อัยการสั่งฟ้อง ม.112 ต่อ นศ.-ปชช.รวม 5 คน ปมแขวนป้าย ‘งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19’ ก่อนให้ประกัน

อัยการลำปางสั่งฟ้องคดี นศ. และประชาชน รวม 5 ราย ข้อหา ม.112 เหตุแขวนป้ายข้อความ ‘งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19’ เมื่อ 30 ธ.ค. 63 ตร.อ้าง ทำคนเข้าใจผิดว่า สถาบันฯ เอาเปรียบประชาชน ก่อนที่ศาลมีคำสั่งให้ประกันทั้งหมด 

ภาพจากเพจพิราบขาวเพื่อมวลชน

17 ธ.ค. 64 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานวานนี้ (16 ธ.ค.) เวลา 10.00 น. ที่ศาลจังหวัดลำปาง พนักงานอัยการจังหวัดลำปางได้ยื่นฟ้องคดีของนักศึกษาและประชาชนรวม 5 คน เหตุจากการแขวนป้ายผ้าที่มีข้อความ “งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19” บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 63 ในข้อหา ม.112 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร. จับนศ. แอดมินเพจเชียงรายปลดแอก อ้างเอี่ยวป้าย 'งบสถาบัน>งบเยียวยาประชาชน' ผิด ม.112

เปิดงบเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ปี 65 รายละเอียดตามเอกสาร ร่างพ.ร.บ.งบฯ พบราว 3.57 หมื่นล้าน

เปิดงบเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ปี 2564 รายละเอียดตามเอกสาร ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ

ผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ ได้แก่ 1. พินิจ ทองคำ นักศึกษาวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง และสมาชิกกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน, 2. วรรณพร หุตะโกวิท บัณฑิตคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 3. ภัทรกันย์ แข่งขัน นักศึกษาคณะมนุษย์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 4. ยุพดี กูลกิจตานนท์ แม่ค้าในจังหวัดลำปาง และ 5. “หวาน” (นามสมมติ) นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาที่ สภ.เมืองลำปาง ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. 64

นักศึกษาและประชาชนทั้ง 5 คน พร้อมกับทนายความ และนายประกัน เข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดลำปาง ก่อนเจ้าหน้าที่ศาลเรียกให้ทั้ง 5 คน และทนายความ เข้ารับการตรวจหาเชื้อโรคติดต่อโคโรนา 2019 ด้วยวิธี Antigen Test Kit หรือ ATK โดยไม่ปรากฏว่ามีการตรวจหาเชื้อกับผู้เดินทางมาศาลคนอื่นๆ อีกแต่อย่างใด
.
เวลา 10.30 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการจังหวัดลำปาง นำสำนวนคดีมายื่นต่อศาลแล้ว เจ้าหน้าที่ศาลได้ให้จำเลยทั้ง 5 คน เข้าไปในห้องควบคุมตัวบริเวณห้องขังด้านหลังศาล โดยอนุญาตให้ทนายความเข้าไปด้วย 1 คน

หลังจากนั้นนายประกัน 4 คน ได้แก่ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง, อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร และสมาชิกผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ยื่นเอกสารประกอบคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งหมดต่อศาล โดยขอใช้ตำแหน่งของอาจารย์ประกันตัวนักศึกษา 3 คน และใช้ตำแหน่ง ส.ส. ขอประกันตัวจำเลยอีก 2 คน

ขณะที่ในเวลา 11.55 น. ศาลได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังจำเลยทั้งหมด เพื่ออ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง และสอบถามคำให้การ ทั้งหมดยืนยันให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

จนเวลา 15.10 น. ราว 4 ชั่วโมงครึ่งหลังจำเลยทั้งหมดถูกควบคุมตัว ศาลจังหวัดลำปางได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้ง 5 โดยไม่มีเงื่อนไขใด พร้อมกำหนดวันนัดคุ้มครองสิทธิต่อไปในวันที่ 25 ม.ค. 65 และ นัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐานวันที่ 7 ก.พ. 65 เวลา 9.00 น.

เปิดคำฟ้องคดีป้ายผ้า “งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19” 

สำหรับข้อกล่าวหาที่จำเลยทั้งห้าคนถูกฟ้องเหมือนกัน ได้แก่ ข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ ความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ เรื่องการปิดแผ่นประกาศในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่เฉพาะนายพินิจ ทองคำ จำเลยที่ 1 ได้ถูกฟ้องในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) เพิ่มอีกหนึ่งข้อหา

ภาพก่อนจำเลยทั้ง 5 พร้อมสมาชิกผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล เข้ารายงานตัวต่อศาลจังหวัดลำปาง
 

อัยการโจทก์บรรยายคำฟ้องโดยสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 จำเลยทั้ง 5 ซึ่งเป็นแกนนำและสมาชิกกลุ่มการเมือง ใช้ชื่อว่า “กลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน” ได้ร่วมกันกระทำความผิด กล่าวคือ

1. จำเลยทั้ง 5 ร่วมกันจัดทำป้ายผ้าสีขาว เขียนข้อความว่า “งบสถาบันพระมหากษัตริย์>วัคซีน COVID19” โดยเครื่องหมาย > เป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ซึ่งมีความหมายว่า มีค่ามากกว่า และเมื่ออ่านข้อความทั้งหมดบนแผ่นป้ายแล้ว ทำให้ปรากฏได้ความหมายว่างบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลจัดสรรนั้น สถาบันพระมหากษัตริย์ อันหมายถึง พระมหากษัตริย์และพระราชินีนั้น ได้งบประมาณมาก หรือมีมากกว่างบประมาณที่จัดหาวัคซีนโคโรน่า หรือ Covid-19

จากนั้นจำเลยทั้ง 5 ร่วมกันนำแผ่นป้ายผ้าไปผูกติดตั้ง แขวน ประกาศโฆษณาแก่ประชาชนบุคคลทั่วไปไว้บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก จ.ลำปาง เป็นการแสดงกิริยาจาบจ้วง ล่วงเกิน ลบหลู่ ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้าย ทำให้เสื่อมเสียเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 และพระบรมราชินี เพื่อให้ประชาชนบุคคลทั่วไปที่ได้เห็นและอ่านข้อความเข้าใจว่างบประมาณของสถาบันพระมหากษัตริย์ อันหมายถึงพระมหากษัตริย์และพระราชินี ที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลนั้นมีจำนวนมาก ไม่เป็นไปตามหลักการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน ซึ่งมากกว่างบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินที่รัฐบาลได้จัดสรรในการดำเนินการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโคโรนา Covid-19 ซึ่งเป็นโรคที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นการได้เปรียบหรือเอาเปรียบประชาชน

การกระทำดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี และเป็นการโฆษณาด้วยการปิด ทิ้งโปรยกระดาษ หรือใบปลิว ในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

2. ภายหลังจากนั้น จำเลยที่ 1 ยังนำเอารูปภาพถ่ายแผ่นป้ายผ้าดังกล่าวที่มีผู้ถ่ายบันทึกภาพไว้ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตผ่านทางโปรแกรมเฟซบุ๊กในชื่อสมาชิก “พิราบขาวเพื่อมวลชน” พร้อมกับระบุข้อความว่า เวลานี้แกนนำกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชนขึ้นป้าย “งบประมาณสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID 19” อันเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

ทั้งนี้ อัยการไม่คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้ง 5  ระหว่างพิจารณาคดี แต่ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งริบแผ่นป้ายผ้าและชิ้นส่วนเชือกที่ถูกเจ้าพนักงานตรวจยึดเป็นของกลางเอาไว้ด้วย

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์