Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

‘รอมฎอน’ อภิปรายสถานการณ์ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่กำลังก่อตัวขึ้น ตั้งข้อสังเกต ทำไมถึงใช้แนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้อีกครั้ง เป็นการเตือนฝ่ายความมั่นคง/บริหารไม่ให้มีนโยบายแข็งกร้าวเกินไปหรือไม่ พร้อมสนับสนุนรัฐบาลผลักดันการเจรจาสันติภาพต่อ เชื่อเป็นจุดเปลี่ยนลดเหตุรุนแรง ด้าน ‘ปกรณ์วุฒิ’ โวยไม่ขึ้นภาพสไลด์ของรอมฎอน ถามมีใบสั่งหรือไม่ 

 

10 เม.ย. 2569 ยูทูบ TP Channel ถ่ายทอดสดออนไลน์ มีวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อเวลา 2.00 น. ของวันที่ 10 เม.ย. 2569 รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงนโยบายการจัดการปัญหาชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากยิ่งขึ้น และคาดหวังรัฐบาลจะมีเจตจำนงในการแก้ไขปัญหา 

เบื้องต้น รอมฎอน ตั้งข้อสังเกต้วยว่า ในคำแถลงนโยบายเมื่อเทียบกับรัฐบาลอนุทิน 1 คำว่า การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย หายไปจากถ้อยแถลง หรือเป็นเพราะว่าสถานการณ์ตอนนี้มีความตึงเครียดมากขึ้น เหตุการณ์เกิดขึ้นถี่ขึ้น มีความไม่แน่นอนสูง มาตรการของหน่วยงานระดับปฏิบัติแข็งกร้าวมากขึ้น บีบรัดกดดันประชาชนมากขึ้น การเขียนแถลงเช่นนี้มีความหมายโดยนัยหรือไม่ว่า รัฐบาลกำลังสูญเสียอำนาจการควบคุมทิศทางการแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ จนถึงกับต้องใช้แนวพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คือเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาใส่ไว้ แม้ว่าจะไม่เห็นทิศทางอะไร 

สำหรับคำ 3 คำนี้เป็นคำแนะนำของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้เคยพระราชทานให้อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ระหว่างที่อดีตนายกฯ ไปรายงานสถานการณ์ที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันต์ เมื่อปลายเดือน ก.พ. 2547 หรือ 2 เดือนหลังเกิดเหตุปล้นปืน 

"9.3 แก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" เป็นหลักในการดำเนินการ เพื่อนำสันติสุขยั่งยืนกลับสู่ชายแดนภาคใต้” คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี อนุทิน 2 ระบุ

 

รอมฎอน ตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายตอนช่วงปี 2547 ค่อนข้างแข็งกร้าวมาก และแนวพระราชดำริของ ร.9 เปรียบเสมือนการย้ำเตือนสติให้ฝ่ายบริหารขณะนั้นว่ามาตรการมันแข็งเกินไป 

"คำถามในเวลานี้ของผมก็คือ ทำไมอนุทิน ถึงกล่าวถึงชายแดนใต้จากแง่มุมนี้ ผมตีความว่า เพราะสถานการณ์มันเลวร้ายลงจนรัฐบาลไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ รัฐบาลกำลังลังเลใจอยู่รึเปล่าว่าจะถอดใจ จะปล่อยมือให้การแก้ไขปัญหานี้ตกอยู่ที่ฝ่ายประจำ ฝ่ายกองทัพ ที่แข็งกร้าวมากขึ้น ก็เลยเอาคำสามคำนี้มาย้ำเตือน มาคอยเตือนสติ" รอมฎอน ตั้งข้อสังเกต  

รอมฎอน มองว่า หากเราอ้างอิงตามยุทธศาสตร์ของชาติ 20 ปี คือ มีการวางเอาไว้ว่าในปี 2570 เหตุการณ์ความรุนแรงจะเหลือ 0 เท่านั้น เพราะว่าถ้าความรุนแรงเหลือ 0 สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ กลไกพิเศษและกฎหมายพิเศษจะถูกยกเลิก แต่ว่าตอนนี้ทัศนะของประชาชนในพื้นที่มองว่าเป็นไปไม่ได้ 

เหตุเพราะสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน เหมือนสมัยปี 2547-2552 คือนโยบายของรัฐใช้ไม้แข็ง และมีการระดมกำลังกองทัพต่างพื้นที่เข้าไปประจำการในภาคใต้ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เหตุการณ์ความรุนแรงลดลง คือการมีนโยบายเจรจาสันติภาพ แต่ในช่วง 2-3 ปีหลัง (2566-2568) เหตุการณ์ความรุนแรงเริ่มกระดกขึ้น และเป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐบาลกำลังจะต้องเตรียมเฝ้าระวังเหตุความรุนแรงที่กำลังขยายตัว แต่สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลจะสามารถควบคุมเหตุความรุนแรงได้คือการมีนโยบายเจรจาสันติภาพ แต่เรากลับไม่เห็นแนวทางเหล่านี้ในการแถลงนโยบาย 

สไลด์ของรอมฎอน ปันจอร์ (ที่มา: TP Channel)

รอมฎอน เตือนว่า หากเราปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป ปีกแข็งกร้าวในขบวนการของ BRN จะมีกำลังเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น มาตรการที่ใช้ในขณะนี้รัฐบาลต้องมีการประเมินดีๆ 

ฝ่ายความมั่นคงกำลังแข็งกร้าว ?

สส.พรรคประชาชน มองว่า ช่วงที่ผ่านมา มีสถานการณ์ความไม่สงบที่ผิดแผกเกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปล้นร้านทอง หรือการปล้นปั๊มน้ำมัน เกิดขึ้นหลายจุดพร้อมๆ กัน และที่เขาอยากจะขีดเส้นมากๆ คือเหตุการณ์ลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จากพรรคประชาชาติ เมื่อ 20 มี.ค. 2569 ซึ่งเรื่องที่น่าตระหนกจากผลการสืบสวนของตำรวจคือ ทีมก่อเหตุมีอดีตทหารนาวิกโยธิน และอดีตทหารพราน จึงอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าภาครัฐมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้หรือไม่ 

"มันอดคิดไม่ได้ว่านี่เป็นแนวคิดหรือแนวนโยบายของรัฐบางหน่วย ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน. มีส่วนรับรู้หรือเห็นชอบด้วยหรือไม่ ผมอยากฟังคำตอบจากนายกฯ ที่นี่" รอมฎอน กล่าว

รอมฎอน กล่าวต่อว่า เรื่องนี้มันทำให้ประชาชนนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่ภาครัฐเป็นผู้กระทำ เช่น เหตุการณ์อดีต สว. ฟัครุดิน บอตอ ถูกลอบยิงในปี 2549 ทนายความสมชาย นีละไพจิตร ถูกบังคับสูญหายปี 2547 อดีต สส.สมรรค เอี่ยมวิโรจน์ ถูกลอบยิง 2498 และล่าสุดคือ เหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เรื่องราวเหล่านี้ย้อนกลับมาอีกครั้งย้ำเตือนความทรงจำของประชาชน และหน่วยงานความมั่นคงที่อาจจะมีส่วนในการใช้กำลังเหล่านั้น อาจจะประเมินความรู้สึกของประชาชนต่ำเกินไป แต่เขาหวังว่า นายกฯ อาจจะไม่ประเมินต่ำอย่างนั้น และอยากได้ยินเสียงของนายกฯ ว่าคิดอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสมาชิกรัฐสภา

สส.พรรคประชาชน กล่าวทิ้งท้ายการอภิปรายว่า ตอนนี้สถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายในประเทศ และคำถามสำคัญจากประชาชนก็คือ รัฐบาลมองประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้เป็นพลเมืองของประเทศนี้ที่เท่าเทียมกับคนที่อื่นในจังหวัดอื่นๆ ในประเทศด้วยหรือไม่ ท่านคิดหรือไม่ว่าการใช้มาตรการที่แข็งกร้าวของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส หรือว่าบางหน่วยที่แข็งกร้าวเพิ่มมากขึ้นจะนำมาสู่การแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอยากสนับสนุนนายกรัฐมนตรีให้ผลักดันการพูดคุยสันติภาพอย่างตรงไปตรงมาอย่างหนักแน่น และเราเห็นแล้วว่าในอดีตมันมีผลสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง 

"เป็นกำลังใจให้กับนายกรัฐมนตรีทำ ตัดสินใจทำ และที่สำคัญที่สุด ควบคุมกองทัพและควบคุมหน่วยงานราชการ เอาไว้ให้อยู่ในทิศทางการใช้แนวทางการเมืองนำการทหารที่ให้เกียรติต่อประชาชน ให้เกียรติต่อสถาบันของประชาธิปไตย อย่างสถาบันรัฐสภาของเราตรงนี้" รอมฎอน กล่าว

'ปกรณ์วุฒิ' จี้ ปธ.ชี้แจง ทำไมเอาภาพของรอมฎอน ขึ้นจอไม่ได้

หลังการอภิปรายของรอมฎอน เสร็จสิ้น ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายทวงถามว่า เมื่อสักครู่การอภิปรายของรอมฎอน ไม่มีการนำภาพ และสไลด์หลายๆ หน้าขึ้นจอให้ โดยขั้นตอนตามปกติ ตามข้อบังคับก็บอกอยู่แล้วว่า ถ้ามีวัตถุ หรือรูปภาพใดๆ ต้องให้ประธานรัฐสภาอนุญาตก่อน ซึ่งสมาชิกรัฐสภาก็มีการส่งให้ล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ประธานรัฐสภามีสิทธิอนุญาตหรือไม่อนุญาต ซึ่งโดยปกติ หากไม่อนุญาต จะต้องมีการแจ้งสมาชิกล่วงหน้า เพื่อให้มีการแก้ไขให้ถูกต้อง และให้ประธานฯ อนุญาตให้นำขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ในการประกอบการอภิปราย 

ปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี เหมือนมีการเปลี่ยนนโยบายไม่ให้มีการนำภาพขึ้นหน้าจอ เพราะมีภาพบุคคลคนหนึ่งขึ้นบนจอ และมีการห้ามขึ้นไปข้างบนว่าถ้ามีภาพบุคคลภายนอก ให้ห้ามนำภาพขึ้นโดยเด็ดขาด

"ไม่ทราบว่ามีนโยบายจากใคร แต่เป็นเหตุการณ์ที่รับไม่ได้ และเป็นการกระทำโดยพลการ และไม่มีการแจ้งสมาชิกก่อนว่าจะไม่มีสไลด์ไหนบ้าง ไม่ให้โอกาสในการแก้ไขเลย ขอให้ประธานฯ อธิบายให้สมาชิกฟังด้วย" ปกรณ์วุฒิ กล่าว

โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ตอบว่า เขาไม่ทราบเหมือนกันว่าภาพไหนขึ้นได้หรือไม่ได้ ก็ต้องดูต่อไปว่าหลังจากประชุมฯ ทำไมถึงไม่ได้ขึ้น แต่ตอนนี้เขาทราบเท่าท่านสมาชิก 

เมื่อได้รับคำตอบที่ไม่ชัดเจน ปกรณ์วุฒิ กล่าวตอบว่า เขาอยากให้ประธานรัฐสภาช่วยมาชี้แจงพรุ่งนี้ได้หรือไม่ ว่าใครเป็นคนโทรไปบอกห้องโสตฯ ว่าไม่ต้องขึ้นภาพบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นใครขึ้นเด็ดขาด ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติ 

วันนี้ (10 เม.ย.) รอมฎอน ได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ชี้แจงว่า ภาพที่ไม่ถูกให้เอาขึ้นสไลด์ มีภาพอะไรบ้าง ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 5 ภาพ ประกอบด้วย 

ภาพที่ 3 - ภาพอนุทิน ในฐานะนายกองใหญ่ของกองอาสารักษาดินแดนกำลังนำปืนเล็กยาวประทับบ่าเล็งยิง พร้อมข้อความที่อยู่ในคำแถลงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาระบบทหารอาสา ซึ่งระบุว่าจะเสริมศักยภาพของ อส.ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย “ประสาน” กับกองทัพ ผมวิจารณ์ว่าเราจะสร้างสันติสุข/สันติภาพได้อย่างไร เมื่อมีกองกำลังติดอาวุธที่หนาแน่นที่สุดในประเทศ (อส.ทั้งประเทศ อยู่ใน จชต.ถึง 43%)

ภาพที่ 4 - เป็นภาพเป้าหมายและค่าเป้าหมายของ “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” ที่กำหนดให้ภายในปี 2570 เหตุการณ์ความรุนแรงจะต้องเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นความท้าทายของรัฐบาลอนุทิน ที่เข้ามาบริหารงานในช่วงเวลานี้ ข้อวิจารณ์ก็คือว่าหากจากสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมถึงมาตรการของภาครัฐ และแนวปฏิบัติของหน่วยงานในพื้นที่แล้ว ดูเหมือนเราจะห่างไกลจากเป้าหมายนั้นแล้ว (นี่เป็นตัวอย่างความล้มเหลวของยุทธศาสตร์ชาติ) นอกจากภาพของท่านอนุทินแล้ว ยังมีภาพของท่านประยุทธ์ อดีตนายกฯ ที่ริเริ่มยุทธศาสตร์นี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วด้วย 

รอมฎอน ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ภาพของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสไลด์ อาจจะเป็นภาพ ‘คนนอก’ ที่ไม่ให้เอาขึ้นจอ 

ภาพที่ 7 - เป็นภาพของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เพื่อน สส.นราธิวาส ที่เพิ่งถูกลอบยิงไป ภาพพื้นหลังเป็นป้ายตรา “รัฐสภา” ที่มีร่องรอยกระสุนเจาะ ในระหว่างที่มีการตรวจสอบวิถีกระสุนของทางเจ้าหน้าที่ 

เขาพูดเรื่อง "แบแว" หรือ สส.กมลศักดิ์ พร้อมตั้งคำถามถึงความร้ายแรงในกรณีการลอบสังหารนี้ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและผลสะเทือนต่อสภาฯ ในฐานะที่เป็นสถาบันสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

ภาพที่ 8 - เป็นภาพของ สส.กมลศักดิ์ และผู้นำที่ถูกลอบสังหาร/อุ้มหายที่อยู่ในความทรงจำและประวัติศาสตร์บาดแผลของผู้คนในชายแดนใต้ ทั้ง สว.ฟัครุดิน บอตอ (2549) สส.สมรรถ เอี่ยมวิโรจน์ (2498) ทนายสมชาย นีละไพจิตร (2547) และฮัจญีสุหลง โต๊ะมีนา (2497) ชะตากรรมของพวกเขาเหล่านั้นทั้งที่บาดเจ็บและล้มตาย ทำให้ผู้คนนึกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ สส.กมลศักดิ์ 

เขาเตือนท่านนายกฯ ให้รู้สึกรู้สาต่อความคิดอ่านของประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ท่านเอาจริงเอาจังกับการนำคนผิดและผู้บงการมาลงโทษ เพื่อคลี่ปมสายสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่

ภาพที่ 9 - เป็นภาพประมวลสถานการณ์ "ฮ.ปริศนาบินต่ำกราดยิง" ที่นราธิวาสเมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีความจริงที่แตกต่างกันระหว่างชาวบ้านในพื้นที่กับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เรื่องนี้อาจสะท้อนถึงการใช้กำลังที่แข็งกร้าว ไม่สนใจมวลชน และเกินเบอร์ไม่ได้สัดส่วน ซึ่งกลายเป็นเรื่องแปลกประหลาดอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนใต้ 

สส.พรรคประชาชน ระบุว่าไม่ได้อภิปรายในเรื่องนี้มากนัก เนื่องจากเพื่อนสมาชิก สส.ซาการียา สะอิ สส.เขตจากนราธิวาส เพิ่งพูดถึงในรายละเอียดไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่อยากเน้นย้ำถึงท่านนายกฯ ว่าจะเข้าใจ จะเข้าถึง จะพัฒนาได้อย่างไร ในเมื่อมียุทธวิธีที่เกินเบอร์เช่นนี้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง