ANFREL และ SAC-M เปิดรายงานร่วม ระบุการเลือกตั้งภายใต้รัฐบาลทหารพม่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ชี้ถูกออกแบบล่วงหน้าเพื่อเอื้อพรรคหนุนกองทัพ พร้อมเตือนนานาชาติอย่ารับรองความชอบธรรม

มินอ่องหล่าย ในฐานะผู้นำสูงสุดของเมียนมา ขณะตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งในเขตย่างกุ้งระหว่างการเลือกตั้งทั่วไปปี 2025 รอบที่ 2 เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2026 โดยสื่อทางการของพม่ารายงานว่าการตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งนี้ เพื่อติดตามความเรียบร้อยของกระบวนการใช้สิทธิลงคะแนนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว | ภาพจาก: Myanmar Digital News
เครือข่าย Asian Network for Free Elections และ Special Advisory Council for Myanmar เปิดเผยรายงานร่วมเรื่อง “Old Generals, New Clothes: The Myanmar Junta’s Illegitimate 2025-26 Elections and the Way Forward” เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 โดยระบุว่า การเลือกตั้งที่จัดขึ้นโดยรัฐบาลทหารพม่า ในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ไม่สามารถถือเป็นการเลือกตั้งที่ชอบธรรมได้
รายงานระบุว่า กระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้างองค์กรจัดการเลือกตั้ง ระบบเลือกตั้ง ไปจนถึงการคัดเลือกพรรคการเมือง ถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยเอื้อประโยชน์ต่อพรรค Union Solidarity and Development Party ซึ่งเป็นพรรคหนุนกองทัพ
นอกจากนี้ การเลือกตั้งจัดขึ้นเพียงร้อยละ 42 ของพื้นที่ประเทศ ภายใต้กรอบกฎหมายที่จำกัดการแข่งขันทางการเมือง และกีดกันพรรคการเมืองสำคัญออกจากกระบวนการ ทำให้ไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
บริตซา โรซาเลส ผู้อำนวยการบริหาร ANFREL ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้น “ไม่ใช่การเลือกตั้งที่สะท้อนเสียงของประชาชน” ขณะที่ อมาเอล วีแยร์ ผู้เขียนรายงานหลัก ชี้ว่าเป็นเพียงกระบวนการสร้าง “รัฐสภา” ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน
รายงานยังชี้ว่า แม้จะมีการออกแบบเพื่อให้ได้เปรียบ พรรค USDP กลับได้รับคะแนนเสียงเพียงร้อยละ 44–45 เท่านั้น ท่ามกลางข้อกล่าวหาการบังคับ ข่มขู่ และกดดันผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การนำของ มินอ่องหล่าย ซึ่งยึดอำนาจตั้งแต่ปี 2564 โดยรายงานระบุว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พม่าเผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งอาชญากรรมร้ายแรงทางมนุษยธรรม การคุมขังทางการเมือง การอพยพ และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ
รายงานเตือนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การเปิดทางสู่ประชาธิปไตย แต่เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหาร พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึง สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ องค์การสหประชาชาติ ปฏิเสธการรับรองผลการเลือกตั้งดังกล่าว
พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้สนับสนุนกลุ่มฝ่ายประชาธิปไตย เช่น National Unity Government และกลไกการเมืองใหม่ รวมถึงเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลทหาร ด้วยการตัดช่องทางทรัพยากรสำคัญ และดำเนินการเอาผิดต่อผู้นำกองทัพ เพื่อยุติวงจรการลอยนวลพ้นผิดในเมียนมา
รายงานย้ำว่า แม้เผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ขบวนการประชาธิปไตยของพม่ายังคงเดินหน้าสร้างฉันทามติสู่ระบอบใหม่ โดยสะท้อนผ่านการปฏิเสธการเลือกตั้งของประชาชนในวงกว้าง
