กลุ่มนักพากย์การ์ตูนชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น 'ริวเซย์ นาคาโอะ' ผู้พากย์ 'ฟรีเซอร์' ในเรื่อง "ดรากอนบอล" หรือ 'โรมิ ปาร์ค' ผู้พากย์ 'เอ็ดเวิร์ด เอลริค' จากเรื่อง "แขนกลคนแปรธาตุ" ร่วมกับนักพากย์อื่นๆ รวม 26 คน ทำแคมเปญประท้วงต้านการใช้ Generative AI หรือระบบปัญญาประดิษฐ์แบบที่ใช้สร้างเนื้อหาใหม่ได้โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ที่ขโมยเสียงของพวกเขาไปใช้
กลุ่มนักพากย์ญี่ปุ่น 26 คน ร่วมกันรณรงค์ผ่านทางยูทูบในชื่อ "NoMore Unauthorized Generative AI" ที่สื่อถึงการต่อต้านการที่ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ขโมยเสียงของนักพากย์การ์ตูนไปเลียนแบบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนักพากย์เหล่านั้น
'ริวเซย์ นาคาโอะ' ผู้พากย์ 'ฟรีเซอร์' (ที่มา: ยูทูบ NOMORE無断生成AI)
ริวเซย์ นาคาโอะ ผู้พากย์เสียง 'ฟรีเซอร์' ในเรื่อง 'ดรากอนบอล' บอกว่า เสียงของเขาก็เป็นหนึ่งในเสียงของนักพากย์จำนวนมากที่ "ถูกนำไปขายโดยไม่ได้รับอนุญาต" ทางอินเทอร์เน็ต นาคาโอะ ชี้ให้เห็นปัญหาใหญ่ที่นักพากย์ต้องเผชิญจาก ‘Generative AI’ หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้สร้างเนื้อหา
นอกจากนาคาโอะ แล้วยังมีนักพากย์ดังรายอื่นๆ ที่ร่วมรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องปัญหาการที่เอไอขโมยเสียงนักพากย์ไปใช้ ไม่ว่าจะเป็น ยูกิ คาจิ ผู้พากย์ 'เอเรน' ในเรื่อง 'ผ่าพิภพไททัน' (Attack of Titan), จุน ฟุกุยามะ ผู้พากย์ 'ลูลูซ' จากเรื่อง "โค้ด กีอัส" (Code Geass) หรือโรมิ ปาร์ค ผู้พากย์ 'เอ็ดเวิร์ด เอลริค' จากเรื่อง 'แขนกล คนแปรธาตุ' (Full Metal Alchemist)
วิดีโอรณรงค์ "NOMORE" ระบุว่ามีอยู่หลายวิธีการที่กลุ่มคนภายนอกขโมยเสียงของนักพากย์ไปใช้ เช่น นำไปใช้กับเพลงหรือบทพูดที่พวกเขาจำได้ว่าไม่เคยทำมาก่อน หรือแม้กระทั่งนำเสียงของพวกเขาไปโพสต์ขายออนไลน์
"เสียงของผมถูกนำไปขายออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากตัวผมเอง ทำเอาผมตะลึง" นาคาโอะกล่าว "เสียงของพวกเราเป็นเครื่องมือทางธุรกิจของพวกเราเอง เป็นชีวิตของพวกเรา ได้โปรดรับฟังหน่อยว่า พวกเรานักพากย์เสียงรู้สึกอย่างไรเมื่อเสียงเราถูกนำไปใช้กับเอไอสร้างเนื้อหา โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากพวกเรา"
ในวิดีโอประท้วง เหล่านักพากย์ยังได้ประสานเสียงคำขวัญร่วมกันเป็นคำว่า "NOMORE" ที่แปลตรงตัวว่า "พอได้แล้ว"
เรื่องการใช้เสียงนักพากย์ไปทำเป็นเอไอสร้างเนื้อหานั้น นับเป็นปัญหาตรงที่มันทำให้นักพากย์สูญเสียสิทธิในทรัพยากรการทำงานที่มีค่าที่สุดของพวกเขา นั่นก็คือเสียงของพวกเขาเอง ถึงแม้ว่าโปรแกรมต่างๆ จะเอาเสียงของพวกเขาไปใช้ในเชิงความบันเทิงส่วนตัวไม่ใช่ในเชิงพาณิชย์ก็ตาม แต่กลุ่มเคลื่อนไหวของนักพากย์ NOMORE ก็กล่าวย้ำเตือนว่า แม้แต่แฟนอนิเมะตัวยงก็ไม่ควรจะนำเสียงของนักพากย์ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
แถลงการณ์ของกลุ่มนักพากย์ระบุว่า พวกเขารู้สึกไม่ดีกับการที่แฟนๆ เอาเสียงพวกเขาไปใช้โดยไม่ขออนุญาต "เทคโนโลยีใหม่จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันพวกเราก็ต้องเปิดมุมมองให้กว้างกว่าเดิม โดยคำนึงถึงความรู้สึกของกันและกัน รวมถึงคำนึงว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรด้วย"
มีมุมมองที่ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอนั้นเป็นเสมือนดาบสองคม ในขณะที่การนำลักษณะของนักแสดงหรือนักพากย์ไปใช้งานแบบไม่ได้รับอนุญาตนั้น เป็นปัญหาใหญ่ที่นักแสดงและนักพากย์กำลังเผชิญอยู่ แต่ระบบเอไอก็เปิดโอกาสให้นำเสียงของนักพากย์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น กรณีของ อาโอนิโปรดักชั่น บริษัทที่ มาซาโกะ โนซาวะ นักพากย์ดรากอนบอลอีกรายหนึ่งสังกัดอยู่ ได้ร่วมมือกับบริษัท CoeFont จำกัด เพื่อนำเสียงจากอนิเมะดังๆ มาใช้กับระบบผู้ช่วยเสียงอย่าง Alexa หรือ Google Assistant รวมถึงนำไปใช้กับเครื่องมือทางการแพทย์ด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถนำข้อมูลเสียงนักพากย์ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นไปปรับใช้เป็นภาษาอื่นๆ ให้เข้ากับผู้ใช้งานได้ด้วย
ปัญหาเรื่องการใช้ปัญญาประดิษฐ์นี้ก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทแรงงานในสหรัฐฯ มาก่อน ในช่วงที่มีการประท้วงใหญ่ของสหภาพแรงงานบันเทิงในสหรัฐฯ คือ สมาคมนักแสดงแห่งสหรัฐอเมริกา (SAG-AFTRA) หนึ่งในข้อเรียกร้องคือเรื่องการต่อต้านการที่บริษัทสื่อบันเทิงต่างๆ รวมถึงบริษัทวิดีโอเกม นำลักษณะท่าทางของนักแสดงไปใช้ผลิตซ้ำให้เอไอแสดงแทน ทำให้ต่อมารัฐแคลิฟอร์เนีย ได้มีการออกกฎหมายคุ้มครองนักแสดงในเรื่องนี้
เรียบเรียงจาก
"My Voice Was Being Sold Without My Permission" : Dragon Ball Star Takes a Stand Against Unauthorized AI, CBR, 17-10-2024
https://www.cbr.com/dragon-ball-frieza-voice-actor-ai-oppose/
Voice actors from ‘Dragon Ball,’ ‘Cowboy Bebop’ and others speak out against AI, Next Shark, 21-10-2024
https://nextshark.com/voice-actors-anime-unauthorized-generative-ai
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
รัฐแคลิฟอร์เนียผ่านร่างกฎหมายคุ้มครองการใช้ AI นักแสดง หลัง SAG-AFTRA ประท้วง
