ปรากฏการณ์คนหนุ่มสาวชาวมลายูปาตานีสวมชุดมลายูพร้อมใจเข้าร่วมกิจกรรม "Melayu Raya 2025" ณ หาดวาสุกรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่ผ่านมาสำหรับเยาวชนชาย (Pemuda) และวันที่ 3 เมษายน 2568 สำหรับเยาวชนหญิง (Pemudi) บรรยากาศอาจไม่แตกต่างจากหลายครั้งปีที่ผ่านมา
แต่ที่น่าสนใจในปีนี้ คือ ผู้จัดได้กำหนดธีมของงาน “Green Melayu, Suci Patani” โดยสื่อความหลายถึงความพยายามของเยาวชนในการผสานเรื่องอัตลักษณ์มลายูเข้ากับแนวคิดสิ่งแวดล้อม โดยคำว่า Green Melayu หมายถึง การส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ส่วนคำว่า Suci Patani หมายถึง สังคมที่สะอาดทั้งในเชิงกายภาพและเชิงจิตใจ เป็นการสร้างความตระหนักรู้และสร้างความร่วมมือในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมของปาตานีให้คงอยู่ต่อไป
Melayu Raya 2025 กับคำยืนยันสิทธิในการจัดการทรัพยากร
Green Melayu, Suci Patani ยังเป็นทั้งการยืนยันถึงสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่น และการปกป้องทรัพยากรที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน แหล่งน้ำ พืชพรรณ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ฯลฯ ไม่ให้ถูกทำลายหรือได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ต่างๆ จากธรรมชาติเองและจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งกรณีในพื้นที่อาจมาจากโครงการพัฒนาต่างๆ ทั้งของรัฐหรือเอกชน ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรในท้องถิ่นและวิถีชีวิตชุมชนด้วย
โดยในแถลงการณ์ มลายูรายอ 2025 ก็ได้ประกาศถึง “สิทธิในการจัดการทรัพยากรของเรา” เป็น 1 ใน 3 คำยืนยันถึงเจตจำนงของเยาวชนมลายูปาตานี
“เราขอทวงคืนฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของบรรพบุรุษ และขอเรียกร้องให้มีกลไกทางการเมืองที่จะสามารถบริหารจัดการฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และเป็นธรรมต่อคนในปัจจุบันและอนาคต”
ส่วนคำยืนยันถึงเจตจำนงของเยาวชนอีก 2 ข้อคือ 1. อัตลักษณ์มลายูปาตานีต้องได้รับการยอมรับ และ 2. เศรษฐกิจที่เข้มแข็งเพื่อประชาคมปาตานี
สำนึกในอัตลักษณ์ ส่งเสริมอนุรักษ์ทรัพยากร
แม้แรงจูงใจสำคัญของการเข้าร่วมกิจกรรมประจำปีอย่าง Melayu Raya อยู่ที่สำนึกของเยาวชนในการปกป้องเชิดชูอัตลักษณ์มลายูปาตานี บวกกับความแหลมคมในการเคลื่อนไหวทางสังคมและการแสดงออกทางการเมืองผ่านกิจกรรมต่างๆ จนเกิดประเด็นถกเถียงและคำวิจารณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์
ทว่า ประเด็นการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชนท้องถิ่นก็ถือว่ามีส่วนสำคัญในการปลุกเยาวชนไม่น้อยเช่นกัน
นายอารีฟิน โสะ จาก The Patani Resource : คณะพิทักษ์ฐานทรัพยากรและการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวว่า ประเด็นทรัพยากรไม่ใช่เหตุผลหลักที่เยาวชนคนหนุ่มสาวเข้าร่วมกิจกรรม Melayu Raya 2025 แต่ความตื่นตัวด้านการปกป้องทรัพยากรในท้องถิ่นและการเรียนรู้ถึงผลกระทบจากโครงการพัฒนาต่างๆ ที่ลงไปในพื้นที่ที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปี่ผ่านมา
อารีฟิน กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพบว่า มีโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและทรัพยากรในท้องถิ่นมีแนวโน้มเกิดขึ้นมาก เช่น โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล หรือโครงการอื่นๆ ซึ่งความตื่นตัวและความเคลื่อนไหวของเยาวชนต่อโครงการเหล่านั้นมาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ เป็นโครงการที่ทำลายกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และโครงการที่อาจจะสร้างผลกระทบต่อชุมชน
“เยาวชนและชุมชนพยายามลุกขึ้นตั้งคำถามต่อโครงการเหล่านี้มากขึ้นว่า จะมีผลกระทบอะไรบ้าง หากไม่มีผลกระทบประชาชนก็ไม่คัดค้าน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายโครงการเลือกที่จะชะลอโครงการไปก่อน แต่ก็มีบางโครงการที่รัฐเดินหน้าต่อไป โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากชาวบ้าน คือ โครงการประตูระบายน้ำกรงปินัง จ.ยะลา”
เปิดโครงการพัฒนาที่กระทบชุมชน?
ทั้งนี้ The Patani Resource : คณะพิทักษ์ฐานทรัพยากรและการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้รวบรวมข้อมูลโครงการพัฒนาของรัฐและเอกชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ4 อำเภอของ จ.สงขลา โดยเฉพาะโครงการที่มีประเด็นปัญหาพิพาทกับประชาชนบางส่วนในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการและโครงการที่ดำเนินการไปแล้วพบว่า มีมากราว 60 โครงการ (อ่านข้อมูลประกอบในตารางด้านล่าง)
ทั้งนี้มีหลายโครงการมีเยาวชนในชุมชนที่ตั้งโครงการเข้าไปมีบทบาทเคลื่อนไหวอย่างแข็งขัน ทั้งการเคลื่อนไหวคัดค้าน การเสนอความคิดเห็นหรือการจัดพื้นที่กลาสงเพื่อให้ฝ่ายต่างที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล อย่างเช่น โครงการประตูระบายน้ำกรงปินัง จ.ยะลา ซึ่งอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น แต่ก็ถูกชาวบ้านคัดค้าน
ส่วนโครงการที่มีข้อพิพาทกับชาวบ้านในพื้นที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่ามีนับสิบโครงการด้วยกัน ซึ่งเป็นหวั่นเกรงว่าอาจเป็นการเพิ่มชนวนความขัดแย้งจากที่มีอยู่แล้วในพื้นที่จากปัญหาความไม่สงบนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ตัวอย่างโครงการที่มีข้อพิพาทดังกล่าว เช่น โครงการผังเมืองอุตสาหกรรม อ.หนองจิก 3,000 ไร่ ในพื้นที่ ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานีซึ่งรัฐต้องการเปลี่ยนพื้นที่การเกษตรและที่อาศัยเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมโดยรวบรัดกระบวนการและขาดการมีส่วนร่วม แต่ก็ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว
โครงการขุดลอกอ่าวปัตตานี งบประมาณ 650 ล้าน ในพื้นอ่าวปัตตานี เขต อ.เมือง และ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่ง The Patani Resource ระบุว่า เป็นการดำเนินโครงการโดยขาดข้อมูลวิชาการรอบด้าน ส่งผลให้เกิดการทำลายระบบนิเวศและทำลายอาชีพประมงในอ่าวปัตตานี ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟู อีกทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการเยียวยา ปัจจุบันโครงการดำเนินการไปเสร็จสิ้นแล้ว
โครงการเหมืองหินเตราะปลิง ต.เตราะบอน อ.สายบุรี ซึ่งถูกชาวบ้านและกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ทั้งคนพุทธและมุสลิมต่างคัดค้านอย่างหนัก จนทำให้ต้องมีการชะลอโครงการ โดย The Patani Resource ระบุว่า หากเกิดโครงการนี้ขึ้นมาชุมชนรอบข้างจะได้รับผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพ เช่น ระบบทางเดินหายใจจากมลพิษระหว่างการดำเนินโครงการ และทำลายระบบนิเวช อีกทั้งส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร
ชุดโครงการขุดลอกและสร้างอ้างเก็บน้ำบริเวณพรุลายควาย พื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี และ อ.รามัน จ.ยะลา ได้ทำลายระบบนิเวศของพรุลานควาย และอาจเป็นช่องทางคอรัปชั่นจากการขุดลอก อย่างไรก็ตามโครงการบางส่วนดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และบ้างส่วนก็ถูกชะลอไว้ก่อน
โครงการเขื่อนลำพญา ต.ลำพญา อ.เมืองยะลา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยชาวบ้านคัดค้านโครงการนี้เนื่องจากเห็นว่าจะเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของสายน้ำปัตตานี ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และหลายชุมชน เพราะต้องอพยพหนีน้ำท่วม
โครงการเหมืองแร่หินปูนห้วยกระทิง ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ซึ่งพื้นที่แหล่งต้นน้ำและมีภาพเขียนโบราณภายในถ้ำ หากมีการดำเนินโครงการเหมืองหินย่อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวชและวิถีชุมชน สถานะปัจจุบันคือชะลอโครงการ โดยชาวบ้านและเยาวชนในหมู่บ้านพยายามพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและเป็นแหล่งอนุรักษ์สัตว์ป่าในท้องถิ่น
โครงการเหมืองหินเขาลาเมาะ-เปาะลามะ ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งถูกชาวบ้านคัดค้านอย่างหนักมาแล้ว เพราะหากดำเนินโครงการขึ้นมาจะทำให้ชุมชนรอบข้างจะได้รับผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพ เช่น ระบบทางเดินหายใจจากมลพิษระหว่างการดำเนินโครงการ และทำลายระบบนิเวช อีกทั้งส่งผลกระทบต่อการเกษตร ปัจจุบันได้มีการชะลอโครงการ
โครงการนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะมีทั้งพื้นที่อุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า ท่าเรือ ฯลฯ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายตำบลใน อ.จะนะ โดยรัฐต้องการส่วนหนึ่งของโครงการเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" โดยจะให้ อ.จะนะเป็นเมืองต้นแบบด้านอุตสาหกรรมแห่งอนาคตซึ่งมีการเสนอมามาตั้งแต่ปี 2560 หากโครงการนี้เกิดขึ้นอาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าพื้นที่ อ.จะนะไปอย่างสิ้นเชิงทั้งด้านกายภาพ วีถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะนี้ถูกคัดค้านอย่างหนักในวงกว้างจนทำให้รัฐบาลต้องชะลอโครงการไปก่อน โดยกำหนดให้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment) ตามข้อเสนอของภาคประชาชนใน อ.จะนะก่อนตัดสินใจ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ตามที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์
นอกจากนี้ ยังมีโครงการ่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกหลายแห่งในพื้นที่รวมประมาณ 30 โรง ทั้งที่เปิดดำเนินการไปแล้ว ยังอยู่ระหว่างดำเนินการและบางแห่งถูกชาวบ้านคัดต้านโดยมีกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นแกนนำหลักจนต้องมีการชะลอโครงการไปก่อน เนื่องจากหวั่นเกรงต่อผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งกรณีที่มีการอนุญาตให้ใช้ถ่านหินเป็นเชื่อเพลงแทนเชื้อเพลงชีวมวลในท้องถิ่นด้วย
พลิกเป็นพลังสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน
เหล่านี้เป็นตัวอย่างโครงการพัฒนาทั้งขนาดใหญ่ขนาดเล็กทั้งของรัฐและเอกชนที่มีเยาวชนคนหนุ่มสาวในพื้นที่มีบทบาทสำคัญจากความสำนึกรักบ้านเกิด ซึ่งอาจเป็นผลสืบเนื่องจากระแสความตื่นตัวตระหนักรู้ถึงการปกป้องอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง
ประกอบกับข้อวิจารณ์ในเรื่องการไม่ใส่ใจในปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องขยะและการรักษาความสะอาดของคนมลายู กลุ่มผู้จัดงานจึงต้องเข้มงวดเรื่องการรักษาความสะอาด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเยาวชนเป็นอย่างดี
กิจกรรม Melayu Raya 2025 อาจถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความขัดแย้ง แต่หากข้อเรียกร้องของกลุ่ม Pemuda-Pemudi ได้รับการตอบสนองและยอมรับก็อาจเปลี่ยนเป็นพลังแห่งสันติภาพได้
เช่นเดียวกับในมิติทรัพยากรและการพัฒนา ซึ่งอารีฟิน โสะ จาก The Patani Resource ได้ยืนยันมาตลอดถึงการดำเนินโครงการที่โปรงใส ไม่สร้างผลกระทบในทางลบแก่ชุมชน และเน้นการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของประชาชน สันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนก็จะเกิดขึ้นกับพื้นที่ได้เช่นกัน
“สิทธิชุมชน” แนวทางที่เป็นไปได้ แม้จะยาก
แม้ว่า เจตจำนงเรื่อง ”สิทธิในการจัดการทรัพยากรของเรา” ตามที่เยาวชนมลายูปาตานีเสนอพร้อมกับเรียกร้องให้มีกลไกทางการเมืองมาบริหารจัดการฐานทรัพยากรที่เป็นธรรมต่อคนในพื้นที่ ถูกวิจารณ์ว่า อาจทำได้ยาก แต่ก็เป็นไปได้ หากจะยึดรัฐธรรมนูญไทยปี 2560 ที่บัญญัติเรื่องสิทธิชุมชนไว้โดยตรงใน 2 ส่วน
ส่วนแรกในหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย โดยบัญญัติให้ทั้งบุคคลและชุมชนมีสิทธิในการจัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์ในทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ส่วนที่สอง อยู่ในหมวด 5 ว่าด้วยหน้าที่ของรัฐซึ่งหลายกรณี เช่น รัฐมีหน้าที่อนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยให้ประชาชนและชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนรวมดำเนินการและได้รับประโยชน์ หรือรัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย ประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ เป็นต้น
จริงอยู่ว่า แนวคิดเรื่องสิทธิชุมชนถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ในทางปฏิบัติที่ผ่านมามีปัญหามาก โดยเฉพาะความเข้าใจที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการนำสิทธิชุมชนไปใช้ ทำให้เกิดปัญหาตามมา
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผศ.ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม และคณะจากศูนย์วิจัยกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยออกแบบแนวปฏิบัติเรื่องนี้ไว้เมื่อปี 2562 (ในวารสารรามคำแหง ฉบับนิติศาสตร์ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562) ว่า เรื่องแรกต้องออก “กฎหมายลูก” เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ โดยการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายแบบดั้งเดิม (Traditional Legal Infrastructure) และนำ“พหุลักษณะทางกฎหมาย” (Legal Pluralism) มาใช้ คือการนำกฎหมายสองชุดมาใช้ร่วมกันภายใต้ระบบกฎหมายเดียวกัน เพื่อสร้างความสมดุลและความเชื่อมโยงระหว่างอำนาจรัฐนิยม ปัจเจกชนนิยมกับชุมชนนิยม
ลำดับต่อมา คือสร้างความเชื่อมโยงระหว่างระบบจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยรัฐ (State Property Regime) กับ ระบบจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชน (Common Property Regime)
ในที่สุด เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวคิดเรื่องสิทธิชุมชนในรัฐธรรมนูญ เสนอให้นำ “การจัดการร่วมที่มีชุมชนเป็นฐาน (Community-based Co-management)” มาเป็นฐานคิดในระบบกฎหมายไทย สำหรับการดำเนินการในเรื่องการใช้สิทธิของชุมชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และการทำหน้าที่ของรัฐเพื่อประกันสิทธิของชุมชน
ดังนั้น หากกลุ่มเยาวชนมลายูปาตานีนึกอยากจะเชื่อมการเคลื่อนไหวเรื่องอัตลักษณ์มลายูปาตานีกับเรื่องสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็คงจะทำให้การเคลื่อนไหวง่ายขึ้นก็ได้ แต่บทเรียนการต่อสู้เพื่อประชาชนจริงๆ ของประเทศนี้อาจไม่เป็นอย่างนั้น เพราะแม้แต่คำว่า “สิทธิชุมชน” ซึ่งปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญมาแล้ว 3 ฉบับก็ยังไม่ได้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมซักที
ข้อมูลโครงการหรือกิจกรรมการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของสงขลา
การแย่งยึด ทำลายฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปาตานี และการละเมิดสิทธิในการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีผ่านโครงการพัฒนาของรัฐ (อัพเดตเมื่อ 29 มีนาคม 2568)
| ประเภทโครงการ | สถานที่ตั้ง | ผลกระทบ | สถานะ | |
โครงการที่ดำเนินการในจังหวัดปัตตานี | ||||
| 1 | ผังเมืองอุตสาหกรรมอำเภอหนองจิก 3000 ไร่ | ต.บางเขา อ.หนองจิก | เปลี่ยนพื้นที่การเกษตรและที่อาศัยเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมโดยรวบรัดกระบวนการและขาดการมีส่วนร่วม | ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว |
| 2 | ผังเมืองอุตสาหกรรมอำเภอปะนาเระ 2000 ไร่ | ต.น้ำบ่อ อ.ปะนาเระ | เปลี่ยนพื้นที่การเกษตรและที่อาศัยเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมโดยรวบรัดกระบวนการและขาดการมีส่วนร่วม | ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว |
| 3 | ขุดลอกอ่าวปัตตานี งบ 650 ล้าน | พื้นอ่าวปัตตานี อ.เมือง และ อ.ยะหริ่ง | ขาดข้อมูลวิชาการรอบด้านส่งผลให้เกิดการทำลายระบบนิเวศและทำลายอาชีพประมงในอ่าวปัตตานี ใช้เวลานานในการฟื้นฟู และไม่ได้รับการเยียวยา | ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว |
| 4 | โครงการกำแพงกันคลื่นปะเสยวอ - ปะนาเระ | ต.ปะเสยวอ อ.สายบุรี - ต.น้ำบ่อ อ.ปะนาเระ | เพิ่มการกัดเซาะชายฝั่ง และไม่ใช่การแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งตามหลักวิชาการ และจะส่งผลกระทบพื้นที่ชายฝั่งกว่าสิบกิโลเมตร | อยู่ในช่วงเตรียมดำเนินการ |
| 5 | กำแพงปากร่องน้ำปะนาเระ | ชายหาด อ.ปะนาเระ | ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายอย่างรุนแรง กินพื้นที่หลายสิบกิโลเมตร | ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว |
| 6 | กำแพงปากร่องน้ำสายบุรี | ชายหาด อ.สายบุรี | ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายอย่างรุนแรง กินพื้นที่หลายสิบกิโลเมตร | ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว |
| 7 | การลักลอบดูดทรายในแม่น้ำสายบุรี | หลายพื้นที่ของชุมชนติดแม่น้ำสายบุรี | เกิดการกัดเซาะชายฝั่งและดินถล่มสองฝั่งแม่น้ำสายบุรีทำให้ที่ดินหลายครัวเรือนเสียหาย | กำลังดำเนินการ หลายโครงการ |
| 8 | เขื่อนปัตตานี | รอยต่อ อ.แม่ลาน อ.ยะรัง และ อ.เมืองยะลา | เปลี่ยนแปลงระบบนิเวชของสายน้ำปัตตานี ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และหลายชุมชนต้องอพยพหนีน้ำท่วม | กำลังดำเนินการ |
| 9 | โครงการเหมืองหินเตราะปลิง | ต.เตราะบอน อ.สายบุรี | หากเกิดโครงการชุมชนรอบข้างจะได้รับผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพ เช่น ระบบทางเดินหายใจจากมลพิษระหว่างการดำเนินโครงการ และทำลายระบบนิเวศ อีกทั้งส่งผลกระทบต่อการเกษตร | ชะลอโครงการ |
| 10 | โรงงานยางมะตอย ต.เตราะบอน อ.สายบุรี | ต.เตราะบอน อ.สายบุรี | เมื่อลมพัดจะมีไอความร้อนส่งผลกระทบต่อการเกษตรและวิถีชีวิตของชุมชนรายล้อม | หยุดดำเนินการชั่วคราว |
| 11 | บ่อทิ้งขยะจังหวัดปัตตานี | ต.หนองแรต อ.ยะหริ่ง | ส่งกลิ่นเหม็นให้ชุมชนรอบข้างและน้ำจากบ่อขยะไหล่ลงสู่แม่น้ำยะหริ่ง ทำลายระบบนิเวศ | กำลังดำเนินการ |
| 12 | การขุดลอกและสร้างอ้างเก็บน้ำบริเวณพรุลายควายหลายสิบโครงการ | อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี และ อ.รามัน จ.ยะลา | ทำลายระบบนิเวศของพรุลานควาย และเป็นช่องทางดำเนินโครงการเพื่อการคอรัปชั่นจากการขุดลอก | บางส่วนดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วและบ้างส่วนชะลอโครงการ |
| 13 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน | โครงการนี้ทำลายป่าไม้ เพื่อเผาเป็นเชื่อเพลิงสร้างพลังงาน และสร้างฝุ่นควันจำนวนมาก สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิต อีกทั้งกฎหมายยังอนุญาตให้ใช้ถ่านหินแทนชีวมวลในท้องถิ่นได้ การดำเนินแผนพลังงานของรัฐไทยมุ่งใช้ฟอซซิลจากถ่านหินที่ข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าเป็นพลังงานสกปรก ย้อนแย้งกับความพยายามของประชาคมโลกที่จะสนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้า เพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก | กำลังดำเนินการ |
| 14 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก | ยุติโครงการ | |
| 15 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก | กำลังดำเนินการ | |
| 16 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.หนองแรต อ.ยะหริ่ง | ชะลอโครงการ | |
| 17 | โรงไฟฟ้าขยะ | ต.บางเขา อ.หนองจิก | ชะลอโครงการ | |
โครงการที่ดำเนินการในจังหวัดยะลา | ||||
| 18 | เขื่อนบางลาง | อ.บันนังสตา อ.ธารโต | เปลี่ยนแปลงระบบนิเวชของสายน้ำปัตตานี ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และหลายชุมชนต้องอพยพหนีน้ำท่วม | กำลังดำเนินการ |
| 19 | การจัดวางผังเมืองที่ผิดแบบ เขตอุตสาหกรรมซ้อนทับที่อยู่อาศัย | ต.พร่อน ต.ลำใหม่ ต.บูดี ต.สะเตงนอก | โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งใน ต.พร่อน ซ้อนทับที่อยู่และพื้นที่การเกษตร ทำให้ชุมชนต้องทนอยู่ทามกลางแหล่งอุตสาหกรรม | กำลังดำเนินการ หลายโครงการ |
| 20 | โครงการเหมืองห้วยกระทิง | ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปีนัง | พื้นที่นี้เป็นแหล่งต้นน้ำและมีภาพเขียนโบราณภายในถ้ำที่เป็นเป้าหมายการทำเหมืองหิน และพื้นที่นี้จะมีชุมชนลายรอบ หากมีการดำเนินโครงการเหมืองหินย่อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวชและวิถีชุมชน | ชะลอโครงการ |
| 21 | เขื่อนลำพญา | ต.ลำพญา อ.เมืองยะลา | เปลี่ยนแปลงระบบนิเวชของสายน้ำปัตตานี ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และหลายชุมชนต้องอพยพหนีน้ำท่วม | กำลังก่อสร้าง |
| 22 | เหมืองหินตำบลลิดล | ต.ลิดล อ.เมืองยะลา | ในอดีตชุมชนต้องอพยพหนีแรงสั่นสะเทือนและผลกระทบจากการระเบิด อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจจากมลพิษระหว่างการดำเนินโครงการ ระบบนิเวศ และการเกษตรเสียหาย | กำลังดำเนินการ |
| 23 | เมืองหินลาบูน | ต.ปะแต อ.ยะหา | ในอดีตเคยดำเนินการและหยุดไปแล้ว ล่าสุดมีกลุ่มทุนพยายามรื้อฟื้นโครงการนี้อีกครั้ง หากมีการดำเนินการจะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำชุมชนและวิถีชีวิตชุมชน | ชะลอโครงการ |
| 24 | ตัดถนนบุกรุกพื้นที่ป่าฮาลา | เตรียมก่อสร้างถนนตัดป่าฮาลาบาลากว่าร้อยกิโลเมตร เชื่อมเส้นทางสุคิริน - เบตง ซึ่งพื้นป่าแห่งนี้คือป่าอุดมสมบูรณ์อันดับต้น ๆ ของภูมิภาค หากมีการดำเนินการจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่าซึ่งเป็นแหล่งซับคาร์บอนไดออกไซน์ที่เป็นหนึ่งในตัวการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก | อยู่ในขั้นตอนทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม | |
| 25 | บ่อทิ้งขยะจังหวัดยะลา | ต.สะเตงนอก อ.เมือง | ละเมิดสิทธิในการมีชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีของชุมชนรอบข้างบ่อขยะ | กำลังดำเนินการ |
| 26 | โรงไฟฟ้าขยะ ต.สะเตงนอก | ต.สะเตงนอก อ.เมือง | ขาดกระบวนมีส่วนร่วมที่มีคุณภาพและครอบคลุมงานวิชาการในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และอาจทวีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน เพราะดำเนินการในพื้นที่เดียวกันที่เป็นบ่อขยะของจังหวัดยะลา | ดำเนินการก่อสร้าง |
| 27 | เขื่อน ต.กือเม็ง อ.รามัน | ต.กือเม็ง อ.รามัน ลุ่มน้ำสายบุรี | ในอดีตเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ชุมชนละแวกนี้เคยคัดค้านโครงการนี้แล้วเพราะมันจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวชและความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำสาบุรีทั้งหมด แต่ล่าสุดมีกลุ่มทุนและผู้นำท้องถิ่นได้นำเป็นวาระผลักดันโดยอ้างว่าเพื่อกันน้ำท่วมเมืองใหญ่ | อยู่ในขั้นตอนผลักดันโครงการ |
| 28 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.พร่อน อ.เมือง (2 โรง) | โครงการนี้ทำลายป่าไม้ในการเผาไหม้สร้างพลังงาน และสร้างฝุ่นควันจำนวนมาก สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิต อีกทั้งกฎหมายยังอนุญาตให้ใช้ถ่านหินแทนชีวมวลในท้องถิ่นได้ การดำเนินแผนพลังงานของรัฐไทยมุ่งใช้ฟอซซิลจากถ่านหินที่ข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าเป็นพลังงานสกปรก ย้อนแย้งกับความพยายามของประชาคมโลกที่จะสนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้า เพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก | กำลังดำเนินการ |
| 29 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.บูดี อ.เมือง (2 โรง) | กำลังดำเนินการ | |
| 30 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา | กำลังดำเนินการ | |
| 31 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง | กำลังดำเนินการ | |
| 32 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ปะแต อ.ยะหา | ชะลอโครงการ | |
| 33 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.กาตอง อ.ยะหา | ชะลอโครงการ | |
โครงการที่ดำเนินการในจังหวัดนราธิวาส | ||||
| 34 | โครงการกำแพงกันคลื่นตำบลโคกเคียน | ต.โคกเคียน อ.เมือง นราธิวาส | เพิ่มการกัดเซาะชายฝั่งที่ไม่มีกำแพงกันไว้ และแนวทางนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งตามหลักวิชาการ และจะส่งผลกระทบพื้นที่ชายฝั่งกว่าสิบกิโลเมตร | ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว |
| 35 | โครงการกำแพงกันคลื่น เมืองนราธิวาส | อ.เมือง นราธิวาส | เพิ่มการกัดเซาะชายฝั่งที่ไม่มีกำแพงกันไว้ และแนวทางนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งตามหลักวิชาการ และจะส่งผลกระทบพื้นที่ชายฝั่งหลายกิโลเมตร | ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว |
| 36 | โครงการกำแพงกันคลื่นอำเภอตากใบ | อ.ตากใบ จ.นราธิวาส | เพิ่มการกัดเซาะชายฝั่งที่ไม่มีกำแพงกันไว้ และแนวทางนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งตามหลักวิชาการ และจะส่งผลกระทบพื้นที่ชายฝั่งหลายกิโลเมตร | ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว |
| 37 | กำแพงชายแดนแม่น้ำโกลก | อ.แว้ง อ.โกลก | รัฐอ้างว่าการก่อสร้างนี้หวังป้องกันน้ำท่วม แต่ผลปรากฏว่าหลังการก่อสร้างเสร็จบางส่วนกลับทำให้ยิ่งซ้ำเติมปัญหาน้ำท่วมให้หนักหยิ่งขึ้นเพราะน้ำที่ท่วมจะระบายได้ช้าลง | ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว บางส่วน |
| 38 | โครงการประตูกั้นน้ำขนาดเล็กหลายพื้นที่ใน อ.สุไหงปาดี | อ.สุไหงปาดี | การสร้างคอนกรีตชะลอน้ำเป็นการทำลายระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดการแย่งน้ำของชุมชนในฤดูแล้ง ซึ่งเป็นการจัดการน้ำที่ล้มเหลวของภาครัฐ | ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว |
| 39 | กฎหมายที่ดินทับพื้นที่ทำกินของชุมชน เขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี | อ.บาเจาะ – อ.สุไหงปาดี | รัฐใช้กฎหมายที่ไม่อิงข้อเท็จจริงและหลักวิชาการ ส่งผลให้เกิดการแย่งชิงที่ดินของชุมชนไปเป็นของรัฐ | ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว |
| 40 | กฎหมายที่ดินทับพื้นที่ทำกินของชุมชนอุทยานแห่งชาติซีโป | อ.ระแงะ อ.สุคิริน อ.รือเสาะ | รัฐใช้กฎหมายที่ไม่อิงข้อเท็จจริงและหลักวิชาการ ส่งผลให้เกิดการแย่งชิงที่ดินของชุมชนไปเป็นของรัฐ | อยู่ในขั้นตอนผลักดันโครงการ |
| 41 | โครงการเหมืองหินเขาลาเมาะ-เปาะลามะ | ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ | หากเกิดโครงการชุมชนรอบข้างจะได้รับผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพ เช่น ระบบทางเดินหายใจจากมลพิษระหว่างการดำเนินโครงการ และทำลายระบบนิเวศ อีกทั้งส่งผลกระทบต่อการเกษตร | ชะลอโครงการ |
| 42 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ลำภู อ.เมือง | โครงการนี้ทำลายป่าไม้ในการเผาไหม้สร้างพลังงาน และสร้างฝุ่นควันจำนวนวนมาก สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิต อีกทั้งกฎหมายยังอนุญาตให้ใช้ถ่านหินแทนชีวมวลในท้องถิ่นได้ การดำเนินแผนพลังงานของรัฐไทยมุ่งใช้ฟอซซิลจากถ่านหินที่ข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าเป็นพลังงานสกปรก ย้อนแย้งกับความพยายามของประชาคมโลกที่จะสนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้า เพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก | กำลังดำเนินการ |
| 43 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.บางปอ อ.เมือง | กำลังดำเนินการ | |
| 44 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ | เตรียมการจัดเวทีประชาคม | |
| 45 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ (2 โรง) | กำลังจัดหาสถานที่ | |
| 46 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.จะแนะ อ.จะแนะ | ข้อมูลไม่ชัดเจน | |
| 47 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.เรียง อ.รือเสาะ | ยังไม่ดำเนินการ | |
| 48 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ลุโบะบือซา อ.ยี่งอ | ข้อมูลไม่ชัดเจน | |
| 49 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ | กำลังดำเนินการ | |
| 50 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.มาโมง อ.สุคิริน | ข้อมูลไม่ชัดเจน | |
| 51 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร | ข้อมูลไม่ชัดเจน | |
โครงการที่ดำเนินการใน 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา | ||||
| 52 | โรงแยกก๊าซและโรงไฟฟ้า อ.จะนะ | อ.จะนะ | รัฐไทยใช้ทรัพยากรฟอซซิลในแอ่งปัตตานี แต่ท้องถิ่นกลับไม่มีส่วนร่วมในการออกแบบและรับผลประโยชน์เพื่อหมุนเวียนกลับสู่ท้องถิ่น | กำลังดำเนินการ |
| 53 | โครงการนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อำเภอจะนะ | อ.จะนะ | หากมีการดำเนินโครงการอุตสาหกรรมจะนะสำเร็จจะส่งกระทบต่อระบบนิเวชในทะเลขนาดใหญ่ที่เชื่อมหลายอำเภอ และจะแปลงให้ภาคใต้กลายเป็นแหล่งนิคมอุตสาหกรรม เปลี่ยนวิถีการดำเนินเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรธรรมชาติ | ชะลอโครงการ |
| 54 | โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ อำเภอเทพา | ต.ปากบาง อ.เทพา | การดำเนินแผนพลังงานฟอซซิลจากถ่านหินที่ข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าเป็นพลังงานสกปรก ย้อนแย้งกับความพยายามของประชาคมโลกที่จะสนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้า 5 เพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก | ชะลอโครงการ |
| 55 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.คู อ.จะนะ | กำลังดำเนินการ | |
| 56 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ขุนตัดหวาย อ.จะนะ | กำลังดำเนินการ | |
| 57 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.นาทวี อ.นาทวี | อยู่ระหว่างดำเนินการ | |
| 58 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ลำไพล อ.เทพา | ชะลอโครงการ | |
| 59 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ปากบาง อ.เทพา | ข้อมูลไม่ชัดเจน | |
| 60 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา | กำลังดำเนินการ | |
| 61 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย | กำลังดำเนินการ | |
| 62 | โรงไฟฟ้าชีวมวล | ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย | ยังไม่เริ่มดำเนินการ | |
