Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

อดีตคนงาน 'ยานภัณฑ์' ที่ถูกลอยแพเลิกจ้างตั้งแต่ปลายปี 2567 ได้ออกมาอ่านแถลงการณ์หน้าโรงงาน แสดงความ 'ผิดหวัง' หลังกระทรวงแรงงานยังไม่ดันมติเบิกงบกลางช่วยแรงงานจำนวน 859 คน เข้าที่ประชุม ครม. 

 

วานนี้ (15 ม.ค.) มาลี เตวิชา ประธานสหภาพยานยนต์กรุ๊ป และเป็นอดีตคนงานบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์หน้าโรงงานบริษัทยานภัณฑ์ จ.สมุทรปราการ แสดงความผิดหวังต่อกระทรวงแรงงาน หลังยังไม่นำวาระพิจารณาเบิกงบประมาณรายจ่ายงบกลาง เพื่อเยียวยาแรงงานที่ถูกลอยแพ 859 คน เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งที่อารี ไกรนรา เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับปากไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2568

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ย้อนเรื่องราวการเลิกจ้างบริษัทยานภัณฑ์

จากกรณีเมื่อประมาณ 26 พ.ย. 2567 เจ้าของบริษัทยานภัณฑ์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ เช่น ครัชเบรก ท่อไอเสีย ฯลฯ และเป็นซัปพลายเออร์ให้กับแบรนด์รถยนต์ชื่อดังอย่างโตโยต้า และอีซูซุ ได้ประกาศเลิกกิจการกะทันหัน ส่งผลให้คนงาน 859 คนตกงานทันที โดยไม่มีการจ่ายเงินค่าชดเชย หรือค่าบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย

ต่อมา เมื่อ 29 พ.ย. 2567 มีการประชุมระหว่างกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สมุทรปราการ ผู้บริหาร บ.ยานภัณฑ์ ผู้แทนสหภาพแรงงาน และ สส.พรรคประชาชน ที่เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การประชุม โดยมีบันทึกการประชุมตกลงร่วมกันว่า บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้า แบ่งเป็น 3 งวด สำหรับงวดที่ 1 จ่ายวันที่ 20 ธ.ค. 2567 จำนวน 70% งวดที่ 2 วันที่ 27 ธ.ค. 2567 จำนวน 20% และงวดที่ 3 วันที่ 27 ม.ค. 2568 จำนวนเงิน 10% รวมทั้งหมดประมาณ 250 ล้าน

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันที่ถูกเลิกจ้าง นายจ้างยังไม่เคยมาจ่ายค่าชดเชยคนงานสักบาท ทำให้คนงานประสบความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน จ่ายค่าเล่าเรียน จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่ารักษา บางรายเครียดจนเคยคิดจบชีวิตตนเอง และอื่นๆ

กระทั่งเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2568 อดีตคนงานได้นำขบวนรถจากสมุทรปราการเข้ามาชุมนุมข้างทำเนียบรัฐบาล ประตู 4 เพื่อมายื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี มีมาตกรการช่วยเหลือแรงงานที่ถูกลอยแพ โดยขอให้อนุมัติเงินจากงบประมาณรายจ่ายงบกลางมาจ่ายเยียวยาคนงานก่อน และให้ทางหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งบังคับใช้กฎหมาย นำเงินของนายจ้างมาเติมในส่วนที่ใช้งบกลางจ่ายไปก่อนล่วงหน้า

ในวันนั้นหน่วยงานภาครัฐได้เชิญตัวแทนอดีตคนงานผู้ได้รับผลกระทบ เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุม 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ตึก ก.พ.ร. เพื่อหาทางแก้ไข และหลังประชุมได้ข้อสรุปจากอารี ไกรนรา เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่าจะพยายามนำเรื่องเบิกจ่ายงบกลางให้พิพัฒน์ รัชกิจประการ เซ็นและชงเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ขออนุมัติเบิกงบกลางให้เร็วที่สุด

นอกจากนี้ เมื่อ 10 ม.ค. 2568 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้มีการจัดประชุมเพื่อหาทางแก้ไขกรณีอดีตคนงานยานภัณฑ์ ถูกเลิกจ้างไม่ได้รับค่าชดเชย โดยมี อารี ไกรนรา เข้าร่วมที่ประชุมด้วยเช่นกัน ก่อนได้ข้อสรุปว่าให้ลูกจ้างทำเรื่อง 'คร.7' รอรับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง และเงินว่างงานจากกองทุนประกันสังคม และจะมีการเร่งรัดการดำเนินคดีอาญากับนายจ้าง

ผิดหวังกระทรวงแรงงานช้า

กระทั่งเมื่อ 13 ม.ค. 2568 กลับไม่มีวี่แววการนำวาระพิจารณาเบิกงบประมาณรายจ่ายกลางเข้าที่ประชุม ครม.ตามที่ตกลงไว้ 

ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวว่า จากการดูผลการประชุมเบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีการนำเรื่องการช่วยเหลือแรงงานยานภัณฑ์เข้าที่ประชุม ครม. ซึ่งทำให้คนงานรู้สึกว่าการที่ภาครัฐให้คำมั่นไว้ แล้วไม่ปฏิบัติตาม มันเหมือนเป็นการไม่ปกป้องสิทธิของคนงาน และคนงานจะจับตาดูต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีและภาครัฐจะมีมาตรการแก้ไขปัญหานี้อย่างไรต่อไป

เมื่อ 15 ม.ค. 2568 กลุ่มคนงานยานภัณฑ์ ได้ออกมาอ่านแถลงการณ์โดยย้ำข้อเรียกร้องเดิมคือ ขอให้ทางนายกรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลางมาเยียวยาคนงานที่ถูกลอยแพ จำนวน 859 คน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของแรงงาน และให้หน่วยงานรัฐไปตามเอาเงินคืนจากนายจ้างทีหลัง 

"พวกเราคนงานบริษัทยานภัณฑ์รู้สึกผิดหวังต่อการทำหน้าที่ของรัฐในการแก้ไขปัญหาของแรงงานซึ่งต้องสามารถหาแนวทางช่วยเหลือคนงานได้มากกว่าแค่การให้พวกเรารอกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างและเงินประกันสังคม ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายที่พวกเราต้องได้อยู่แล้ว" แถลงการณ์ของอดีตคนงานยานภัณฑ์ ระบุ

หลังจากอ่านแถลงการณ์แล้ว ทางอดีตคนงานยานภัณฑ์ ได้เข้าร่วมประชุมกับกรรมาธิการการแรงงาน สมาชิกวุฒิสภา โดยมีพันตำรวจโท สุริยา บาราสัน เป็นประธานที่ประชุม เพื่อหาทางแก้ไขกรณีดังกล่าว

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน อดีตคนงานยานภัณฑ์มาปักหลักชุมนุมหน้าโรงงานยานภัณฑ์ตลอดทั้งวันทั้งคืน เพราะกังวลว่าทางนายจ้างจะแอบมาขนข้าวของและเฟอร์นิเจอร์ออกจากโรงงาน ขณะที่ในส่วนการเยียวยาจากภาครัฐ ตอนนี้คนงานได้รับเงินเยียวยาจากเงินประกันการว่างงาน 18 เดือนเท่านั้น 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง