบนี้ด้วย
Le Hong Hiep นักวิเคราะห์อาวุโสและผู้ประสานงานโครงการเวียดนามศึกษาที่ สถาบัน ISEAS-Yusof Ishak มองว่าวิกฤตในครั้งได้เผยให้เห็นความเปราะบางเกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงานของเวียดนาม และมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เวียดนามหันมาหาพลังงานนิวเคลียร์และแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็อาจจะกลายเป็นการส่งผลสะเทือนต่อสมดุลมหาอำนาจโลกที่กำลังเผชิญหน้ากัน
เวียดนามเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันแก๊สโซลีนเพิ่มสูงขึ้น 50% ในขณะที่ดีเซลราคาสูงขึ้น 70% มีคนต่อคิวเติมน้ำมันเป็นแถวยาว นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบกับการประชุมความร่วมมือเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แฟซิฟิก หรือ APEC 2027 ที่เกาะฟู้โกว๊ก ทำให้เกิดความล่าช้าเนื่องจากมีน้ำมันดีเซลไม่มากพอจะขนส่งวัสดุก่อสร้างไปยังพื้นที่ก่อสร้างเพื่อจัดงานประชุม อีกทั้งราคาน้ำมันเครื่องบินก็เพิ่มสูงขึ้นและประสบภาวะขาดแคลนก็ทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินเพิ่มสูงขึ้น ทำให้คนพิจารณาเดินทางท่องเที่ยวลดลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเวียดนามที่กำลังฟื้นตัว
ปัญหาเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามด้วย จากเดิมที่เวียดนามมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานว่าเศรษฐกิจของเวียดนามจะเจริญเติบโตต่อปีอย่างน้อย 10% ในช่วงระหว่างปี 2026-2030 และปีอื่นๆ หลังจากนั้น ซึ่งจะทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2045 แต่ปัญหาการขาดแคลนพลังงานก็กำลังสร้างอุปสรรคให้กับเป้าหมายนี้ ราคาพลังงานที่แพงขึ้นทำให้เกิดความชะงักงันของการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ ทำให้ราคาต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและทำลายการแข่งขันในด้านการแปรรูปสินค้า
ฝ่ามมิงห์จิ๋ง นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้แก้ปัญหาด้วยการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงานขึ้น ซึ่งหน่วยงานนี้จะคอยติดตามเหตุการณ์โลก คอยประสานงานกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพด้านพลังงาน และคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับมาตรการกับนโยบาย
ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ออกมาเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมามีการกำหนดวิธีแก้ปัญหาด้วยการเร่งการนำยานยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV มาปรับใช้ให้เร็วขึ้น ให้มีการขยายโครงสร้างพื้นฐานคือที่ชาร์จไฟฟ้า มีการให้ผลประโยชน์ตอบแทนเพื่อจูงใจให้คนผลิตและหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น มีการปรับให้ระบบขนส่งมวลชนเน้นการใช้พลังงานไฟฟ้า มีการเร่งการนำเชื้อเพลิงชีวภาพไบโอเอทานอล E10 มาใช้ให้เร็วขึ้นเป็นภายในเดือนเมษายน ตั้งเป้าลดการใข้พลังงานก๊าซลง 10%
นอกจากเรื่องการลดการพึ่งพาพลังงานแบบตั้งเดิมแล้ว ทางบริษัทลูก PVGas ของรัฐวิสากิจด้านพลังงานเวียดนาม PetroVietnam ก็ได้กำหนดมาตรการฉุกเฉินให้มีการกระจายความเสี่ยงโดยเพิ่มแหล่งนำเข้าเพิ่มเติมจากออสเตรเลียและสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีการพยายามปรับราคาเชื้อเพลิงให้คงที่ รวมถึงทำให้มีเชื้อเพลิงมากพอสำหรับใช้ในประเทศตลอดเดือน เมษายน-พฤษภาคม
นายกรัฐมนตรีเวียดนามยังได้พยายามประสานความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ในการทำให้ประเทศมีเชื้อเพลิงเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหาประเทศตะวันออกกลางอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์ หรือ แองโกลา ในขณะเดียวกันก็แสวงหาความช่วยเหลือจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เพื่อขอเข้าถึงน้ำมันดิบมากขึ้น เพราะจีนจำกัดการส่งออกเชื้อเพลิงของตัวเอง ทำให้เอเชียเกิดปัญหาข้อจำกัดด้านเชื้อเพลิงมากขึ้น
อีกวิธีหนึ่งที่รัฐบาลเวียดนามประกาศใช้เพื่อบรรเทาปัญหาราคาน้ำมัน คือการประกาศลดภาษีน้ำมันเหลือ 0% ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2026 โดยมีการลดภาษีทั้งกับกีาซ, ดีเซล และเชื้อเพลิงเครื่องบิน แต่มาตรการนี้ก็จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ราว 273.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทางรัฐบาลเวียดนามให้เหตุผลสำหรับมาตรการนี้ว่า เพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจภาพรวมระดับประเทศ
เวียดนามเข้าหารัสเซียเพื่อช่วยเรื่องพลังงาน แต่อาจจะส่งผลค่อความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเวียดนามยังได้เดินทางไปที่รัสเซียเพื่อลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกันสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Ninh Thuan 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เวียดนามต้องการสร้างให้เสร็จภายในสิบปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีการหารือความร่วมมือด้านการส่งน้ำมัน ก๊าซ และสินค้าที่เกี่ยวข้องให้กับเวียดนามด้วย เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนเนื่องจากสงครามอิหร่าน
นักวิเคราะห์ Le Hong Hiep มองว่าที่เวียดนามไปเยือนรัสเซียในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักคือต้องการทำข้อตกลงให้รัสเซียส่งน้ำมันและก๊าซให้เพื่อเป็นการบรรเทาสถานการณ์จากสงครามอิหร่าน โดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่อมีปัจจัยเรื่องที่ทางการสหรัฐฯ ได้ผ่อนปรนการคว่ำบาตรการส่งออกพลังงานให้กับรัสเซียเป็นการชั่วคราว
Le Hong Hiep ระบุว่าปัญหาพลังงานในครั้งนี้ยังทำให้เวียดนามหันมาพิจารณาการใช้พลังงานอื่นๆ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซ เช่นการรับรองรถ EV เร็วขึ้น มีคลังน้ำมันสำรองในประเทศเพิ่มมากขึ้นเพื่อแบกรับแรงสะเทือนในอนาคต มีแผนลดระดับการสร้างโรงไฟฟ้าพลังก๊าซ LNG และหันมาส่งเสริมพลังงานนิวเคลียร์มากขึ้นโดยมีการประสานความร่วมมือกับรัสเซีย
ทว่า Le Hong Hiep ก็เตือนว่า การที่เวียดนามประสานความร่วมมือกับรัสเซียมากขึ้นก็อาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับกลุ่มประเทศตะวันตกทั้งสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหากับประเทศมหาอำนาจตามมาได้
เรียบเรียงจาก
Iran Conflict Highlights Vietnam’s Energy Security and Foreign Policy Vulnerabilities,
Le Hong Hiep, Fulcrum, 30-03-2026
Ministry proposes extending fuel tax exemptions through June, Vietnam Law, 26-03-2026
