Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ลูกจ้างและนายจ้าง 'ยานภัณฑ์' ยังไกล่เกลี่ยไม่จบ กรณีบริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ ‘ยานภัณฑ์’ ปิดกิจการ ไม่จ่ายค่าชดเชยให้คนงาน 859 คน รวมเงิน 215 ล้าน ตั้งแต่ปี 2567 นายจ้างยังถูกคุมขังในเรือนจำต่อ ศาลจังหวัดสมุทรปราการสืบพยานนัดแรก 15 ก.ย. 2568 

 

27 ส.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 ส.ค.) เวลาประมาณ 9.15 น.เป็นต้นมา ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ มีนัดไกล่เกลี่ยระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้างบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ‘ยานภัณฑ์’ โดยวันนี้ลูกจ้างมารอที่หน้าศาลจังหวัดสมุทรปราการตั้งแต่เช้า ขณะที่ฝั่งนายจ้างถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำกลางสมุทรปราการ มาที่ศาลฯ

กรณีนี้สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2567 บริษัทยานภัณฑ์ ได้ปิดกิจการโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเลิกจ้างให้กับคนงานจำนวน 859 คน รวมมูลค่าความเสียหาย 220 ล้านบาท แม้ว่าก่อนหน้านี้ ทางฝั่งนายจ้างจะขอแบ่งจ่ายเงินชดเชย 3 งวด ดังนี้

  • งวดที่ 1 : วันที่ 20 ธ.ค. 2567 แบ่งจ่าย 70%
  • งวดที่ 2 : วันที่ 27 ธ.ค. 2567 แบ่งจ่าย 20%
  • งวดที่ 3 : วันที่ 27 ม.ค. 2568 แบ่งจ่าย 10%

เมื่อถึงกำหนดจ่ายเงิน กลับไม่มีเงินเข้ามาในบัญชีของลูกจ้างยานภัณฑ์ ทำให้ฝั่งลูกจ้างตัดสินใจปักหลักประท้วงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม มาตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2567 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน (รวมระยะเวลาประมาณ 8 เดือน)

ทั้งนี้ เมื่อ 5 ส.ค. 2568 อัยการได้สั่งฟ้องนายจ้างยานภัณฑ์จำนวน 4 คน ตามความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และต่อมา ศาลจังหวัดสมุทรปราการไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากนายจ้างมีพฤติการณ์หลบหนี ส่งผลให้นายจ้างต้องถูกคุมขังเข้าเรือนจำมาตั้งแต่ 5 ส.ค. 2568 เป็นต้นมา 

วิมล ห่วงไธสง ตัวแทนฝั่งคนงานยานภัณฑ์ กล่าวว่า เนื่องด้วยทางฝั่งนายจ้างมีการเปลี่ยนทนายความใหม่ทั้งหมด ทางทนายความชุดใหม่เลยอยากขอเวลาเตรียมตัว เพื่อจะได้ไกล่เกลี่ยกับฝั่งลูกจ้างนอกรอบ กำหนดการต่อจากนี้จะมีการนัดสืบพยาน 15 ก.ย. 2568 แต่ก่อนหน้านี้อาจจะมีการพูดคุยระหว่างนี้ได้ 

ธนพร วิจันทร์ สมาชิกเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และได้ติดตามช่วยเหลือแรงงานยานภัณฑ์ มาตั้งแต่แรก ให้สัมภาษณ์หลังการเจรจาไกล่เกลี่ย เผยว่า เนื่องด้วยวันนี้เป็นนัดไกล่เกลี่ย ทางฝั่งลูกจ้างก็อยากทราบว่านายจ้างจะสามารถจ่ายค่าชดเชยได้เท่าไร ซึ่งคนงานมีข้อเสนอว่า อย่างน้อยต้องเป็น 1 ใน 3 ถ้านายจ้างต้องการประกันตัว ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามหลักการอยู่แล้วว่า ถ้านายจ้างต้องการประกันตัวต้องเอาเงินชดเชยบางส่วนมาวางที่ศาลก่อน

ธนพร กล่าวต่อว่า ทนายจำเลยชุดใหม่มีความพยายามข่มขู่กดดันคนงานว่านายจ้างไม่มีเงิน เอาค่าชดเชยไป 10 ล้านบาทได้ไหม ซึ่งมันเป็นตัวเงินที่น้อยเกินไป และรับไม่ได้ เพราะว่านายจ้างติดเงินคนงานอยู่ประมาณ 215 ล้านบาท มันห่างกันเกินไป

เครือข่ายแรงงานฯ มองว่า ก็ต้องจับตาดูว่าถ้าฝั่งนายจ้างเอาเงินมาวางที่ศาลก่อนวันที่ 15 ก.ย. 2568 หรือไม่ และก็วันนั้นเป็นวันนัดไต่สวนสืบพยานหลักฐานครั้งแรกของคดีนี้ สมมติว่านายจ้างเอาเงินมาวาง ศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวฝั่งนายจ้างหรือไม่อย่างไร ซึ่งอย่างที่กล่าวไปคือลูกจ้างมีข้อเสนอให้นายจ้างต้องเอาเงินมาวาง 1 ใน 3 ก่อนเพื่อเป็นการเยียวยาในขั้นต้น หากนายจ้างต้องการประกันตัว

ทั้งนี้ ลูกจ้างบริษัทยานภัณฑ์ยังคงปักหลักชุมนุมที่หน้าอาคารสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) มาตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2568 จนถึงปัจจุบัน (27 ส.ค. 2568) (รวมระยะเวลาประมาณ 5 เดือน) 

"เดี๋ยวจะมีการคุยกันต่อ เราจะอยู่จนกว่าเราจะได้เงินหรือยังไงกันต่อ อย่างน้อยถ้าเขาจะออกจากพื้นที่ (หน้าตึก ก.พ.ร.) อย่างน้อยเขาต้องมีเงินก้อนกลับบ้าน" ธนพร กล่าว 

มาลี เตวิชา ประธานสหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์กรุ๊ป กล่าวว่า ก็ต้องรอดูถึงกลางเดือน ก.ย. 2568 ว่านายจ้างจะชดใช้อย่างไร ส่วนสถานการณ์ทางบ้านไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากคุณแม่มองไม่เห็นและหกล้ม ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง หลังจากนี้เรื่องคดีแน่นอนว่าจะยังตามต่อ แต่จะต้องแบ่งเวลาไปดูแลคุณแม่ด้วย 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง