'แรงงานข้ามชาติ' ฟ้อง 'หน่วยงานรัฐ' กรณี 'ม.33 เรารักกัน' ไม่เยียวยา ศาลปกครอง ชี้ ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องตัวแทนผู้ประกันตนมาตรา 33 กรณีแรงงานข้ามชาติและคนไร้สัญชาติ ฟ้องสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ และคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการ “ม.33 เรารักกัน” ชี้ ยื่นฟ้องเกิน 90 วัน คดีหมดอายุความ และไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย

 

12 ก.ค. 2565 มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF) องค์กรให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ตัวแทนแรงงานข้ามชาติและแรงงานไร้สัญชาติ รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2565 ทนายความผู้รับมอบอำนาจได้รับหนังสือจากศาลปกครองกลาง ในคดีที่แรงงานข้ามชาติและคนไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ และคณะรัฐมนตรี เนื่องจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 ในฐานะหน่วยงานทางปกครองมีการกระทำที่ละเมิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือคำสั่งทางปกครอง โดยการออกโครงการ ม.33 เรารักกัน ซึ่งเป็นแผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้กับภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://hrdfoundation.org/?p=2762 )

ศาลปกครองกลางมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เป็นคดีหมายเลขแดงที่ 1186/2565 โดยศาลปกครองกลางพิเคราะห์ ว่า

1.พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019  พ.ศ.2563 มีลักษณะเป็นกฎ เนื่องจากมีลักษณะการบังคับใช้เป็นการทั่วไปโดยหากต้องการโต้แย้งสิทธิจะต้องทำการโต้แย้งภายใน 90 วัน  นับแต่รู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี (ตั้งแต่เดือนมิถุนายน จนถึง 5 กันยายน 2564)    

2. ตัวแทนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ยื่นคำฟ้องนั้นไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ข้อ 16 เรื่อง การพิจารณาของผู้ถูกฟ้องที่ 4 (คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้) ในคราวประชุมครั้งที่ 6/2564 และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ข้อ 17 เรื่อง ผลการพิจารณาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4  ในคราวประชุมครั้งที่ 15  เนื่องจากเป็นเรื่องภายในระหว่างผู้ถูกฟ้อง ที่ 5 (คณะรัฐมนตรี) กับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1(สำนักงานประกันสังคม) ที่ 2 (กระทรวงแรงงาน) และที่ 3 (กระทรวงการคลัง) ซ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ม.33 เรารักกัน และไม่มีผลโดยตรงกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ถือไม่ได้ว่าผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้รับความเดือดร้อน หรืออาจจะเดือดร้อน   หรือเสียหายโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  

ปสุตา ชื้นขจร

ปสุตา ชื้นขจร ทนายความ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา เห็นว่า นับแต่มีการเปิดตัวโครงการ ม.33 เรารักกัน เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แรงงานข้ามชาติและคนไร้สัญชาติที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านกลไกการให้ความช่วยเหลือของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ตรวจการแผ่นดิน อันเป็นกลไกอิสระตามรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญ แต่แรงงานผู้ได้รับผลกระทบยังเข้าไม่ถึงการคุ้มครองสิทธิที่ได้มีการยื่นเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่รับเรื่องและเห็นว่า โครงการของกระทรวงแรงงานไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ หรือศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าโครงการ ม.33 เรารักกันเป็นโครงการตามมติคณะรัฐมนตรีกรณีความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลอื่น

เส้นทางการยื่นเรื่องร้องเรียนและการพิจารณาของกลไกการคุ้มครองมีระยะเวลาในการพิจารณาที่ผู้ได้รับผลกระทบไม่สามารถก้าวล่วงในการเร่งให้มีการพิจารณาคำร้องของผู้ได้รับผลกระทบ และเมื่อการใช้เส้นทางเรียกร้องความยุติธรรมมายังศาลปกครอง อันเป็นองค์กรในกระบวนการยุติธรรมอันเป็นที่พึ่งที่สุดท้ายและพิจารณาไม่รับคำฟ้องของผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยเหตุระยะเวลาในการฟ้องพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว 90 วันนั้น จึงไม่เป็นธรรมต่อผู้ฟ้องคดีที่เป็นประชาชนธรรมดาและถามหาความเป็นธรรมจากกลไกของรัฐ อย่างไรก็ตามผู้ฟ้องในคดีนี้จะยังคงยืนหยัดต่อสู้โดยการอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองกลางที่มีคำสั่งไม่รับไว้พิจารณาต่อไป

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์