ครม.มีมติรับทราบการดำเนินงานของ ศอ.บต.ในการหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากคณะกรรมการบริหารชายแดนใต้ที่ถูกตั้งขึ้นมาตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 14/2559 ถูกยุบไปตามกฎหมายยกเลิกคำสั่งนี้ประกาศใช้เมื่อ พ.ย.67 และกลับไปใช้สภาที่ปรึกษาที่กำหนดให้มีสัดส่วนจากกลุ่มต่างๆ เลือกกันมาเอง แทนการให้ กอ.รมน. ผู้ว่าฯ และนายกฯ เป็นคนเลือกตามคำสั่งหัวหน้า คสช.
6 พ.ค.2568 เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลเผยแพร่ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ครม.มีมติรับทราบผลการพิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 14/2559 เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้และการกำหนดอำนาจหน้าที่ ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ลงวันที่ 4 เมษายน พุทธศักราช 2559 พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ยกเลิกคำสั่ง คสช.ฯ) ตามที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เสนอ และแจ้งให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป
รายงานระบุว่าทาง ศอ.บต.มีได้เสนอผลการพิจารณาของสังเกตของ กมธ.ยกเลิกคำสั่ง คสช.ฯ และสรุปผลการดำเนินงาน ดังนี้
1) การสนับสนุนให้ ศอ.บต.จัดโครงสร้างองค์กร จัดบุคลากร และจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการทำงานของสภาที่ปรึกษาการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สภาที่ปรึกษาฯ) โดย ศอ.บต.ได้รับงบประมาณจำนวน 1,713,500 บาท เพื่อดำเนินกิจกรรมคัดเลือกสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ในระยะแรก และมอบหมายเจ้าหน้าที่เพื่อสนับสนุนการทำงานของสภาที่ปรึกษาไว้บางส่วนและหากแต่งตั้งสภาที่ปรึกษาฯ แล้วมีแผนที่จะของบประมาณเพื่อสนับสนุนการทำงานของสภาที่ปรึกษาฯ ต่อไป
2) การพิจารณาเสนอชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 ตามมาตรา 19 มีการกำหนดองค์ประกอบของสภาไว้ ทาง ศอ.บต.เห็นว่าตามกฎหมายดังกล่าวหากยังขาดผู้แทนภาคส่วนใดก็จะเสนอแต่งตั้งผู้แทนกลุ่มดังกล่าวเพื่อให้สภาที่ปรึกษามีสัดส่วน ที่เหมาะสมระหว่างเพศชาย เพศหญิง และเยาวชน
3) การเร่งรัดจัดทำระเบียบที่จำเป็นและสำคัญ ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาฯ ปัจจุบัน ศอ.บต.มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการคัดเลือกให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ และค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่น พ.ศ.2554 ระเบียบนี้ยังมีผลใช้บังคับและสามารถรองรับการปฏิบัติงานของสภาที่ปรึกษาฯ ได้
4) ศอ.บต.จะนำความเห็นของ กมธ.มาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้
5) สนับสนุนให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กำหนดให้มีผู้แทนจากสภาที่ปรึกษาฯ มีส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบของคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกระดับ เรื่องนี้ ศอ.บต.เห็นว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำฝ่ายบริหารสามารถดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายแต่อย่างใด และปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยแล้ว
ทั้งนี้ ครม.มีมติเมื่อ 24 ก.ย. 2567 เห็นชอบแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับญัตติ รายงาน และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาว่า เมื่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รับผลการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการฯ จากหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายแล้ว ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำผลการพิจารณาของ ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และหากไม่มีข้อทักท้วงหรือไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือเป็นมติคณะรัฐมนตรีตามที่เสนอ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ เป็นคนเลือกสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ
ประเด็นการตั้งสภาที่ปรึกษาฯ ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 14/2559 ที่ให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้และการกำหนดอำนาจหน้าที่ ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ถูกยกเลิกไปหลังจากทั้ง สส.และ สว.มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับนี้ และประกาศใช้ไปเมื่อ 17 พ.ย.2567 ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารชายแดนใต้ถูกยกเลิกไป
ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารชายแดนใต้ที่ตั้งขึ้นมาตาม คำสั่งหัวหน้า คสช.เพื่อใช้แทนสภาที่ปรึกษาฯ ที่มาตามพ.ร.บ.บริหารชายแดนใต้ พ.ศ.2553 นั้น ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการในคณะถึง 60 คน โดยยกให้ กอ.รมน.ได้สัดส่วนในการเลือกกรรมการมากถึง 45 คน ส่วนที่เหลือ 15 คนนั้นเป็นสัดส่วนที่ได้มาจากการเลือกของผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา สตูล เลือกมาจังหวัดละไม่เกิน 2 คน และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน

การประชุมของสภาที่ปรึกษาฯ ในช่วงใกล้ครบวาระเมื่อ 22 เม.ย.2557 เพื่อคัดเลือกสมาชิกที่จะมาทำหน้าที่แทน เพจ ข่าว ศอ.บต.
นอกจากนั้น พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 14/2559 ยังกำหนดให้กลับไปใช้สภาที่ปรึกษาฯ ตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ.บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2553 ที่กำหนดให้มีสมาชิกสภาจำนวนไม่เกิน 49 คนและกำหนดสัดส่วนตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ ดังนี้
1) ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดละ 1 คน
2) ผู้แทนกำนันและผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดละ 1 คน
3) ผู้แทนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอิหม่ามประจำมัสยิดจังหวัดละหนึ่งคน ผู้แทนเจ้าอาวาส
ในพระพุทธศาสนา จังหวัดละ 1 คน และผู้แทนศาสนาอื่น จำนวน 1 คน
4) ผู้แทนผู้ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือวิถีชีวิตของประชาชน
ในพื้นที่ จังหวัดละ 1 คน
5) ผู้แทนผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติจังหวัดละ 1 คน
ผู้แทนสถาบันศึกษาปอเนาะตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยสถาบันศึกษาปอเนาะ จำนวน 1 คน
และผู้แทนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา จำนวน 1 คน
6) ผู้แทนกลุ่มสตรีจังหวัดละ 1 คน
7) ผู้แทนหอการค้าจังหวัดและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดซึ่งมีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดี
ในด้านเศรษฐกิจ พาณิชย์ อุตสาหกรรม แรงงาน หรือเกษตรกรรม จังหวัดละ 1 คน
8) ผู้แทนสื่อมวลชนในกิจการหนังสือพิมพ์ กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์จำนวน 1 คน
9) ผู้ทรงคุณวุฒิอื่นซึ่งมิใช่ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ จำนวนไม่เกิน 5 คน
การแต่งตั้งสมาชิกตาม (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) และ (8) ให้แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งได้มาจาก การเลือกกันเองหรือในแต่ละกลุ่มอาจเลือกบุคคลอื่นที่เห็นสมควร
